Starfish Talk คุยสบายๆ สไตล์สตาร์ฟิช : EDU TALK ฐานสมรรถนะ ใครว่ายาก ?

Starfish Talk คุยสบายๆ สไตล์สตาร์ฟิช : EDU TALK ฐานสมรรถนะ ใครว่ายาก ?

คุณครูหลายท่านอาจสงสัยว่า เราจะออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับหลักสูตรฐานสมรรถนะได้อย่างไร หรือจะมีวิธีการวัด และประเมินผลผู้เรียนแบบไหน

ในบทความนี้เราจะมาแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ ซึ่งสรุปมาจากงาน Starfish Talk Live ในหัวข้อ “ฐานสมรรถนะ ใครว่ายาก ?”  โดย อาจารย์ธิติ ธีระเธียร (ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาครู) ซึ่งมีประเด็นสำคัญๆ ดังนี้ค่ะ 

สมรรถนะ (Competency) คืออะไร ?

สมรรถนะ (Competency) เป็นความสามารถของเราในการประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ หรือคุณลักษณะที่ตนเองมีอยู่ ในการทำงานหรือการแก้ปัญหาต่างๆ จนประสบความสำเร็จ

การจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะเป็นอย่างไร ?

เป็นการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ เจตคติ หรือคุณลักษณะต่างๆ อย่างเป็นองค์รวมในการทำงาน หรือการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในชีวิต ซึ่งการจัดการเรียนรู้แบบฐานสมรรถนะ จะเชื่อมโยงกับโลกความเป็นจริง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้

สมรรถนะที่จำเป็นกับผู้เรียนมีอะไรบ้าง ?

1. สมรรถนะหลัก (Core Competency) ประกอบด้วย 

  • การจัดการตัวเอง : การที่ผู้เรียนรู้คุณค่าของตัวเอง มีการกำหนดเป้าหมาย สามารถจัดการอารมณ์ และความเครียดได้ รวมไปจนถึงสามารถจัดการกับปัญหาต่างๆ หรือสามารถฟื้นฟูตัวเองในสภาวะวิกฤติได้ 
  • การคิดขั้นสูง : คิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ คิดสร้างสรรค์ คิดอย่างเป็นระบบ และคิดแก้ไขปัญหา 
  • การสื่อสาร : ความสามารถที่จะรับสาร ตีความหมายของสารที่รับเข้ามา 
  • การทำงานเป็นทีม : การเป็นผู้นำ-ผู้ตามที่ดี ทำงานร่วมกับคนอื่นได้ รู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเอง 
  • การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง : การรู้จักบทบาทของตนเอง การเคารพสิทธิของผู้อื่น สามารถที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้โดยไม่ละเมิดผู้อื่น รู้จักกติกาของสังคม และเป็นคนที่มีคุณค่าในสังคม

2. สมรรถนะเฉพาะด้าน (Specific Competency) ขึ้นอยู่กับวิชาที่กำลังเรียนอยู่หรือเรื่องที่กำลังสนใจอยู่ 

ข้อดีของการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ 

ด้านผู้เรียน :

เนื่องจากหลักสูตรฐานสมรรถนะ จะเน้นให้ผู้เรียนเป็นเจ้าของการเรียนรู้ด้วยตัวเอง การที่เราจะพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน สิ่งสำคัญคือ คุณครูต้องกำหนดสถานการณ์ หรือเป้าหมายที่ผู้เรียนจะต้องทำให้สำเร็จขึ้นมา เป็นปัญหาที่ตั้งขึ้นมา เพื่อให้ผู้เรียนไปแก้ไขให้สำเร็จ และต้องสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งทำให้ผู้เรียนได้รู้ว่าสิ่งที่เขาได้เรียนรู้มานั้นจะไม่สูญเปล่า และรู้ว่าเนื้อหาที่เรียน หรือสิ่งที่เขาฝึกฝนนั้น สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงกับเรื่องอะไรได้บ้าง 

ดังนั้น ผู้เรียนจะเห็นความสำคัญของสิ่งที่เขาเรียนรู้ และจะตามมาด้วยความสนใจ เพราะเขารู้แล้วว่าจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้นั้นไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร

ด้านคุณครู : 

คุณครูสอนแบบเนื้อหาลดลง แต่เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตัวเองมากขึ้น ซึ่งคุณครูต้องเตรียมแหล่งเรียนรู้ไว้ให้กับผู้เรียนได้เรียนรู้เอง เพราะในปัจจุบันนี้ ผู้เรียนสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้อย่างง่ายและรวดเร็ว 

ดังนั้น การจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ จะทำให้คุณครู ไม่ต้องกังวลว่าจะสอนเนื้อหาไม่หมด หรือสอนไม่ทันเวลา เพราะผู้เรียนสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ดังนั้น เมื่อคุณครูไม่ต้องกังวลกับเนื้อหา คุณครูจะมีเวลาในการออกแบบกิจกรรมได้มากขึ้น ทำให้ผู้เรียนได้เป็นเจ้าของการเรียนรู้ และมีโอกาสเรียนรู้ผ่านการลงมือทำได้มากขึ้น

