วิธีปลดล็อก กระตุ้นให้ลูกคิดสร้างสรรค์แบบน็อนสต๊อป

Starfish Academy
Starfish Academy 320 views • 1 เดือนที่แล้ว
วิธีปลดล็อก กระตุ้นให้ลูกคิดสร้างสรรค์แบบน็อนสต๊อป

สำหรับคนเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่คงพอจะรู้ว่า ในเรื่องการเรียนรู้ของลูกนั้น บางสิ่งก็เป็นเรื่องที่ “สอน” กัน ได้ เช่น ความรู้ด้านวิชาการต่างๆ แต่บางสิ่งก็เป็นจำเป็นต้อง “สร้าง” ขึ้นมา เช่น ทักษะการแก้ปัญหา การคิดวิเคราะห์แยกแยะ รวมทั้งเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ ที่จำเป็นต้องค่อยๆ สร้าง จนถึงจุดที่เด็กๆ สามารถปลดล็อกจินตนาการ และนำความคิดสร้างสรรค์มาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆได้

บทความนี้ Starfish Labz ขอชวนคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครอง มาจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ ดูว่าผู้ใหญ่อย่างเราๆ จะช่วยสร้างจินตนาการให้กับเด็กๆ ได้อย่างไรบ้าง

ฝึกอย่างไรให้เกิดทักษะกระบวนการคิด

จุดเริ่มต้นความสร้างสรรค์

ความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นได้ แต่ไม่ใช่จากการนั่งเรียนในห้องสี่เหลี่ยม อย่างไรก็ตาม ความรู้ก็อาจเป็นเมล็ดพันธ์ุที่ต่อยอดให้เติบโตกลายเป็นความคิดสร้างสรรค์ได้

เพราะจะว่าไปแล้ว ความคิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่การสร้างสิ่งใหม่บนกระดาษที่ว่างเปล่า แต่หมายถึงการนำสิ่งที่มีอยู่แล้วมารวมเข้าด้วยกันในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนต่างหาก

James Webb Young นักโฆษณาระดับตำนานชาวสหรัฐฯ ได้อธิบายกระบวนการคิดสร้างสรรค์ทั้ง 5 ขั้น  ไว้ได้อย่างน่าสนใจ โดยเขาเชื่อว่าไม่ว่าจะอย่างไร ความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ 

1. รวบรวมข้อมูล หรืออาจเรียกว่าเป็นขั้นตอนของการเรียนรู้ โดยแบ่งได้เป็น ข้อมูลทั่วไป ได้แก่วิชาความรู้พื้นฐานที่เหมาะสมตามวัย และข้อมูลจำเพาะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่สนใจเป็นพิเศษ 

2. ทำความเข้าใจข้อมูล ขั้นตอนนี้คือการตรวจสอบสิ่งที่ได้เรียนรู้มา โดยพิจารณาข้อเท็จจริงจากมุมต่างๆ มองหาความเชื่อมโยง ความต่าง และวิธีการนำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

3. ปล่อยวางความคิด หลังจากศึกษาข้อมูลแล้ว อาจพบว่ามีบางจุดที่ยังไม่เข้าใจ หรือไม่สามารถหาคำตอบได้ ซึ่งในขั้นนี้ควรพักและปล่อยวางความคิดไว้ก่อน ลองหาสิ่งอื่นที่ตื่นเต้นหรือสร้างแรงบันดาลใจทำ แทนการหมกหมุ่นกับข้อมูล

4. ความคิดปิ๊งแวบ หลังจากเราปล่อยวางความคิด ไปทำสิ่งอื่น เมื่อถึงขณะหนึ่งไอเดียจะปิ๊งแวบเข้ามาในสมอง โดยที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน

5. ปรับแต่งพัฒนา นำความคิดสร้างสรรค์ที่ปิ๊งแวบขึ้นมานั้น มาปรับแต่ง พัฒนา ต่อยอดให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริงเพื่อสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

อิทธิพลของพ่อแม่มีผลต่อการศึกษาของลูก

พ่อแม่ช่วยลูกปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไรบ้าง

เมื่อรู้แล้วว่าความคิดสร้างสรรค์ เกิดขึ้นได้จากการมีข้อมูลความรู้เป็นฐาน แล้วค่อยๆ พัฒนาไปสู่ความเข้าใจ ปล่อยวาง และในที่สุดไอเดียต่างๆ ก็มักจะผุดขึ้นมาในสมองตอนที่เราแทบไม่ได้นึกถึงมัน

