เทคนิคการสอน สรุปแนวทางจัดกิจกรรมในชั้นเรียนให้นักเรียนสนใจและเข้าใจง่าย

เทคนิคการสอน สรุปแนวทางจัดกิจกรรมในชั้นเรียนให้นักเรียนสนใจและเข้าใจง่าย

ครูเตรียมสไลด์ครบ อธิบายชัดเจน แต่พอถามว่าใครสรุปเรื่องที่เพิ่งเรียนได้บ้าง ทั้งห้องกลับเงียบ สถานการณ์แบบนี้ไม่ได้แปลว่านักเรียนไม่ตั้งใจเสมอไป หลายครั้งนักเรียนแค่ได้นั่งฟัง โดยไม่มีจังหวะให้ลงมือทำหรือพูดความคิดของตัวเอง

บทความนี้ใช้ หลักการสอนที่ดี 12 ข้อ จากเอกสารของสำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดนนทบุรี เป็นโครงหลัก ไล่ตามลำดับข้อ 1 ถึงข้อ 12 โดยแต่ละข้อมีตัวอย่างที่นำไปลองใช้ในห้องเรียนได้ ส่วนรูปแบบการสอนแบบ Jigsaw และ STAD จากเอกสารเรื่องการสอนแบบทันสมัย จะแทรกอยู่ในข้อที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้เห็นภาพว่าหลักการข้อนั้นทำจริงได้อย่างไร

12 ลักษณะการสอนที่ดีที่ครูทุกคนต้องมี

เอกสารต้นทางเปิดด้วยแนวคิดว่าครูควรเป็นแบบอย่างที่ดีของศิษย์ ใฝ่เรียน และพัฒนาตนเองไปเรื่อย ๆ เพราะการสอนที่ดีช่วยให้นักเรียนเข้าใจบทเรียน จากนั้นจึงระบุลักษณะการสอนที่ดีไว้ 12 ข้อ ดังนี้

ข้อ 1 ให้นักเรียนเรียนด้วยการลงมือทำ

การได้ลงมือทำจริงสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายมากกว่าการนั่งฟังอย่างเดียว ครูคณิตศาสตร์อาจให้นักเรียนวัดความยาวห้องด้วยไม้บรรทัดและก้าวเท้า แล้วเปรียบเทียบว่าทำไมตัวเลขของแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน ก่อนจะอธิบายเรื่องหน่วยวัด

ข้อ 2 ให้นักเรียนเรียนด้วยการทำงานเป็นกลุ่ม

งานกลุ่มทำให้นักเรียนได้แสดงความเห็น ยอมรับความเห็นของเพื่อน และฝึกทำงานร่วมกับผู้อื่น แต่งานกลุ่มที่ไม่มีการแบ่งหน้าที่มักจบที่เด็กสองคนทำ ที่เหลือนั่งดู รูปแบบการสอนแบบ Jigsaw ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ เพราะทุกคนมีข้อมูลที่เพื่อนต้องใช้

Jigsaw ตั้งชื่อตามเกมต่อภาพ ผู้เสนอวิธีนี้คนแรกคือ Aronson และคณะ นักเรียนแต่ละคนจะได้ศึกษาเนื้อหาเพียงส่วนเดียว แล้วต้องไปสอนเพื่อนให้ภาพครบ ขั้นตอนมีดังนี้

  1. ครูแบ่งหัวข้อเป็นส่วนย่อยเท่ากับจำนวนสมาชิกในกลุ่ม ถ้ากลุ่มละ 3 คน ก็แบ่งเนื้อหาเป็น 3 ส่วน
  2. จัดนักเรียนเป็น กลุ่มพื้นฐาน (Home Group) กลุ่มละ 3-4 คน ให้เก่งอ่อนคละกัน แต่ละคนรับผิดชอบอ่านเฉพาะส่วนของตัวเอง
  3. นักเรียนที่ได้หัวข้อเดียวกันแยกไปนั่งรวมกันเป็น กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (Expert Group) ช่วยกันอ่าน สรุป และคิดว่าจะนำเสนออย่างไร
  4. ทุกคนกลับกลุ่มเดิม ผลัดกันสอนเพื่อนทีละหัวข้อ เพื่อนซักถามได้
  5. นักเรียนแต่ละคนทำแบบทดสอบเนื้อหาทุกหัวข้อ แล้วนำคะแนนมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม
  6. กลุ่มที่ได้คะแนนสูงสุดรับรางวัลหรือคำชมเชย

