ชั่งน้ำหนักข้อดี-ข้อเสีย ทำบ้านเรียนให้เด็กพิเศษ

Starfish Academy
Starfish Academy 1334 views • 1 ปีที่แล้ว
ชั่งน้ำหนักข้อดี-ข้อเสีย ทำบ้านเรียนให้เด็กพิเศษ

โฮมสคูล คือ การศึกษาทางเลือก ที่เปิดโอกาสให้เด็กทุกคน เข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมกัน บ่อยครั้งโฮมสคูล จึงเป็นทางเลือกอันดับต้นๆสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เพราะพ่อแม่สามารถจัดการศึกษาให้สอดคล้อง และเหมาะสมกับความของเด็กๆ ได้ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังตัดสินใจมองหาทางเลือกด้านการศึกษาให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษ เราลองมาชั่งน้ำหนักข้อดี-ข้อเสียของการทำโฮมสคูล เพื่อประกอบการตัดสินใจกันค่ะ

ทำความเข้าใจเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

เด็กที่มีความต้องการพิเศษ หรือ Children with special needs คือ เด็กที่จำเป็นต้องได้รับการดูแล ช่วยเหลือเป็นพิเศษ เพิ่มเติมจากวิธีการตามปกติ ทั้งในด้าน การใช้ชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ และการเข้าสังคม เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ โดยออกแบบการดูแล ช่วยเหลือเด็ก ตามลักษณะความจำเป็น และความต้องการของเด็กแต่ละคน โดยอาจจำแนกเด็กที่มีความต้องการพิเศษได้เป็น 3 กลุ่มคือ

  1. เด็กที่มีความสามารถพิเศษ เช่น เด็กปัญญาเลิศ (Gifted Child) หรือเด็กที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะด้าน ซึ่งมักไม่ค่อยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เนื่องจากผู้ใหญ่อาจเข้าใจว่าเด็กเก่งอยู่แล้ว หรือผู้ใหญ่อาจคาดหวังมากจนสร้างความกดดันให้เด็กๆ ซึ่งวิธีการเรียนรู้ในแบบปกติทั่วไป อาจไม่สอดคล้องกับความสามารถของเด็ก ทำให้รู้สึกเบื่อหน่าย ไม่สามารถพัฒนาศักยภาพที่มีได้อย่างที่ควรจะเป็น
  2. เด็กที่มีความบกพร่อง เช่น ความบกพร่องทางการมองเห็น การได้ยิน ทางสติปัญญา ฯ จำเป็นต้องได้รับการจัดการศึกษาพิเศษที่สอดคล้องกับความต้องการของเด็ก
  3. เด็กด้อยโอกาส เด็กที่ขาดแคลนปัจจัยในการเจริญเติบโตอย่างเหมาะสม ส่งผลต่อพัฒนาการร่างกาย จิตใจและการเรียนรู้ เช่น เด็กยากจน เด็กเร่ร่อน เด็กถูกใช้แรงงาน เป็นต้น

การศึกษาสำหรับเด็กทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าว จึงจำเป็นต้องได้รับการออกแบบให้เหมาะสม ควรมีเนื้อหา วิธีการ และการประเมินผลที่สอดคล้องกับศักยภาพของเด็กแต่ละคน ซึ่งการศึกษาแบบโฮมสคูลอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้

ข้อดีของการทำบ้านเรียนให้เด็กพิเศษ

พ่อแม่อาจต้องวางแผน เตรียมจัดการศึกษา และทุ่มเทเวลามากขึ้น แต่คุณมั่นใจได้ว่าลูกได้เรียนรู้ในสิ่งที่ต้องการและเหมาะสมกับเขาจริงๆ นอกจากนี้ยังมีข้อดีหลายประการ 

