จากสถานการณ์ที่เด็ก ๆ ออกมาเรียกร้องในตอนนี้ หากเราจะโทษคนสอนก็รู้สึกเกรงใจคนที่เป็นครูด้วยกัน เราเข้าใจความรู้สึกของเด็ก ๆ ที่พวกเขาออกมาเรียกร้องว่าการเรียนวิชา IS เขาขาดความสุข ยิ่งไปกว่านั้นเด็กหลายคนแทบไม่ได้เป็นเจ้าของทางความคิดของตนเอง หรือได้ทำเรื่องที่ตนเองชอบ เพราะครูบางท่านก็ไม่ได้ให้อิสระทางความคิดให้แก่เด็กเท่าที่ควร หรือหนักหน่อยครูก็จะเป็นผู้สั่ง และบอกให้ทำเรื่องนั้น ๆ ไปเสียเลย ทำให้เด็กขาดอิสระภาพ หรือโอกาสในการเรียนรู้ และการแสดงศักยภาพของตนเองอย่างแท้จริง ฯลฯ

เคยถามลูกศิษย์ในโรงเรียน “World class standard คำตอบของเขาคือ “..เบื่อวิชานี้ค่ะ ครูก็สอนไม่รู้เรื่องค่ะ ชอบดุหนูค่ะ มันยากค่ะพระอาจารย์” ซึ่งอาจจะมีครูบางท่านที่ขาด กลยุทธ์ที่เหมาะสมในการสอน IS ให้กับนักเรียนยุคใหม่ ซึ่งนำไปสู่ภาวะดังกล่าวของนักเรียน หรือแม้แต่การขาดความเข้าใจในแก่นของ IS แนวทางการสอน วิธีการสอน IS อีกทั้งการเป็นกัลยาณมิตร การเป็นที่ปรึกษาให้กับเด็กนักเรียนในการทำงานศึกษา ค้นคว้า ซึ่งก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จในการจัดการเรียนการสอน IS นำไปสู่ความสำเร็จในการทำงาน และมีความสุขในการเรียนรู้ของนักเรียนจริง ๆ โดยส่วนตัวมองว่าวิชา IS นี้ เป็นการพัฒนาปัญญากระบวนการคิดขั้นสูง คุณธรรมความดีงาม และความสุขในการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนได้อย่างดีเยี่ยม แต่หากนักเรียนเรียนไปแล้ว ไม่ได้ประโยชน์ หรือเกิดคุณค่ากับตัวเขาเลย เขาก็จะมีทัศนคติที่เป็นเชิงลบกับวิชานี้ และต่อผู้สอน ความอยากรู้ หรือแสวงหาความรู้ทางปัญญาก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ แม้เกิดขึ้นแต่เพราะขาดพลังของฉันทะ แรงบันดาลใจความใฝ่รู้ สิ่งแรกที่ต้องมองก่อน คือ ตัวครู อาจต้องปรับกลยุทธ์ในการจัดการเรียนการสอน ที่เหมาะสมกับผู้เรียนของตนเอง กับเด็กยุคสมัยนี้อย่างมาก เด็กยุค Gen. Z เขาจะมีอุปนิสัยอยากได้ผลลัพธ์ในทันที รอคอยไม่ได้ เวลาส่วนใหญ่อยู่บนโลกอินเทอร์เน็ต ตัดสินใจไปตามกระเเสสังคม เรียนเพื่อความสนุกไม่ได้คิดว่าจะเอาไปใช้ประโยชน์ อยากรู้แค่ในสิ่งที่ตนตั้งเป้าหมายไว้เท่านั้น ไม่สนใจวัฒนธรรมดั้งเดิม ติดเพื่อน เเละคิดว่าเพื่อนช่วยได้ทุกเรื่องเมื่อมีปัญหา เป็นยุคเเห่งการเรียกร้องสิทธิ