ตัวอย่างเช่น ครูสังคมศึกษาสอนภูมิภาคของไทย 4 ภาค แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 4 คน แต่ละคนรับหนึ่งภาค ไปรวมกับเพื่อนที่ได้ภาคเดียวกันเพื่ออ่านและสรุป แล้วกลับมาสอนเพื่อนอีก 3 คน ใครไม่เตรียมตัว กลุ่มจะขาดข้อมูลไปหนึ่งภาคจริง ๆ

เอกสารต้นทางระบุว่า Jigsaw เหมาะกับการทบทวนเนื้อหาที่มีหลายหัวข้อ หรือบทเรียนที่แบ่งเป็นส่วนได้ และนักเรียนศึกษาจากเอกสารเองได้ ถ้าเนื้อหาต้องเรียนเรียงตามลำดับ เช่น ต้องเข้าใจเรื่องแรกก่อนจึงจะเข้าใจเรื่องที่สอง การแบ่งส่วนอาจทำได้ยาก

อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือการจัดห้องเรียน โต๊ะที่หันหน้าเข้าหากันเป็นกลุ่มช่วยให้การคุยเริ่มได้เร็วกว่าแถวตอนลึก ลองซ้อมย้ายโต๊ะสักครั้งก่อนวันใช้จริง จะได้ไม่เสียเวลาทั้งคาบ

ข้อ 3 ตอบสนองความต้องการของนักเรียน

ข้อนี้ต้องการให้นักเรียนเรียนด้วยความสุข ความสนใจ และกระตือรือร้นในการทำกิจกรรม ความสนใจของเด็กประถมกับเด็กมัธยมต่างกันมาก ครูจึงควรเข้าใจพัฒนาการเด็กของช่วงชั้นที่สอน เพื่อเลือกงานที่ไม่ง่ายหรือยากเกินไป

ข้อ 4 เชื่อมโยงวิชาที่สอนกับวิชาอื่น

การสอนให้สัมพันธ์กับวิชาอื่นในหลักสูตรช่วยให้นักเรียนเห็นว่าความรู้ไม่ได้แยกเป็นกล่อง เช่น ใช้งานศิลปะอธิบายวงจรน้ำในวิชาวิทยาศาสตร์ ระดับประถมครูคนเดียวทำได้เลย ส่วนระดับมัธยมอาจต้องตกลงกับครูอีกวิชา เอกสารต้นทางที่อธิบายเรื่องการบูรณาการแยกไว้เช่นนี้เหมือนกัน

ข้อ 5 ใช้สื่อโสตทัศนวัสดุให้เข้าใจง่ายขึ้น

สื่อประเภทภาพ เสียง และวิดีโอช่วยเร้าความสนใจและทำให้บทเรียนเข้าใจง่ายขึ้น การเลือกสื่อการสอนควรถามตัวเองก่อนว่าสื่อชิ้นนั้นช่วยให้นักเรียนเข้าใจเรื่องนี้เร็วขึ้นหรือไม่ เอกสารเรื่องการสอนแบบทันสมัยรวบรวมเครื่องมือไว้หลายตัว เช่น Kahoot สำหรับถามตอบในห้อง และ Popplet สำหรับทำแผนผังความคิด แต่เอกสารฉบับนั้นเผยแพร่มาหลายปีแล้ว ก่อนใช้จริงควรตรวจว่าเครื่องมือยังเปิดให้ใช้และยังฟรีอยู่หรือไม่