  • ไม่มีใครรู้จักลูกดีเท่าคุณ : แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ จะมีใบปริญญารับรองวุฒิ และมีประสบการณ์ แต่พวกเขาคงไม่รู้จักลูกได้ดีไปกว่าคุณ ซึ่งเป็นพ่อแม่แท้ๆ ที่ใกล้ชิดดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอด ผนวกกับประสบการณ์ในชีวิตจริง ทำให้พ่อแม่สามารถประยุกต์ความรู้ที่มี มาจัดการเรียนการสอดให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกได้ โดยเฉพาะ คุณย่อมรู้ดีว่าวิธีใดที่ทำให้ลูกมีสมาธิจดจ่อ ก็นำวิธีนั้นมาประกอบการเรียนการสอนได้ หรือลูกจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมด้านใด คุณก็เพิ่มเติมสิ่งนั้นในบทเรียนได้
  • ควบคุมสภาพแวดล้อมได้ : ในโรงเรียนทั่วไปหรือกระทั่งโรงเรียนสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ มักมีกฏเกณฑ์เบื้องต้นสำหรับดูแลเด็กทุกคน เนื่องจากมีนักเรียนจำนวนมาก แต่บุคลากรมีจำกัด ทำให้บางครั้งการเรียนการสอนอาจไม่ทั่วถึง นอกจากนี้ เด็กบางกลุ่ม เช่น ออทิสติก การต้องอยู่ท่ามกลางสิ่งเร้ามากมายในห้องเรียน เสียงและกิจกรรมต่างๆ อาจมากเกินกว่าที่เด็กๆ จะรับมือไหว ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมเชิงลบ ที่อาจนำมาสู่การถูกทำโทษ การเรียนโฮมสคูลที่พ่อแม่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อม อีกทั้งยังให้คำแนะนำเรื่องต่างๆ กับลูกได้โดยตรง ช่วยให้ลูกมีความเข้าใจบทเรียนต่างๆ ได้ดีกว่า
  • มีความยืดหยุ่นมากกว่า : การเรียนการสอนสำหรับเด็กพิเศษ บางครั้งพ่อแม่เองก็จำเป็นต้องทดลอง ทดสอบไปพร้อมๆ กับลูก เพราะไม่รู้ว่าอะไรที่เหมาะสมกับลูกที่สุด การทำโฮมสคูลเป็นแนวทางที่มีความยืดหยุ่นสูง พ่อแม่สามารถปรับเปลี่ยนแนวการสอนได้ตลอดเวลา ต่างจากการส่งลูกไปโรงเรียน หากต้องการปรับเปลี่ยนกลางคัน ก็เท่ากับว่าต้องเสียค่าเรียนไปฟรีๆ ในการทำโฮมสคูลนั้น ครอบครัวสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอนและเนื้อหาต่างๆ ให้สอดคล้องกับผู้เรียนได้มากที่สุด 
  • ความปลอดภัยของลูก : เด็กที่มีความต้องการพิเศษ มักมีแนวโน้มจะถูกบูลลี่มากกว่า และอาจไม่สามารถบอกให้ผู้ใหญ่รับรู้ได้ว่าตนเองถูกรังแก หากคุณพ่อคุณแม่มีความกังวลเรื่องนี้ การทำโฮมสคูลให้ลูก อาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัยของเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี 
  • ดูแลเรื่องโภชนาการได้ : บ่อยครั้งเด็กที่มีความต้องการพิเศษ มักมีพฤติกรรมกินยาก ทำให้พ่อแม่ต้องกังวลเรื่องโภชนาการอยู่เสมอๆ หรือบางกรณี ลูกอาจมีอาการแพ้อาหารบางชนิดรุนแรง การส่งลูกไปโรงเรียน อาจทำให้พ่อแม่กังวลว่าลูกจะได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนไหม ลูกจะเผลอกินอาหารที่ตนเองแพ้หรือเปล่า แต่หากทำโฮมสคูล ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพราะพ่อแม่สามารถจัดมื้ออาหารให้กับลูกได้เอง