..นี่เป็นยุคของเขา (Gen. Z) เราจะเปลี่ยนวิธีคิด ปรับวิธีการสอนได้อย่างไร เพราะคุณภาพผู้เรียน มาจากคุณภาพของผู้สอนเช่นกัน สงสารทั้งเด็กเป็นห่วงทั้งครู แต่เราเป็นครูไม่ใช่คนขายความรู้ ครูต้องทำใจให้สูงเย็น และหนักแน่นเข้าไว้ ครูก็คือ ครูเพื่อสร้างคนดี คนเก่ง ร่วมกันสร้างใหม่ เดินหน้าไปกันต่อนะคุณครู

ผู้เขียน


พระมหานพดล ธมฺมานนฺโท
พระมหานพดล ธมฺมานนฺโท

วิทยากรกระบวนการ ส่วนวางแผนและพัฒนาการอบรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, อาจารย์พิเศษจิตวิทยา คณะศิลปศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, นักธรรมเอก ป.ธ.3, ปริญญาเอก (หลักสูตรการสอน) มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

ฟังเสียงหัวใจของเขาอย่างลึกซึ้ง : ตอนที่ 1

ฟังเสียงหัวใจของเขาอย่างลึกซึ้ง : ตอนที่ 1

สํานักงานพระสอนศีลธรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สํานักงานพระสอนศีลธรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เหตุการณ์เร็วไวจริงครับ สองอาทิตย์ที่แล้วผมได้พูดเรื่องนี้กับลูกศิษย์ที่เป็นพระสอนศีลธรรมแกนนำอีสานรูปหนึ่ง ขณะนั่งรถไปอบรมครูที่เป็นกลุ่มตัวอย่างให้กับงานวิจัย ป.เอก นักศึกษาท่านหนึ่งที่ต่างจังหวัด ผมบอกว่า..“..ท่านคอยดูนะ เดี๋ยวเด็กเยาวชนจะออกมาประท้วงวิช ...

874 views 22.11.20
ฟังเสียงหัวใจของเขาอย่างลึกซึ้ง : ตอนที่ 1
ทำไมต้องมี “กิจกรรมโฮมรูม” ทุกเช้าก่อนเรียนหนังสือ?

ทำไมต้องมี “กิจกรรมโฮมรูม” ทุกเช้าก่อนเรียนหนังสือ?

Teaching with Appiness
Teaching with Appiness

ช่วงนี้กระแสของ Life coach หรือโค้ชชีวิตกำลังมาแรงที่เราเห็นกันอยู่ตามสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เป็นการเผยแพร่และแบ่งปันวิธีการใช้ชีวิต การแก้ปัญหาชีวิต จนกลายเป็นอาชีพใหม่สร้างรายได้จำนวนมหาศาล ขึ้นอยู่กับว่าใครจะพูดโน้มน้าว แนะนำสิ่งดี ๆ ส ...

3155 views 19.08.20
ทำไมต้องมี “กิจกรรมโฮมรูม” ทุกเช้าก่อนเรียนหนังสือ?
ฟังเสียงหัวใจของเขาอย่างลึกซึ้ง : ตอนที่ 2

ฟังเสียงหัวใจของเขาอย่างลึกซึ้ง : ตอนที่ 2

สํานักงานพระสอนศีลธรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สํานักงานพระสอนศีลธรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระพุทธศาสนากับวิทยาศาสตร์เหมือนกันตรงที่ ต้องทดลอง ต้องปฏิบัติ เรียนฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา แล้วครูไม่พาเด็กทำ Lab ก็ไม่แตกต่างจากอ่านตำราทฤษฎีปั่นจักรยาน 3 ปี แต่ไม่เคยปั่นจักรยานเลย เด็กก็ไม่รู้จริง ทำไม่ได้ ทำไม่เป็น เอาไปใช้ต่อไม่ได้ เพราะขาดประสบกา ...

658 views 27.11.20
ฟังเสียงหัวใจของเขาอย่างลึกซึ้ง : ตอนที่ 2