ข้อ 6 จัดกิจกรรมให้หลากหลาย

กิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายทำให้นักเรียนสนุก ได้ลงมือปฏิบัติ และเห็นผลงานของตัวเอง ใน 1 คาบอาจมีทั้งช่วงฟังสั้น ๆ ช่วงทำงานคู่ และช่วงนำเสนอ แทนที่จะใช้วิธีเดียวตลอดคาบ นักเรียนที่เรียนรู้ด้วยการพูดจะได้พูด ส่วนนักเรียนที่ชอบวาดหรือเคลื่อนไหวก็มีที่ให้ใช้ความถนัด

ข้อ 7 ให้นักเรียนได้ใช้ความคิดอยู่เสมอ

ข้อนี้ให้ครูซักถามหรือขอให้นักเรียนแสดงความเห็นเกี่ยวกับปัญหาง่าย ๆ เพื่อฝึกหาเหตุผล เปรียบเทียบ และพิจารณาความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ คำถามที่ได้ผลมักเป็นคำถามปลายเปิดที่ขึ้นต้นด้วย "ทำไม" หรือลงท้ายด้วย "อย่างไรบ้าง" "อะไรบ้าง" "เพราะอะไร"

ลองถามในสามช่วง ก่อนทำกิจกรรมถามว่า "ถ้าจะแก้ปัญหานี้ ต้องรู้อะไรเพิ่มบ้าง" ระหว่างทำถามว่า "กลุ่มเจออะไรที่ไม่คาดคิดไหม" หลังทำถามว่า "ถ้าทำใหม่ จะเปลี่ยนตรงไหน เพราะอะไร" เมื่อนักเรียนติดขัด ให้ถามต่อแทนการบอกคำตอบ และเว้นเวลาให้คิดจริง ๆ ก่อนเรียกตอบ

ข้อ 8 ส่งเสริมความคิดริเริ่มและความคิดสร้างสรรค์

เอกสารยกตัวอย่างกิจกรรมสุนทรียภาพ เช่น ร้อยกรอง วาดภาพ และแสดงละคร ครูไม่จำเป็นต้องมีคาบศิลปะแยกต่างหาก ให้นักเรียนสรุปบทเรียนเป็นบทละครสั้นหรือภาพประกอบก็ได้ ข้อสำคัญคือส่งเสริมให้คิดสิ่งใหม่ที่มีประโยชน์ ไม่เลียนแบบใคร

ข้อ 9 ใช้การจูงใจระหว่างเรียน

รางวัล คำชมเชย คะแนนแข่งขัน และเครื่องเชิดชูเกียรติ ช่วยให้นักเรียนตั้งใจและขยันทำกิจกรรม ครูบางห้องทำเกียรติบัตรใบเล็ก ๆ ให้กลุ่มที่ช่วยกันดีที่สุดในสัปดาห์นั้น

ข้อควรระวังคือรางวัลที่ตกอยู่กับผู้ชนะซ้ำ ๆ อาจทำให้เด็กบางคนถอยออกจากกิจกรรม แนวคิดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานในเอกสารเรื่องการสอนแบบทันสมัยก็เตือนว่า ความเครียดและความวิตกกังวลทำให้สมองเรียนรู้ได้น้อยลง รูปแบบการสอนแบบ STAD แก้จุดนี้ด้วยการให้รางวัลตามความก้าวหน้า

STAD (Student Teams-Achievement Division) มาจากแนวคิดการเรียนเป็นทีมของ Slavin ตั้งอยู่บนหลักสามข้อ คือ ให้รางวัลเป็นทีมเพื่อให้สมาชิกต้องพึ่งพากัน ทุกคนต้องรับผิดชอบการเรียนรู้ของตัวเอง และทุกคนมีโอกาสสำเร็จเท่ากันเพราะวัดจากการทำคะแนนให้ดีกว่าเดิมของตัวเอง ลำดับกิจกรรมเป็นดังนี้

