ลองหลับตานึกภาพเด็ก ๆ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หลายคนอาจคิดว่า..เด็กวัยนี้คงทำได้แค่นั่งคัดลายมืออยู่ในห้องเรียนเท่านั้น แต่ไม่ใช่ที่ห้องเรียน Makerspace ของคุณครูณัฐพงษ์ โนรี แน่นอน! เพราะในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง คุณครูได้เปลี่ยนห้องเรียนธรรมดาให้กลายเป็นสตูดิโอสุดสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรม "PT. Photobooth" ที่เปลี่ยนเด็ก ป.1 ให้กลายเป็นนวัตกรตัวจิ๋วได้อย่างน่าทึ่ง และเบื้องหลังความสนุกที่ครูใช้กระบวนการ STEAM Design Process 5 ขั้นตอน มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย ดังนี้
1. จุดเริ่มต้นจากคำถาม "ใครถ่ายรูปเป็นบ้าง?" (ขั้น ASK)
ความสนุกเริ่มตรงนี้เลย คุณครูไม่ได้เดินเข้าห้องมาแล้วสั่งว่า "วันนี้เราจะทำโฟโต้บูธนะ" แต่ถามด้วยคำถามง่าย ๆ คือ “ใครถ่ายรูปเป็นบ้าง?” พร้อมยกตัวอย่างภาพตัวอย่างโฟโต้บูธ แต่เบื้องหลังความวุ่นวายที่แสนน่ารัก เด็ก ๆ ป.1 ก็แย่งกันเล่าเรื่องถึงกล้องโทรศัพท์ของพ่อแม่ หรือท่าโพสต์สุดโปรด และนั่นคือสิ่งที่เรียกว่า การ "สะกิดต่อมคิดขั้นสูง" ซึ่งเด็ก ๆ ได้ฝึกวิเคราะห์ปัญหา ตั้งคำถาม และเชื่อมโยงเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันเข้าสู่บทเรียนโดยไม่รู้ตัว
2. ระดมสมองประลองไอเดีย (ขั้น IMAGINE)
หลังจากตาเป็นประกายกับรูปภาพตัวอย่างโฟโต้บูธสวย ๆ ที่คุณครูนำมาสร้างแรงบันดาลใจแล้ว ก็ถึงเวลาจับกลุ่มระดมสมองช่วยกันคิดว่า "ฉากหลังของกลุ่มเราจะเป็นแบบไหนดีนะ?" บางคนอยากได้อวกาศ หรือบางคนอยากได้สวนสัตว์ และหน้าที่ของเด็ก ๆ คือ การระดมไอเดียและให้เลือกสิ่งที่คิดว่าทำได้ดีที่สุดมา 1 วิธี ซึ่งขั้นตอนนี้แหละ ที่ครูสามารถประเมินเรื่อง "การทำงานเป็นทีมและการสื่อสาร" ได้ดีที่สุด เพราะเด็ก ป.1 ต้องเริ่มเรียนรู้ที่จะฟังไอเดียของเพื่อนและแชร์ไอเดียของตัวเองแล้ว
3. วางแผน “ใครทำอะไรดีนะ?” (ขั้น PLAN)
ขั้นตอนนี้ท้าทายมากสำหรับเด็กอายุ 6-7 ขวบ เพราะเด็ก ๆ ต้องรู้จักการวางแผนและแบ่งหน้าที่รับผิดชอบของเพื่อนในกลุ่ม ซึ่งครูจะได้เห็นถึงความร่วมมือและสมรรถนะการบริหารจัดการตนเองได้อย่างเป็นระบบของเด็ก
4. สร้างสตูดิโอในฝันและแชะภาพรัว ๆ กัน (ขั้น CREATE)
และแล้วก็ถึงไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอย! ห้องเรียน ป.1 กลายเป็นพื้นที่ตัด แปะ ระบายสี และได้ลงมือทำจริง ซึ่งเด็ก ๆ ไม่ได้แค่ยืนโพสต์ท่าเฉย ๆ แต่ทุกคนได้เรียนรู้วิธีการใช้คอมพิวเตอร์ ไอแพด การใช้กล้องถ่ายภาพ หรือการโพสต์ท่าสวย ๆ ซึ่งเด็ก ๆ ได้จัดท่าทางด้วยความตื่นเต้น ถือเป็นประสบการณ์แบบ Hands-on ที่แท้จริง ทำให้ครูได้เห็นถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่แปลกใหม่ในกลุ่มเด็กจิ๋วกลุ่มนี้
5. ส่องกระจกสะท้อนคิด (ขั้น REFLECT & REDESIGN)
ในขั้นนี้ ครูได้เปิดใจรับฟังผลสะท้อนของเด็ก ๆ เพื่อพัฒนาผลการเรียนรู้ เด็กได้ฝึกพูดสื่อสารอย่างมั่นใจ และร่วมกันคิดต่อยอดว่า “เอ๊ะ! ถ้าเราจะทำให้รูปนี้สวยขึ้นอีก ครั้งหน้าเราต้องขยับไฟไหม? เราจะโพสต์ท่าไหนให้ดูดีขึ้น หรือต้องเติมสีตรงไหนบ้าง?” ซึ่งนี่คือหัวใจของนวัตกร คือการไม่หยุดพัฒนาผลงานของตัวเอง
เป้าหมายการเรียนรู้ (Objective) และ KSA
สำหรับแผนการสอนนี้ ครูได้มุ่งพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนอย่างรอบด้านผ่านกรอบ KSA (Knowledge, Skill, Attitude) นั่นก็คือ
- Knowledge (ความรู้): ผู้เรียนมีความเข้าใจความหมายและองค์ประกอบของคำว่า "Photobooth"
- Skill (ทักษะ): ผู้เรียนเกิดทักษะการใช้วัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงาน Photobooth รวมทั้งทักษะการคิดขั้นสูง การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยี
- Attitude (เจตคติ): ผู้เรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานร่วมกัน สามารถทำงานร่วมกับเพื่อนในกลุ่มได้เป็นอย่างดี
สมรรถนะที่มุ่งพัฒนา (Core Competencies) ที่ครูได้ใช้ในการประเมินเด็กมี 5 สมรรถนะหลัก ดังนี้
- การคิดขั้นสูง: การวิเคราะห์ปัญหา การตั้งคำถาม และการคิดสร้างสรรค์
- การสื่อสาร: การนำเสนอผลงานและการอธิบายแนวคิดของตนเอง
- การทำงานเป็นทีม: การแบ่งหน้าที่และการรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนในกลุ่ม
- การจัดการตนเอง: ความรับผิดชอบต่อภาระงานที่ได้รับมอบหมาย
- การสร้างสรรค์นวัตกรรม: การออกแบบและประดิษฐ์ชิ้นงานใหม่ ๆ
กิจกรรม "PT. Photobooth" ของคุณครูณัฐพงษ์ จึงไม่ใช่แค่คาบเรียนธรรมดา แต่คือ "ห้องแล็บจำลองชีวิตจริง" ที่ส่งเสริมให้เด็ก ป.1 เติบโตอย่างมีศักยภาพ พร้อมก้าวไปสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างมีความสุข