ข้อเสียของการทำบ้านเรียนให้เด็กพิเศษ

เหรียญมีสองด้าน การทำบ้านเรียนให้เด็กพิเศษก็เช่นกันค่ะ หลังจากทราบข้อดีแล้ว ลองมาพิจารณาข้อเสียสำหรับการทำบ้านเรียนให้เด็กพิเศษดูบ้าง

  • ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น : การเป็นพ่อแม่ก็มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากมายอยู่แล้ว หากเป็นพ่อแม่ที่ทำบ้านเรียนให้ลูกความรับผิดชอบก็ย่อมเพิ่มขึ้น และยิ่งหากว่าเป็นพ่อแม่ทำบ้านเรียนสำหรับเด็กพิเศษ คุณก็ต้องเตรียมพร้อมเป็นสองเท่า เพราะมีสิ่งต่างๆ ที่ต้องรับผิดชอบเพิ่มขึ้น ไหนจะหลักสูตรการเรียนการสอนของลูก การดูแลร่างกายจิตใจและพัฒนาการ ไหนจะงานบ้านต่างๆ หากไม่พร้อม หรือไม่มีทีมสนับสนุนคอยช่วยเหลือ การทำบ้านเรียนสำหรับเด็กพิเศษก็อาจไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ
  • ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง : เมื่อความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น เวลาดูแลตัวเองก็ย่อมน้อยลง เด็กๆ ที่ไปโรงเรียน มีโอกาสได้พบเจอกับผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน ครู ผู้ช่วยครู ที่ปรึกษา นักกิจกรรมบำบัด ฯ แต่สำหรับการทำบ้านเรียน พ่อและแม่ ต้องเป็นทุกอย่างสำหรับเด็กๆ จริงอยู่ว่าคุณอาจเลือกให้ลูกไปทำกิจกรรมกลุ่มได้ในบางวัน แต่เวลาส่วนใหญ่ลูกจะเรียนรู้อยู่ที่บ้าน ดังนั้น หน้าที่ของพ่อแม่นอกจากจัดการเรียนการสอน ก็ยังต้องสวมหมวกหลายใบ จนไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง 
  • โอกาสกระทบกระทั่งมากขึ้น : ยิ่งใช้เวลาด้วยกันมาก ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะกระทบกระทั่ง ผิดใจกันได้มากขึ้น ยิ่งพ่อแม่เหน็ดเหนื่อยจากสารพัดสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ ก็มีโอกาสที่จะน๊อตหลุด ระเบิดอารมณ์ใส่ลูกได้ การทำโฮมสคูลสำหรับเด็กพิเศษ พ่อแม่จึงจำเป็นต้องฝึกจัดการกับอารมณ์ของตนเอง รู้เท่าทันอารมณ์ หากเหนื่อยหรือไม่ไหวจริงๆ ควรหาเวลาให้ตัวเองได้พัก และควรมีผู้ช่วยทำสิ่งต่างๆ แทนได้ในบางเวลา

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะตัดสินใจแบบใด เราเชื่อว่าคุณได้เลือกสิ่งที่ดี และเหมาะสมที่สุดสำหรับครอบครัวแล้ว การศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่พ่อแม่จำเป็นต้องค่อยๆ ศึกษาหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ เราหวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาทางเลือกการศึกษาให้กับลูกๆ ได้บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

Related Courses

เกร็ดความรู้และเคล็ดลับเพื่อพ่อแม่
ด้านความสัมพันธ์ การรู้จักตนเอง การบริหารจัดการตนเอง การรู้จักสังคม
basic
2:00 ชั่วโมง

ทักษะชีวิตสำหรับเด็กออทิสติก

ออทิสติก เป็นความผิดปกติของพัฒนาการเด็กรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัว โดยเด็กไม่สามารถพัฒนาทักษะทางสังคมและการสื่อคว ...