  1. ขั้นสอน ครูสอนเนื้อหาหรือทักษะ จะบรรยาย สาธิต ใช้สื่อ หรือให้ทดลองก็ได้
  2. ขั้นทบทวนเป็นกลุ่ม แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 4-5 คนที่ความสามารถต่างกัน ทุกคนต้องตอบคำถามได้ถูกครบ ถ้าสงสัยให้ถามเพื่อนในกลุ่มก่อนถามครู และต้องอธิบายเหตุผลของคำตอบได้
  3. ขั้นทดสอบย่อย นักเรียนทำข้อสอบคนเดียว ไม่ช่วยกัน
  4. ขั้นคิดคะแนนพัฒนาการ นำคะแนนครั้งนี้เทียบกับผลสอบครั้งก่อน ๆ ของคนนั้น ถ้าครั้งก่อนได้ 5 ครั้งนี้ได้ 7 ส่วนที่เพิ่มคือคะแนนพัฒนาการ แล้วรวมหรือเฉลี่ยของสมาชิกทุกคนเป็นคะแนนกลุ่ม
  5. ขั้นให้รางวัลกลุ่ม กลุ่มที่ถึงเกณฑ์ได้รับคำชมหรือติดประกาศบนบอร์ดห้องเรียน

นักเรียนที่เรียนอ่อนจึงช่วยทีมได้ด้วยการทำให้ดีกว่าครั้งก่อน ไม่ต้องแข่งกับเพื่อนที่เก่งกว่า ทำให้การสร้างแรงจูงใจในการเรียนเข้าถึงนักเรียนได้หลายระดับ

ข้อ 10 ส่งเสริมวิถีประชาธิปไตยในห้องเรียน

ข้อนี้คือเปิดโอกาสให้แสดงความเห็น รับฟังกัน เคารพความเห็นต่าง ยกย่องความเห็นที่ดี และให้นักเรียนมีส่วนร่วมวางแผนกับครู ตัวอย่างที่ทำได้ทันทีคือให้นักเรียนช่วยกันตั้งกติกาการทำงานกลุ่ม หรือโหวตเลือกว่าจะนำเสนอผลงานเป็นแบบไหน

ข้อ 11 เร้าความสนใจก่อนลงมือสอนเสมอ

ข้อนี้สั้นที่สุดในรายการ แต่ส่งผลต่อทั้งคาบ นักเรียนที่ยังไม่รู้ว่าต้องเรียนเรื่องนี้ไปทำไม มักไม่มีแรงฟังต่อ ครูวิทยาศาสตร์อาจวางแก้วน้ำสองใบไว้หน้าชั้นแล้วถามว่า "ถ้าหยดสีลงไปพร้อมกัน คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น" ครูภาษาไทยอาจฉายข้อความแชตที่อ่านได้สองความหมาย แล้วให้นักเรียนเถียงกันว่าผู้ส่งตั้งใจสื่ออะไร

อีกวิธีคือเทคนิค Know-Want-Learned ให้นักเรียนเขียนสิ่งที่รู้แล้วและสิ่งที่อยากรู้ในหัวข้อนั้น แล้วเติมสิ่งที่ได้เรียนรู้ตอนปิดคาบ ครูจะเห็นความรู้เดิมของนักเรียนตั้งแต่ต้นชั่วโมง

ข้อ 12 ประเมินผลตลอดเวลา

เอกสารระบุให้ประเมินด้วยวิธีที่หลากหลาย เช่น การสังเกต การซักถาม และการทดสอบ เพื่อให้แน่ใจว่าการสอนตรงตามจุดประสงค์ แนวคิดการออกแบบย้อนกลับ (Backward Design) ช่วยให้ทำข้อนี้ง่ายขึ้น โดยให้ครูตอบสามคำถามก่อนลงรายละเอียดในแผนการสอน คือ นักเรียนควรเข้าใจอะไร จะรู้ได้อย่างไรว่าเขาเข้าใจ และควรจัดประสบการณ์แบบไหนให้ไปถึงจุดนั้น

หลักฐานการเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อสอบใหญ่ แบบทดสอบสั้น ๆ การสังเกตขณะทำกิจกรรม การตรวจการบ้าน และสมุดบันทึกการเรียนรู้ (Learning Log) ใช้ได้ทั้งหมด เมื่อเก็บไว้เป็นระบบ ครูจะปรับคาบถัดไปได้ทันที และยังใช้เป็นเอกสารประกอบการประเมินวิทยฐานะได้ด้วย การลองวิธีใหม่ สังเกตผล แล้วปรับ ก็นับเป็นส่วนหนึ่งของสมรรถนะครูที่ครูพัฒนาได้เอง

สรุป

ทั้ง 12 ข้อชี้ไปทางเดียวกัน คือให้นักเรียนสงสัยก่อน ลงมือทำจริง ได้คิดและพูดความคิดของตัวเอง แล้วให้ครูตรวจดูผลอยู่ตลอด ข้อที่เริ่มได้ง่ายที่สุดคือข้อ 11 กับข้อ 7 เพราะใช้แค่คำถามที่เตรียมไว้ไม่กี่ข้อ ไม่ต้องมีอุปกรณ์เพิ่ม

เมื่อพร้อมทำงานกลุ่ม Jigsaw เหมาะกับเนื้อหาที่แบ่งเป็นส่วนได้และมีเอกสารให้อ่าน ส่วน STAD เหมาะกับห้องที่ระดับความสามารถต่างกัน เพราะวัดความก้าวหน้าของแต่ละคนแทนการเทียบกัน เลือกหนึ่งข้อที่ตรงกับบทเรียนสัปดาห์หน้า ลองใช้ แล้วจดว่านักเรียนตอบสนองอย่างไร หากต้องการแนวทางอื่นเพิ่มเติม บทความอื่นของ Starfish Labz มีเนื้อหาสำหรับครูให้อ่านต่อ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสอน

Q1: หลักการสอนที่ดี 12 ข้อ ครูควรเริ่มทำข้อไหนก่อน?

เริ่มจากข้อที่ใช้เวลาน้อยและเห็นผลเร็ว คือข้อ 11 เร้าความสนใจก่อนสอน เช่น เปิดคาบด้วยคำถามชวนสงสัยหรือของจริงหน้าชั้น และข้อ 7 เพิ่มคำถามปลายเปิดอย่าง "ทำไมถึงคิดแบบนั้น" ในคาบปกติ เมื่อคุ้นแล้วจึงขยับไปงานกลุ่มตามข้อ 2 และเก็บผลจากแบบทดสอบสั้น ๆ ตามข้อ 12 เพื่อดูว่าควรปรับตรงไหน

Q2: Jigsaw กับ STAD ต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหน?

Jigsaw ให้นักเรียนแต่ละคนเรียนเนื้อหาคนละส่วนแล้วสอนเพื่อนกันเอง คะแนนกลุ่มมาจากผลสอบรวมของสมาชิก ส่วน STAD ให้ครูสอนก่อนแล้วกลุ่มช่วยกันทบทวน คะแนนกลุ่มมาจากคะแนนพัฒนาการเทียบกับครั้งก่อนของแต่ละคน ถ้าเนื้อหาแบ่งเป็นหัวข้อย่อยได้และนักเรียนอ่านเอกสารเองได้ เหมาะกับ Jigsaw แต่ถ้าในห้องมีนักเรียนระดับต่างกันมากและอยากให้ทุกคนมีส่วนช่วยทีม STAD จะเหมาะกว่า


แหล่งอ้างอิง

- 12 ลักษณะการสอนที่ดีที่ครูทุกคนต้องมี

- การสอนแบบทันสมัยและเทคนิควิธีสอนแนวใหม่

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

Related Courses

แผนการสอนและหน่วยการเรียนรู้
ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม
basic
1:30 ชั่วโมง

คู่มือการสอนนวัตกรรม 3R ฉบับบ้านปลาดาว

คงจะดีถ้าการอ่านออกเขียนได้ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป นวัตกรรม3R โรงเรียนบ้านปลาดาว ได้ออกแบบชุดการสอนที่ง่ายและเกิดผล ...

