วิธีการเปลี่ยนเป็นโรงเรียนฐานสมรรถนะสไตล์สตาร์ฟิช (Starfish whole school transformation model)

วิธีการเปลี่ยนเป็นโรงเรียนฐานสมรรถนะสไตล์สตาร์ฟิช (Starfish whole school transformation model)

จากปัญหาของการจัดการศึกษาแบบเดิมที่คุณครูเน้นให้ความรู้กับเด็ก เน้นให้เด็กท่องจำ แต่ไม่มีเครื่องมือให้เด็กนำไปประยุกต์ไปใช้ในชีวิตจริงได้ เป็นหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทุกโรงเรียนจะต้องปรับตัวเพื่อก้าวไปสู่โรงเรียนฐานสมรรถนะ ที่มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ และความถนัดของตัวเอง เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะ และเจตคติที่พร้อมกับการใช้ชีวิต และการทำงานของตัวเองได้ในอนาคต จึงเป็นที่มาของการพูดคุยในเวที TEP Learning เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมาในหัวข้อ “วิธีการเปลี่ยนเป็นโรงเรียนฐานสมรรถนะสไตล์สตาร์ฟิช (Starfish whole school transformation model)” ซึ่งจะขอนำเสนอใน 3 ประเด็นสำคัญจากเวที ดังนี้

ประเด็นแรก คือ การจะก้าวไปสู่โรงเรียนฐานสมรรถนะได้นั้น จะต้องทำอย่างไร ?

  • โรงเรียนจะต้องตั้งเป้าหมายของตัวเองก่อนว่า มีความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง หรือพัฒนาอะไร เพื่อนำไปสู่การวางแผน และออกแบบวิธีการเพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาไปที่เรื่องนั้น ๆ
  • พัฒนาศักยภาพของผู้เรียนรายบุคคล ขึ้นอยู่กับความสนใจความถนัด ให้เด็กได้เรียนรู้ตามสไตล์ของตัวเอง เพื่อที่เขาจะสามารถประยุกต์ความรู้ ทักษะ และทัศนคติต่าง ๆ ไปใช้ในการทำงาน และการใช้ชีวิตในอนาคตได้
  • คุณครูต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้บอกความรู้ เป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้พัฒนาตามศักยภาพของตนเอง
  • คุณครูต้องปรับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ใหม่ ที่ไม่ได้เน้นไปที่การบรรยาย แต่เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการปฎิบัติ และบูรณาการความรู้จากหลายวิชามาประยุกต์ เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ และเชื่อมโยงกับสถานการณ์จริง
  • คุณครูต้องกำหนดงาน หรือสถานการณ์ปัญหาที่ต้องการให้เด็กทำสำเร็จ และให้เด็กได้ใช้อาวุธที่ตัวเองมีอยู่ ทั้งความรู้ ทักษะ คุณลักษณะมาใช้ในการแก้ไขปัญหา หรือสถานการณ์ดังกล่าวให้สำเร็จ
  • คุณครูเปิดพื้นที่ให้เด็กได้นำความรู้ไปประยุต์ใช้ และได้ลองทำงานร่วมกับผู้อื่น เช่น กิจกรรมสำหรับนักสร้างสรรค์ (Makerspace) เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ค้นหา และเรียนรู้ในสิ่งที่สนใจ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความอยากรู้อยากเห็น มีความกล้าคิดกล้าทำ พร้อมทั้งการพัฒนาทักษะ และสมรรถนะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ผ่านกระบวนการ STEAM Design Process
  • เปลี่ยนวิธีการวัดผลผู้เรียนให้รอบด้าน ทั้งความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะของผู้เรียน

ประเด็นที่สอง คือ มีเครื่องมือสำหรับการพัฒนาเป็นโรงเรียนฐานสมรรถนะ ตามแบบฉบับของมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม  ได้แก่

เครื่องมือสำหรับผู้บริหาร :

  • ทำความเข้าใจฐานทุน หรือบริบทของโรงเรียนว่าต้องการเปลี่ยนแปลงอะไร  
  • ใช้ Whole School Transformation Model โดยมีองค์ประกอบในการเปลี่ยนแปลงทั้ง 9 ด้าน ซึ่งประกอบไปด้วย 
  • ผู้นำ ชุมชน บรรยากาศการเรียนรู้  เทคโนโลยี เป้าหมาย หลักสูตรและการประเมิน รูปแบบและการปฎิบัติการสอน การพัฒนาวิชาชีพ และการพัฒนาผู้เรียน
  • ทำแผนพัฒนาโรงเรียน โดยมีวิธีการดำเนินการชัดเจนและสร้างการมีส่วนร่วมกับทุกคน เพื่อการพัฒนาโรงเรียนไปทั้งระบบ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน 

ประเด็นที่สาม จากการนำเครื่องมือดังกล่าวไปใช้ในการพัฒนาโรงเรียน ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนในด้านต่าง ๆ ดังนี้

เด็กเปลี่ยน : 