การวัดและประเมินผลในการจัดการเรียนรู้แบบฐานสมรรถนะ

การจัดการเรียนรู้แบบฐานสมรรถนะ จะใช้วิธีการวัด และประเมินผลผู้เรียนตามสภาพจริง เช่น การสังเกต การบันทึก การรวบรวมข้อมูลจากแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) เป็นต้น ซึ่งในการประเมินผลผู้เรียนตามสภาพจริงนั้น จะไม่เน้นที่การประเมินความรู้เพียงอย่างเดียว แต่จะเน้นประเมินทักษะการคิดที่ซับซ้อนในการทำงาน ความสามารถในการแก้ปัญหา และการแสดงออก ที่เกิดจากการปฏิบัติของผู้เรียนด้วย

ซึ่งเครื่องมือการวัด และประเมินผลที่แนะนำ คือ Starfish Class เพราะสามารถประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นรายบุคคล และสามารถรวบรวมผลการเรียนรู้ ของผู้เรียน และเก็บสะสมผลงานของผู้เรียนในรูปแบบ Digital Portfolio ได้ ซึ่งจะทำให้เห็นพัฒนาการของผู้เรียนรายบุคคล

สิ่งสำคัญในการวัดและประเมินผล คือ รูปแบบการประเมินต้องครอบคลุมทั้ง 3 ส่วนคือ

  1. การประเมินผลการเรียนรู้ : เป็นการวัดความรู้ของผู้เรียน
  2. การประเมินเพื่อการเรียนรู้ : เป็นการประเมินขณะที่ผู้เรียนกำลังทำกิจกรรม ซึ่งคุณครูควรเปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนมาเป็นผู้ให้ feedback กับผู้เรียน
  3. การประเมินเป็นการเรียนรู้ : เป็นการให้ผู้เรียนประเมินตนเอง โดยคุณครูเป็นผู้ออกแบบสิ่งที่ผู้เรียนจะต้องประเมินในรูปแบบของรูบิก

หลักในการออกแบบการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ

  1. กำหนดงาน (Task) หรือเป้าหมายของสิ่งที่ผู้เรียนจะต้องทำให้บรรลุให้ได้ ซึ่งการที่จะบรรลุเป้าหมายได้ ต้องใช้ทั้ง 3 ส่วน คือ ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ
  2. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนใช้ความรู้ในการแก้ไขปัญหา เพื่อให้บรรลุตามงาน (Task) ที่คุณครูกำหนดไว้ ซึ่งคุณครูมีทำหน้าที่บอกแหล่งการเรียนรู้ และปล่อยให้เด็กเป็นเจ้าของการเรียนรู้ ลองผิด-ลองถูกเองในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามกระบวนการที่คุณครูตั้งไว้ ซึ่งคุณครูสามารถนำกระบวนการ STEAM design Process มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะได้
  3. วัดและประเมินผลให้ครอบคลุมทั้ง 3 ส่วน คือ การประเมินผลการเรียนรู้  การประเมินผลเพื่อการเรียนรู้ และการประเมินเป็นการเรียนรู้

โดยสรุป จะเห็นได้ว่า การจัดการเรียนรู้แบบฐานสมรรถนะไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่คุณครูจะต้องเปลี่ยนบทบาทของตัวเอง จากผู้ถ่ายทอด เป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้ ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็นเจ้าของการเรียนรู้ด้วยตัวเอง และสร้างการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงของเขาได้

สำหรับใครที่พลาดดู Starfish Talk Live สามารถรับชมย้อนหลังได้ที่ : https://www.facebook.com/starfishlabz/videos/608360730557861

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

EDU Talk : Creative Classroom

EDU Talk : Creative Classroom

Starfish Academy
Starfish Academy

ช่วงปิดเทอมแบบนี้ เด็กๆ ต้องอยู่ที่บ้านเป็นเวลานาน ผู้ปกครองหลายๆท่าน คงอยากรู้ว่า เราจะหากิจกรรมอะไรให้ลูกทำได้บ้าง เพื่อให้ลูกได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และเกิดการเรียนรู้ควบคู่ไปด้วยStarfish Education จึงมาแบ่งปันไอเดียการทำกิจกรรม “พื้นที่นั ...

401 views 11.06.21
EDU Talk : Creative Classroom
Teachers Hero’s Journey เส้นทางครูฮีโร่ ในยุค new normal

Teachers Hero’s Journey เส้นทางครูฮีโร่ ในยุค new normal

ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร
ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร

โครงการ Teacher Hero คืออะไร ? จากสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของเชื้อไวรัสโควิด 19 ตลอดปีที่ผ่านมา คุณหมอและพยาบาล ก็เปรียบเสมือนนักรบเสื้อกาวน์ด่านหน้าที่ทำงานช่วยเหลือประชาชนกันอย่างเต็มที่ ส่วนในภาคการศึกษา หลายๆ พื้นที่และโรงเ ...

857 views 22.07.21
Teachers Hero’s Journey เส้นทางครูฮีโร่ ในยุค new normal
5 ขั้นตอนง่ายๆสำหรับครูมือโปร

5 ขั้นตอนง่ายๆสำหรับครูมือโปร

Starfish Academy
Starfish Academy

STEAM Design Process เป็นแนวทางการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และสามารถบูรณาการความรู้ 5 ศาสตร์สาระวิชาหลักๆเข้าด้วยกันคือ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดทักษะการเรียนรู้ที่สำคัญในศตวร ...

1227 views 09.02.21
5 ขั้นตอนง่ายๆสำหรับครูมือโปร