เมื่อเป็นเช่นนี้ พ่อแม่สามารถช่วยลูกปลดล็อกจินตนาการ เผื่อให้ลูกมีไอเดียความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นได้ ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • ปลูกฝังความสงสัยและช่างสังเกต  หมั่นถามคำถามที่เป็นชนวนให้ลูกได้ฝึกคิด เช่น ทำไมวันนี้ก้อนเมฆดูแปลกตาไป หรือเพราะอะไรวันนี้ถึงไม่ได้ยินเสียงนกร้องเลยนะ สิ่งเหล่านี้เริ่มได้จากพ่อแม่ เมื่อลูกตอบคำถาม ซึ่งมักเป็นการสันนิษฐาน อาจชวนลูกลองหาคำตอบด้วยกัน นอกจากจะฝึกให้ลูกช่างสงสัยและช่างสังเกตแล้ว คำถามเหล่านี้ยังเป็นหัวข้อสนทนา ที่ช่วยสานสัมพันธ์ในครอบครัวได้ด้วย
  • สนับสนุนสิ่งที่ลูกสนใจ ความคิดสร้างสรรค์เบ่งบานได้ดี เมื่อเด็กๆ เกิดความสงสัยใคร่รู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจ พ่อแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ทำกิจกรรมที่พวกเขาชอบ และสนับสนุนให้สำรวจกิจกรรมเหล่านั้นอย่างลึกซึ้ง เช่น หากลูกสนใจเรื่องการปั้นดิน ไม่เพียงไปเข้าคลาส แต่ลองสนับสนุนให้ลูกเขียนบทความเกี่ยวกับการปั้นดิน ถ่ายรูปผลงาน หรือกระทั่งไปสำรวจดินที่แตกต่างกันในแต่ละแหล่ง สิ่งเหล่านี้คือข้อมูลพื้นฐานที่จะกระตุ้นให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ได้ไม่สิ้นสุด

ฮ่องเต้ซินโดรม ปัญหาใหญ่ของเด็กไทยยุคนี้

  • ส่งเสริมความคิดที่ว่าอะไรก็เป็นไปได้ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ การปลูกฝังให้ลูกมี Growth Mindset นั่นเอง เมื่อลูกมีไอเดียในเรื่องต่างๆ พ่อแม่อาจช่วยเสริมด้วยการตั้งคำถามว่า “แล้วถ้าหาก...” เพื่อให้ลูกได้ฝึกคิดถึงความเป็นไปได้ที่หลากหลายมากขึ้น เช่น เมื่อลูกบอกว่า จะลองใช้ฟองน้ำเพื่อวาดรูป พ่อแม่อาจถามว่า แล้วถ้าหากเราใช้เศษผ้าที่มีพื้นผิวต่างๆ กันด้วยล่ะจะเป็นอย่างไร วิธีนี้ทำให้แทนที่ลูกจะรอทำตามสั่งว่าต้องทำอย่างไร เปลี่ยนเป็นฉันจะทำอะไรได้บ้าง ซึ่งทำให้เห็นความเป็นไปได้ที่มากยิ่งขึ้น
  • ให้อิสระ ความคิดสร้างสรรค์คงเกิดขึ้นไม่ได้หากเด็กๆ ถูกจำกัดไปเสียทุกสิ่ง ดังนั้น ความคิดสร้างสรรค์จึงมักเกิดขึ้นกับเด็กๆ ที่ได้รับอิสรภาพอย่างเหมาะสม เปิดโอกาสให้ลูกได้เล่น ได้เลอะ ได้ทดลองทำสิ่งต่างๆ พ่อแม่จำเป็นต้องรับมือกับความกังวลของตัวเอง เช่น 

กลัวน้ำหก กลัวสีเลอะ กลัวเสื้อผ้าลูกสกปรก ฯลฯ เพราะเมื่อพ่อแม่กังวลมากเกินไป ก็มีความเป็นไปได้ว่าพ่อแม่จะแสดงความเจ้ากี้เจ้าการโดยไม่รู้ตัว ซึ่งสิ่งนี้อาจขัดขวางกระบวนการเกิดความคิดสร้างสรรค์ของลูกได้ 

เมื่อพ่อแม่ช่วยให้เด็กๆ ปลดล็อกจินตนาการไม่รู้จบได้แล้ว ในอนาคตหากลูกต้องเผชิญปัญหา หรือพบความสับสนในชีวิต พวกเขาก็จะสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ ค้นหาทางออกที่หลากหลายให้กับปัญหาต่างๆ เกิดเป็นความมั่นใจ และเห็นคุณค่าในตนเอง ซึ่งจะช่วยทำให้มีชีวิตที่เป็นสุขได้  

แหล่งอ้างอิง (Sources):

https://jamesclear.com/creativity

https://www.rootsofaction.com/nurturing-childrens-creativity/

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

Related Courses

How to Play : กลเม็ดพิชิตใจเด็ก

เบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์
เบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์
2:00 ชั่วโมง
Basic
ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ
ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม

“เล่นให้เด็กติดใจ”จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปถ้าหากเรารู้เคล็ดลับบทเรียนนี้จะช่วยให้คุณ “เป็นคนที่ เล่นอย่างสนุก”“เข้าใจวิธีการเ ...

บทบาทผู้ปกครอง ความคิดสร้างสรรค์ จิตวิทยา
How to Play : กลเม็ดพิชิตใจเด็ก

How to Play : กลเม็ดพิชิตใจเด็ก

เบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์
เบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์
147 ผู้เรียน

Related Videos

3 เรื่องราว 3 มุมมองกับการเลี้ยงลูกในยุคโควิด-19
04:09

3 เรื่องราว 3 มุมมองกับการเลี้ยงลูกในยุคโควิด-19

ฝ่าประเด็นท้าทายผู้อำนวยการผู้สร้างโอกาสทางการศึกษา
06:20

ฝ่าประเด็นท้าทายผู้อำนวยการผู้สร้างโอกาสทางการศึกษา

การศึกษาแบบโฮมสคูล (ครอบครัวดิษยบุตร)
07:15

การศึกษาแบบโฮมสคูล (ครอบครัวดิษยบุตร)

นวัตกรรม Happy Kit
06:09

นวัตกรรม Happy Kit

Starfish Academy
Starfish Academy
101 views 1 เดือนที่แล้ว
นวัตกรรม Happy Kit