Starfish Academy
Starfish Academy
คู่มือการสอนนวัตกรรม 3R ฉบับบ้านปลาดาว
Starfish Academy

คู่มือการสอนนวัตกรรม 3R ฉบับบ้านปลาดาว

Starfish Academy
4.9 (698 ratings)
8967 ผู้เรียน
ทักษะที่ใช้ได้จริงในชีวิต
ด้านความร่วมมือการ ทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ การรู้จักสังคม
basic
2:00 ชั่วโมง

ทำไมการศึกษาไทยต้องเปลี่ยนแปลง

ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาคงไม่ใช่แค่หน้าที่ของ “ครู” แต่คือผู้ที่มีความเชื่อและกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา เพื่อก ...

Starfish Academy
Starfish Academy
ทำไมการศึกษาไทยต้องเปลี่ยนแปลง
Starfish Academy

ทำไมการศึกษาไทยต้องเปลี่ยนแปลง

Starfish Academy
4.8 (59 ratings)
เครื่องมือและเทคโนโลยีเพื่อการสอน
ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม
basic
2:00 ชั่วโมง

ออกแบบ Booklet (กิจกรรมการเรียนรู้) อย่างไร ช่วยนักเรียนไม่ถดถอยในการเรียนรู้ช่วงปิดเทอม

ในคอร์สนี้จะเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับ 6 ปัจจัยการออกแบบการเรียนรู้ให้นักเรียน ในแบบฉบับ Booklet เช็คลิสต์ 8 วิธีออกแบบกิจ ...

Starfish Academy
Starfish Academy
ออกแบบ Booklet (กิจกรรมการเรียนรู้) อย่างไร ช่วยนักเรียนไม่ถดถอยในการเรียนรู้ช่วงปิดเทอม
Starfish Academy

ออกแบบ Booklet (กิจกรรมการเรียนรู้) อย่างไร ช่วยนักเรียนไม่ถดถอยในการเรียนรู้ช่วงปิดเทอม

Starfish Academy
4.7 (22 ratings)
การออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้
ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา
basic
2:00 ชั่วโมง

การจัดการเรียนรู้โดยใช้อริยสัจเป็นฐาน (Ariyasacca Based Learning : ABL)

การจัดการเรียนรู้โดยใช้อริยสัจเป็นฐาน เน้นการเรียนรู้บนฐานชีวิตจริงที่ให้ผู้เรียนเป็นเจ้าของการเรียนรู้และสร้างองค์ความรู้ด้วยต ...

สํานักงานพระสอนศีลธรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สํานักงานพระสอนศีลธรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
การจัดการเรียนรู้โดยใช้อริยสัจเป็นฐาน (Ariyasacca  Based Learning : ABL)
สํานักงานพระสอนศีลธรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

การจัดการเรียนรู้โดยใช้อริยสัจเป็นฐาน (Ariyasacca Based Learning : ABL)

สํานักงานพระสอนศีลธรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
4.9 (26 ratings)

Related Videos

CBE - การจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ
10:22
Starfish Academy

CBE - การจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ

Starfish Academy
2648 views • 2 ปีที่แล้ว
Well Being - การพัฒนาสุขภาวะของผู้เรียน
11:22
Starfish Academy

Well Being - การพัฒนาสุขภาวะของผู้เรียน

Starfish Academy
622 views • 2 ปีที่แล้ว
Success - การพัฒนาสมรรถนะและทักษะของผู้เรียนอย่างเด่นชัด
13:16
Starfish Academy

Success - การพัฒนาสมรรถนะและทักษะของผู้เรียนอย่างเด่นชัด

Starfish Academy
297 views • 2 ปีที่แล้ว
Learning Loss - การภาวะความถดถอยในการเรียนรู้
10:11
Starfish Academy

Learning Loss - การภาวะความถดถอยในการเรียนรู้

Starfish Academy
1623 views • 2 ปีที่แล้ว