Starfish Academy
Starfish Academy
ทักษะชีวิตสำหรับเด็กออทิสติก
Starfish Academy

ทักษะชีวิตสำหรับเด็กออทิสติก

Starfish Academy
2680 ผู้เรียน
สอนลูกเรื่องการดูแลสุขภาพ
ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา
basic
2:00 ชั่วโมง

ทำอย่างไรให้ลูกปลอดภัยจากโรคติดต่อ Covid-19

โรคโรคติดต่อ Covid-19 กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทุกคนรู้เท่าทันโรค รู้จักป้องกันตนเองและเด็กไม่ให้ติดต่อ โ ...

Starfish Academy
Starfish Academy
ทำอย่างไรให้ลูกปลอดภัยจากโรคติดต่อ Covid-19
Starfish Academy

ทำอย่างไรให้ลูกปลอดภัยจากโรคติดต่อ Covid-19

Starfish Academy
7579 ผู้เรียน
ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา การรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง การรู้จักตนเอง การบริหารจัดการตนเอง
basic
2:00 ชั่วโมง

ฝึกทักษะพื้นฐานในการตัดสินใจ (Decision Making)

การตัดสินใจที่ดีและมีประสิทธิภาพนั้น ถ้าหากได้รับการฝึกฝนทักษะการตัดสินใจตั้งแต่วัยรุ่น ก็จะเพิ่มโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในชีวิ ...

Starfish Academy
Starfish Academy
ฝึกทักษะพื้นฐานในการตัดสินใจ (Decision Making)
Starfish Academy

ฝึกทักษะพื้นฐานในการตัดสินใจ (Decision Making)

Starfish Academy
นวัตกรรม 3R
ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา
basic
2:00 ชั่วโมง

การสอนคณิตศาสตร์ (3R)

คณิตศาสตร์จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แค่เรามีเทคนิคดีๆ มาเป็นตัวช่วยในการสอน คณิตศาสตร์ของเราก็จะเป็นเรื่องง่าย ไม่น่าเบื่ ...

Starfish Academy
Starfish Academy
การสอนคณิตศาสตร์ (3R)
Starfish Academy

การสอนคณิตศาสตร์ (3R)

Starfish Academy
1244 ผู้เรียน

Related Videos

ออนไลน์ ไม่อ่อนใจ พ่อแม่ลูกต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน
23:01
Starfish Academy

ออนไลน์ ไม่อ่อนใจ พ่อแม่ลูกต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน

Starfish Academy
75 views • 6 เดือนที่แล้ว
ออนไลน์ ไม่อ่อนใจ พ่อแม่ลูกต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน
Starfish Trend Talk | EP.1 | :  ครู VS พ่อแม่ แท็กทีมสื่อสารอย่างไร ? ดีต่อใจเด็ก
38:27
Starfish Academy

Starfish Trend Talk | EP.1 | : ครู VS พ่อแม่ แท็กทีมสื่อสารอย่างไร ? ดีต่อใจเด็ก

Starfish Academy
491 views • 3 เดือนที่แล้ว
Starfish Trend Talk | EP.1 | : ครู VS พ่อแม่ แท็กทีมสื่อสารอย่างไร ? ดีต่อใจเด็ก
สิทธิในร่างกายแบบไหนที่เรียกว่าอยู่ในขอบเขต
05:59
Starfish Academy

สิทธิในร่างกายแบบไหนที่เรียกว่าอยู่ในขอบเขต

Starfish Academy
82 views • 1 ปีที่แล้ว
สิทธิในร่างกายแบบไหนที่เรียกว่าอยู่ในขอบเขต
Starfish Trend Talk | EP.2 | : คำพูดกดทับที่ครูและผู้ปกครองไม่ควรใช้กับเด็ก
41:00
Starfish Academy

Starfish Trend Talk | EP.2 | : คำพูดกดทับที่ครูและผู้ปกครองไม่ควรใช้กับเด็ก

Starfish Academy
70 views • 1 เดือนที่แล้ว
Starfish Trend Talk | EP.2 | : คำพูดกดทับที่ครูและผู้ปกครองไม่ควรใช้กับเด็ก