10 เทคนิคง่าย ๆ เลี้ยงลูกให้มีวินัยและเป็นระเบียบแบบเด็กญี่ปุ่น

10 เทคนิคง่าย ๆ เลี้ยงลูกให้มีวินัยและเป็นระเบียบแบบเด็กญี่ปุ่น

หากพูดถึงการเลี้ยงลูกให้เป็นคนมีระเบียบ เชื่อเลยว่า ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นประเทศหนึ่งที่ใคร ๆ ต่างก็พูดถึงอย่างแน่นอน เรามักจะเห็นภาพของเด็กๆ ตัวเล็กๆ ของชาวญี่ปุ่น ที่เข้าแถวอย่างเป็นระเบียบไม่ว่าจะทำกิจกรรม หรือไปทัศนศึกษาในที่ต่างๆ คุณพ่อคุณแม่ชาวญี่ปุ่นเขามีเคล็ดลับหรือวิธีการเลี้ยงลูกให้มีวินัยหรือวิธีการเลี้ยงลูกให้มีความรับผิดชอบกันได้อย่างไร? วันนี้ Starfish ได้ทำการค้นคว้าและรวบรวมทุกวิธีการสำคัญมาให้แล้ว ตามมาดูกันเลย

1. เด็กญี่ปุ่นถูกฝึกให้ไปโรงเรียนด้วยตัวเอง

ที่ประเทศญี่ปุ่นผู้ปกครองส่วนใหญ่มักจะให้เด็กๆ เดินไป-กลับโรงเรียนด้วยตนเองตั้งแต่ประถมศึกษา แต่หากคุณพ่อคุณแม่จะรับ-ส่ง ก็จะใช้ขนส่งมวลชนมากกว่ารถส่วนตัว เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นต้องการปลูกฝังให้เด็ก ๆ มีวินัยและตรงต่อเวลา ทำให้บางครั้งการใช้รถประจำทางเด็กๆ ก็ต้องวางแผนกำหนดเวลาที่แน่นอน ทำให้สิ่งแวดล้อมเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นปกติชีวิตของเด็กๆ และถูกปลูกฝังเรื่องเวลาไปโดยปริยาย

2. สร้างจิตสำนึกให้กับเด็ก ๆ

โดยให้เห็นถึงความสำคัญของประโยชน์ส่วนรวมมาก่อนเสมอ สร้างให้เด็กๆ รู้จักจิตสาธารณะ ร่วมมือร่วมใจกันทำสิ่งต่างๆ ตั้งแต่ยังเล็กๆ สอนให้เด็กๆ ได้เห็นว่า หากทุกคนร่วมมือร่วมใจกันทำ มันก็จะช่วยให้งานสำเร็จไปได้ด้วยดี เช่นเดียวกับตอนที่อยู่โรงเรียนเด็กๆ เมื่อได้ประโยชน์ให้ส่วนรวม ความสุขก็จะสะท้อนกลับมาสู่ครอบครัวและตัวเราเองได้เช่นกัน

3. ยอมให้เด็กๆ มีอิสรภาพตั้งแต่ยังเล็ก

คุณพ่อคุณแม่ชาวญี่ปุ่นมักจะปล่อยให้เด็ก ๆ ได้ช่วยเหลือตัวเองเมื่ออายุได้ 2 ขวบ เช่น ให้ลองใส่เสื้อผ้า ตักข้าวเอง แปรงฟันเอง แต่มีการดูแลอย่างใกล้ชิดนะคะ หากเมื่อไหร่ที่ลูกทำได้สำเร็จคุณพ่อคุณแม่ก็จะพูดคำชมเชยนั้นเอง แต่สิ่งที่จะทำนั้นทุกอย่าง คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรปล่อยให้เขาลองทำตัวคนเดียวนะคะ เพราะบางเครื่องอาจจะเกินความสามารถของเด็กและเป็นอันตรายกับเขาได้ค่ะ

4. ไม่มีการปกป้องเมื่อลูกทำผิด

หากลูกทำผิดหรือไปสร้างความเสียหาย หรือสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น พ่อแม่จะไม่มีการปกป้อง แต่จะเน้นไปที่การอบรมสั่งสอนให้ลูกมีจิตสำนึกมากกว่า และหาทางหยุดพฤติกรรมดังกล่าวให้ได้