  • การเปลี่ยนแปลงของเด็กที่เห็นได้ชัด คือ ด้านสมรรถนะและการเป็นเจ้าของการเรียนรู้
  • เด็กสามารถคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) ซึ่งเป็นผลที่มาจากการติดตั้งกระบวนการเรียนรู้แบบ STEAM Design Process ที่เปิดพื้นที่ให้เด็กได้คิด ได้วางแผน จินตนาการเพื่อแก้ไขปัญหา โดยคุณครูไม่ได้เข้ามาบอกว่าสิ่งไหนถูก สิ่งไหนผิด ทำให้เด็กกล้าแสดงออก
  • เด็กมีทักษะการทำงานร่วมกัน ผ่านการพูดคุยกันเพื่อวางแผนการทำงาน คอยช่วยเหลือและสนับสนุนกัน ตามศักยภาพของเด็กแต่ละคนที่มี
  • เด็กมีทักษะอาชีพ จากการที่โรงเรียนมี School Concept ชัดเจน ว่าอยากพัฒนาเด็กไปทิศทางไหน และมุ่งเน้นการพัฒนาไปในทิศทางนั้น ทำให้เด็กๆ ได้พัฒนาทักษะให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

ครูเปลี่ยน :

  • เปลี่ยนรูปแบบการสอน ที่ไม่ได้แค่เน้นการพัฒนาความรู้เพียงอย่างเดียว แต่มีการเปิดกว้างมากขึ้น ทั้งเรื่องทักษะและสมรรถนะของเด็ก
  • เปลี่ยนมุมมองใหม่ จากเมื่อก่อนที่มองว่า การสอนแบบสมรรถนะเป็นเรื่องยาก พอได้ทดลองทำและมีเครื่องมือต่าง ๆ เข้ามาช่วย ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับเด็กอย่างชัดเจน 
  • คุณครูในโรงเรียนมีการพูดคุยกันมากขึ้น ผ่านวง PLC ที่นำเรื่องการสอนแบบสมรรถนะมาแลกเปลี่ยนกัน แชร์ประสบการณ์ร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ให้ดียิ่งขึ้น

ผู้อำนวยการ เปลี่ยน :

  • เข้าใจโรงเรียนมากขึ้น รู้ว่าจะต้องพัฒนาโรงเรียนไปในทิศทางไหน และต้องพัฒนาโรงเรียนอย่างไร โดยใช้เครื่องมือ 9 องค์ประกอบ
  • เป็นผู้สนับสนุนคุณครูในการปฎิบัติงาน

สุดท้าย เราจะเห็นว่าการก้าวไปสู่การเป็นโรงเรียนฐานสมรรถนะ ต้องอาศัยหลาย ๆ องค์ประกอบในการพัฒนา ไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้การพัฒนาโรงเรียนเป็นไปทั้งระบบ และเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งโรงเรียนอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะกับตัวผู้เรียนที่จะเกิดทักษะ และสมรรถนะต่าง ๆ ที่ติดตัวไปใช้ในการทำงาน และการใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพในอนาคต

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

"เทคนิคพ่อแม่ในการค้นหาสมรรถนะของลูก" ตอนที่ 3 โดย Starfish Education

"เทคนิคพ่อแม่ในการค้นหาสมรรถนะของลูก" ตอนที่ 3 โดย Starfish Education

Starfish Academy
Starfish Academy

บทบาทของคุณพ่อคุณแม่...ผู้เชื่อมโยงการเรียนรู้จากโรงเรียนสู่โลกของความเป็นจริงการเชื่อมโยงจากโรงเรียนไปถึงพ่อแม่เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าหากโรงเรียนเซ็ตระบบหลักสูตรการเรียนรู้ที่ดี มีมาตรฐานการเรียนการสอน คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถเข้าไปสังเกตว่าเขาเรียนรู้อะ ...

1114 views 11.11.20
"เทคนิคพ่อแม่ในการค้นหาสมรรถนะของลูก" ตอนที่ 3 โดย Starfish Education
"เทคนิคพ่อแม่ในการค้นหาสมรรถนะของลูก" ตอนที่ 2 โดย Starfish Education

"เทคนิคพ่อแม่ในการค้นหาสมรรถนะของลูก" ตอนที่ 2 โดย Starfish Education

Starfish Academy
Starfish Academy

แนวทางที่จะช่วยส่งเสริมสมรรถนะให้กับลูก ในบทบาทของคุณพ่อคุณแม่หากมองในเชิงของทางการแพทย์ คุณพ่อคุณแม่ต้องหาโอกาส และเปิดโอกาสให้ลูกได้สัมผัสกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวให้ได้มากที่สุด รวมถึงการปรับตัวตามบริบท และสิ่งแวดล้อมที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น เรื่ ...

565 views 11.11.20
"เทคนิคพ่อแม่ในการค้นหาสมรรถนะของลูก" ตอนที่ 2 โดย Starfish Education
ศึกษานิเทศก์…นิเทศอย่างไรให้เสริมพลังโรงเรียน

ศึกษานิเทศก์…นิเทศอย่างไรให้เสริมพลังโรงเรียน

Starfish Academy
Starfish Academy

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา เวที TEP Learning ได้มีการพูดคุยในประเด็น “ศึกษานิเทศก์…นิเทศอย่างไรให้เสริมพลังโรงเรียน” ซึ่งจัดขึ้นโดย Starfish Education และได้มีการเชิญตัวแทนศึกษานิเทศก์ (ศน.) คุณครู ผู้อำนวยการโรงเรียน รวมถึงนักกา ...

873 views 11.11.20
ศึกษานิเทศก์…นิเทศอย่างไรให้เสริมพลังโรงเรียน