ชั่งน้ำหนักข้อดี-ข้อเสีย ทำบ้านเรียนให้เด็กพิเศษ

ชั่งน้ำหนักข้อดี-ข้อเสีย ทำบ้านเรียนให้เด็กพิเศษ

โฮมสคูล คือ การศึกษาทางเลือก ที่เปิดโอกาสให้เด็กทุกคน เข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมกัน บ่อยครั้งโฮมสคูล จึงเป็นทางเลือกอันดับต้นๆสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เพราะพ่อแม่สามารถจัดการศึกษาให้สอดคล้อง และเหมาะสมกับความของเด็กๆ ได้ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังตัดสินใจมองหาทางเลือกด้านการศึกษาให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษ เราลองมาชั่งน้ำหนักข้อดี-ข้อเสียของการทำโฮมสคูล เพื่อประกอบการตัดสินใจกันค่ะ

ทำความเข้าใจเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

เด็กที่มีความต้องการพิเศษ หรือ Children with special needs คือ เด็กที่จำเป็นต้องได้รับการดูแล ช่วยเหลือเป็นพิเศษ เพิ่มเติมจากวิธีการตามปกติ ทั้งในด้าน การใช้ชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ และการเข้าสังคม เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ โดยออกแบบการดูแล ช่วยเหลือเด็ก ตามลักษณะความจำเป็น และความต้องการของเด็กแต่ละคน โดยอาจจำแนกเด็กที่มีความต้องการพิเศษได้เป็น 3 กลุ่มคือ

  1. เด็กที่มีความสามารถพิเศษ เช่น เด็กปัญญาเลิศ (Gifted Child) หรือเด็กที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะด้าน ซึ่งมักไม่ค่อยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เนื่องจากผู้ใหญ่อาจเข้าใจว่าเด็กเก่งอยู่แล้ว หรือผู้ใหญ่อาจคาดหวังมากจนสร้างความกดดันให้เด็กๆ ซึ่งวิธีการเรียนรู้ในแบบปกติทั่วไป อาจไม่สอดคล้องกับความสามารถของเด็ก ทำให้รู้สึกเบื่อหน่าย ไม่สามารถพัฒนาศักยภาพที่มีได้อย่างที่ควรจะเป็น
  2. เด็กที่มีความบกพร่อง เช่น ความบกพร่องทางการมองเห็น การได้ยิน ทางสติปัญญา ฯ จำเป็นต้องได้รับการจัดการศึกษาพิเศษที่สอดคล้องกับความต้องการของเด็ก
  3. เด็กด้อยโอกาส เด็กที่ขาดแคลนปัจจัยในการเจริญเติบโตอย่างเหมาะสม ส่งผลต่อพัฒนาการร่างกาย จิตใจและการเรียนรู้ เช่น เด็กยากจน เด็กเร่ร่อน เด็กถูกใช้แรงงาน เป็นต้น

การศึกษาสำหรับเด็กทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าว จึงจำเป็นต้องได้รับการออกแบบให้เหมาะสม ควรมีเนื้อหา วิธีการ และการประเมินผลที่สอดคล้องกับศักยภาพของเด็กแต่ละคน ซึ่งการศึกษาแบบโฮมสคูลอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้

ข้อดีของการทำบ้านเรียนให้เด็กพิเศษ

พ่อแม่อาจต้องวางแผน เตรียมจัดการศึกษา และทุ่มเทเวลามากขึ้น แต่คุณมั่นใจได้ว่าลูกได้เรียนรู้ในสิ่งที่ต้องการและเหมาะสมกับเขาจริงๆ นอกจากนี้ยังมีข้อดีหลายประการ 