5. เลี้ยงลูกโดยการสอนให้รู้จักเอาตัวรอด

เพราะเด็กๆญี่ปุ่นพ่อแม่มักเลี้ยงลูกโดยการสอนให้พึ่งพาตัวเอง และเอาตัวรอดให้ได้โดยไม่มีพ่อแม่ ซึ่งที่โรงเรียนจะมีการฝึกให้กับเด็กๆ โดยการซ้อมสถานการณ์จำลอง เช่น แผ่นดินไหว ด้วยการให้เด็ก ๆ นอนค้างที่โรงเรียนหนึ่งคืน ไม่ให้อาบน้ำ และต้องกินอาหารสำเร็จรูป ขนมปังและอาหารกระป๋อง เพื่อให้เรียนรู้ว่าหากเกิดแผ่นดินไหวจริงๆ จะต้องทำอย่างไร ทำให้เด็กๆ เอาตัวรอดในสถานการณ์ต่างๆได้ เพราะถูกฝึกและจำลองสถานการณ์ การเอาตัวรอดมาเป็นอย่างดีแล้วโดยไม่ต้องมีพ่อแม่อีกต่อไป

6. เลี้ยงแบบใช้คำพูดที่ดีกับลูก

นอกเหนือจากวิธีด้านบน อีกหนึ่งวิธีการเลี้ยงลูกของพ่อแม่ชาวญี่ปุ่นที่สำคัญก็คือ พวกเขามักจะไม่ค่อยแสดงอาการก้าวร้าว หรือด่าทอด้วยถ้อยคำที่รุนแรง แต่จะใช้วิธีที่สุภาพและใจเย็น โดยบอกผลเสียที่เกิดจากพฤติกรรมที่ทำให้เด็กสำนึกถึงการกระทำนั้นแล้วค่อยปรับลงโทษอย่างสมเหตุสมผล

7. ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

คนญี่ปุ่นมักให้ลูกสัมผัสกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ใบหญ้า ดินทราย และมักจะเลี้ยงลูกอยู่นอกเมืองมากกว่าในเมืองใหญ่ เพราะการที่ให้ลูกอยู่นอกเมืองเช่นนั้นเด็กๆ จะได้มีเพื่อนเล่นในวัยเดียวกัน และได้ผูกพันกับชุมชนมากกว่า และได้รู้จักความลำบาก ซึ่งแตกต่างการใช้ชีวิตในเมืองที่เด็ก ๆ อาจจะเกิดความเครียดได้

8. ส่งเสริมทางด้านจินตนาการให้แก่ลูก

การเล่าเรื่องราวเทพนิยาย หรือตำนานในอดีตให้ลูกฟัง ตลอดจนขนซื้อหนังสือในลักษณะดังกล่าวให้ลูกมิใช่เรื่องแปลกประหลาด หรือมองว่าเป็นเพียงแค่กิจกรรมฆ่าเวลา สำหรับพ่อแม่ชาวญี่ปุ่นแล้ว เรื่องราวเหล่านี้คือเมล็ดพันธุ์ชั้นดีสำหรับการช่วยให้ลูกเข้าใจว่าจินตนาการของพวกเขาเองก็มิมีที่สิ้นสุด และบ่อยครั้ง มันก็เป็นจินตนาการเหล่านี้เองที่จะช่วยให้เขาประสบความสำเร็จหรือเติบใหญ่เป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ มองการณ์ไกล และสามารถคิดค้นวิธีหรือปูทางสิ่ง ๆ ใหม่ให้แก่สังคม

9. ใส่ใจกับการเตรียมอาหารให้ลูก

สำหรับคุณแม่ชาวญี่ปุ่นแล้ว การเตรียมอาหาร โดยเฉพาะกล่องข้าวกลางวันให้แก่ลูกถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด พวกเขาจะใช้เวลาในการจัดเตรียมอาหารและตกแต่งอย่างละเอียดลออ ซึ่งนอกจากจะเป็นการการันตีคุณภาพอาหารที่ทำโดยคุณแม่เองแล้ว การตกแต่งอย่างสวยงาม และน่ารักยังช่วยให้ลูกมีความสุขขณะรับประทาน ตลอดจนช่วยกระตุ้นให้เขารับประทานบางเมนู เช่น บรรดาผักต่าง ๆ ที่เขาอาจมักไม่ชอบรับประทาน

10. ให้ความสำคัญกับอารมณ์ของลูก

สำหรับพ่อแม่ชาวญี่ปุ่น อารมณ์คือสิ่งที่ควรถูกรู้สึกและแสดงออกมา เมื่อลูกร้องไห้หรือรู้สึกเศร้าต่างๆ พวกเขาก็จะสอนให้ลูกรู้จักที่แสดงออกมาอยู่เสมอ และมักไม่มีการดุด่าหรือว่ากล่าว หรือบอกให้ลูกหยุดร้อง หรือเรียนรู้ที่จะกักเก็บความรู้สึก โดยหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมดังกล่าวนี้ก็คือ การที่ชาวญี่ปุ่นมักจะให้ความเคารพความรู้สึกของกันและกันอยู่เสมอ อันหมายถึงว่า ในบริบทระหว่างพ่อแม่และลูก พ่อแม่ก็มีหน้าที่ในการเคารพความรู้สึกและอารมณ์ของลูกเช่นกัน

เป็นยังไงกันบ้างคะกับวิธีการเลี้ยงลูกแบบญี่ปุ่นๆ แบบนี้ เรียกได้ว่าบางอย่างคนไทยเราก็สามารถปรับใช้ได้ และบางอย่างก็ปรับใช้กับชีวิตแบบคนไทยไม่ได้นะคะ ยังไงคุณพ่อคุณแม่ก็ลองปรับเปลี่ยนตามวิถีชีวิตของเราดูและใช้ประโยชน์กับมัน เพื่อจะได้ทำให้เด็ก ๆ ที่บ้านมีระเบียบวินัยกันมากขึ้นนั้นเองค่ะ

แหล่งอ้างอิง

sg.theasianparent.com/japanese-parenting-culture

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

เมื่อพ่อแม่ต้องแท็กทีมเลี้ยงลูก เป้าหมายแบบนี้สิสำคัญ

เมื่อพ่อแม่ต้องแท็กทีมเลี้ยงลูก เป้าหมายแบบนี้สิสำคัญ

Starfish Academy
Starfish Academy

“เลี้ยงลูกด้วยกันแบบง่ายๆ สไตล์สบาย สบาย ผู้ชายเลี้ยงลูก”ในเมื่อบ้านต้องกลายเป็นโรงเรียน กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ในยุคโควิด-19 พ่อแม่ต้องเปลี่ยนบทบาทมาเป็นครู พร้อมกับการทำงานแบบ Work from Home แล้วพ่อแม่จะจัดการเรียนรู้ยังไง และวันนี้เราจะมาพูดคุ ...

560 views 20.09.21
เมื่อพ่อแม่ต้องแท็กทีมเลี้ยงลูก เป้าหมายแบบนี้สิสำคัญ
Unschooling เรียนแบบไม่เรียนของเด็ก Homeschool

Unschooling เรียนแบบไม่เรียนของเด็ก Homeschool

Starfish Academy
Starfish Academy

Homeschool ที่คนส่วนใหญ่นึกถึง คงจะเป็นการที่เด็กๆ เรียนที่บ้านซึ่งแต่ละครอบครัวก็อาจมีรูปแบบไม่ต่างกันมากนัก แต่จริงๆ แล้วการทำโฮมสคูล มีหลายรูปแบบแตกต่างกันตามสไตล์ของแต่ละครอบครัว Unschooling คือ รูปแบบหนึ่งของการทำโฮมสคูลที่หลายคนอาจเคยไ ...

1039 views 13.08.21
Unschooling เรียนแบบไม่เรียนของเด็ก Homeschool
ชั่งน้ำหนักข้อดี-ข้อเสีย ทำบ้านเรียนให้เด็กพิเศษ

ชั่งน้ำหนักข้อดี-ข้อเสีย ทำบ้านเรียนให้เด็กพิเศษ

Starfish Academy
Starfish Academy

โฮมสคูล คือ การศึกษาทางเลือก ที่เปิดโอกาสให้เด็กทุกคน เข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมกัน บ่อยครั้งโฮมสคูล จึงเป็นทางเลือกอันดับต้นๆสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เพราะพ่อแม่สามารถจัดการศึกษาให้สอดคล้อง และเหมาะสมกับความของเด็กๆ ได้ สำหรับคุณพ่ ...

433 views 26.06.21
ชั่งน้ำหนักข้อดี-ข้อเสีย ทำบ้านเรียนให้เด็กพิเศษ