  • ไม่มีใครรู้จักลูกดีเท่าคุณ : แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ จะมีใบปริญญารับรองวุฒิ และมีประสบการณ์ แต่พวกเขาคงไม่รู้จักลูกได้ดีไปกว่าคุณ ซึ่งเป็นพ่อแม่แท้ๆ ที่ใกล้ชิดดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอด ผนวกกับประสบการณ์ในชีวิตจริง ทำให้พ่อแม่สามารถประยุกต์ความรู้ที่มี มาจัดการเรียนการสอดให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกได้ โดยเฉพาะ คุณย่อมรู้ดีว่าวิธีใดที่ทำให้ลูกมีสมาธิจดจ่อ ก็นำวิธีนั้นมาประกอบการเรียนการสอนได้ หรือลูกจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมด้านใด คุณก็เพิ่มเติมสิ่งนั้นในบทเรียนได้
  • ควบคุมสภาพแวดล้อมได้ : ในโรงเรียนทั่วไปหรือกระทั่งโรงเรียนสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ มักมีกฏเกณฑ์เบื้องต้นสำหรับดูแลเด็กทุกคน เนื่องจากมีนักเรียนจำนวนมาก แต่บุคลากรมีจำกัด ทำให้บางครั้งการเรียนการสอนอาจไม่ทั่วถึง นอกจากนี้ เด็กบางกลุ่ม เช่น ออทิสติก การต้องอยู่ท่ามกลางสิ่งเร้ามากมายในห้องเรียน เสียงและกิจกรรมต่างๆ อาจมากเกินกว่าที่เด็กๆ จะรับมือไหว ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมเชิงลบ ที่อาจนำมาสู่การถูกทำโทษ การเรียนโฮมสคูลที่พ่อแม่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อม อีกทั้งยังให้คำแนะนำเรื่องต่างๆ กับลูกได้โดยตรง ช่วยให้ลูกมีความเข้าใจบทเรียนต่างๆ ได้ดีกว่า
  • มีความยืดหยุ่นมากกว่า : การเรียนการสอนสำหรับเด็กพิเศษ บางครั้งพ่อแม่เองก็จำเป็นต้องทดลอง ทดสอบไปพร้อมๆ กับลูก เพราะไม่รู้ว่าอะไรที่เหมาะสมกับลูกที่สุด การทำโฮมสคูลเป็นแนวทางที่มีความยืดหยุ่นสูง พ่อแม่สามารถปรับเปลี่ยนแนวการสอนได้ตลอดเวลา ต่างจากการส่งลูกไปโรงเรียน หากต้องการปรับเปลี่ยนกลางคัน ก็เท่ากับว่าต้องเสียค่าเรียนไปฟรีๆ ในการทำโฮมสคูลนั้น ครอบครัวสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอนและเนื้อหาต่างๆ ให้สอดคล้องกับผู้เรียนได้มากที่สุด 
  • ความปลอดภัยของลูก : เด็กที่มีความต้องการพิเศษ มักมีแนวโน้มจะถูกบูลลี่มากกว่า และอาจไม่สามารถบอกให้ผู้ใหญ่รับรู้ได้ว่าตนเองถูกรังแก หากคุณพ่อคุณแม่มีความกังวลเรื่องนี้ การทำโฮมสคูลให้ลูก อาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัยของเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี 
  • ดูแลเรื่องโภชนาการได้ : บ่อยครั้งเด็กที่มีความต้องการพิเศษ มักมีพฤติกรรมกินยาก ทำให้พ่อแม่ต้องกังวลเรื่องโภชนาการอยู่เสมอๆ หรือบางกรณี ลูกอาจมีอาการแพ้อาหารบางชนิดรุนแรง การส่งลูกไปโรงเรียน อาจทำให้พ่อแม่กังวลว่าลูกจะได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนไหม ลูกจะเผลอกินอาหารที่ตนเองแพ้หรือเปล่า แต่หากทำโฮมสคูล ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพราะพ่อแม่สามารถจัดมื้ออาหารให้กับลูกได้เอง

ข้อเสียของการทำบ้านเรียนให้เด็กพิเศษ

เหรียญมีสองด้าน การทำบ้านเรียนให้เด็กพิเศษก็เช่นกันค่ะ หลังจากทราบข้อดีแล้ว ลองมาพิจารณาข้อเสียสำหรับการทำบ้านเรียนให้เด็กพิเศษดูบ้าง

  • ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น : การเป็นพ่อแม่ก็มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากมายอยู่แล้ว หากเป็นพ่อแม่ที่ทำบ้านเรียนให้ลูกความรับผิดชอบก็ย่อมเพิ่มขึ้น และยิ่งหากว่าเป็นพ่อแม่ทำบ้านเรียนสำหรับเด็กพิเศษ คุณก็ต้องเตรียมพร้อมเป็นสองเท่า เพราะมีสิ่งต่างๆ ที่ต้องรับผิดชอบเพิ่มขึ้น ไหนจะหลักสูตรการเรียนการสอนของลูก การดูแลร่างกายจิตใจและพัฒนาการ ไหนจะงานบ้านต่างๆ หากไม่พร้อม หรือไม่มีทีมสนับสนุนคอยช่วยเหลือ การทำบ้านเรียนสำหรับเด็กพิเศษก็อาจไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ
  • ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง : เมื่อความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น เวลาดูแลตัวเองก็ย่อมน้อยลง เด็กๆ ที่ไปโรงเรียน มีโอกาสได้พบเจอกับผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน ครู ผู้ช่วยครู ที่ปรึกษา นักกิจกรรมบำบัด ฯ แต่สำหรับการทำบ้านเรียน พ่อและแม่ ต้องเป็นทุกอย่างสำหรับเด็กๆ จริงอยู่ว่าคุณอาจเลือกให้ลูกไปทำกิจกรรมกลุ่มได้ในบางวัน แต่เวลาส่วนใหญ่ลูกจะเรียนรู้อยู่ที่บ้าน ดังนั้น หน้าที่ของพ่อแม่นอกจากจัดการเรียนการสอน ก็ยังต้องสวมหมวกหลายใบ จนไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง 
  • โอกาสกระทบกระทั่งมากขึ้น : ยิ่งใช้เวลาด้วยกันมาก ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะกระทบกระทั่ง ผิดใจกันได้มากขึ้น ยิ่งพ่อแม่เหน็ดเหนื่อยจากสารพัดสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ ก็มีโอกาสที่จะน๊อตหลุด ระเบิดอารมณ์ใส่ลูกได้ การทำโฮมสคูลสำหรับเด็กพิเศษ พ่อแม่จึงจำเป็นต้องฝึกจัดการกับอารมณ์ของตนเอง รู้เท่าทันอารมณ์ หากเหนื่อยหรือไม่ไหวจริงๆ ควรหาเวลาให้ตัวเองได้พัก และควรมีผู้ช่วยทำสิ่งต่างๆ แทนได้ในบางเวลา

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะตัดสินใจแบบใด เราเชื่อว่าคุณได้เลือกสิ่งที่ดี และเหมาะสมที่สุดสำหรับครอบครัวแล้ว การศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่พ่อแม่จำเป็นต้องค่อยๆ ศึกษาหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ เราหวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาทางเลือกการศึกษาให้กับลูกๆ ได้บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

6 วิธีดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษเบื้องต้น

6 วิธีดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษเบื้องต้น

วสันต์ วรรณรัตน์
วสันต์ วรรณรัตน์

ความต้องการพิเศษมีหลายลักษณะ จึงทำให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษในแต่ละคนมีบุคลิก ลักษณะ การแสดงออกที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพความต้องการพิเศษ และความรุนแรงของภาวะนั้น ๆ เช่น เด็กออทิสติก บางคนมีการหลีกหนีสังคม ไม่สามารถเล่นกับเพื่อนได้ เด็กส ...

53 views 03.08.21
6 วิธีดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษเบื้องต้น
EDU Talk : Creative Classroom

EDU Talk : Creative Classroom

Starfish Academy
Starfish Academy

ช่วงปิดเทอมแบบนี้ เด็กๆ ต้องอยู่ที่บ้านเป็นเวลานาน ผู้ปกครองหลายๆท่าน คงอยากรู้ว่า เราจะหากิจกรรมอะไรให้ลูกทำได้บ้าง เพื่อให้ลูกได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และเกิดการเรียนรู้ควบคู่ไปด้วยStarfish Education จึงมาแบ่งปันไอเดียการทำกิจกรรม “พื้นที่นั ...

401 views 11.06.21
EDU Talk : Creative Classroom
ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษในวัยเรียน

ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษในวัยเรียน

วสันต์ วรรณรัตน์
วสันต์ วรรณรัตน์

เมื่อบุตรหลานขึ้นชั้นเรียนระดับประถมไปแล้ว เราจะพบว่ามีรายงานจากครูประจำชั้นถึงพฤติกรรมของบุตรหลาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการเรียน ไม่ว่าจะเป็นการอ่าน การเขียน การคำนวณ หรือแม้แต่พฤติกรรมในชั้นเรียนก็ตาม ปัญหาที่พบ เช่น เด็กไม่สามารถเรียนได้ทั ...

653 views 12.07.21
ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษในวัยเรียน