โดยทั่วไปแล้ว เด็ก ๆ จะเริ่มรับรู้เรื่องของการเอาใจใส่ได้ต่อเมื่อเขาอายุประมาณ 8-10 เดือน ซึ่งหลังจากนั้น ทักษะด้านการเอาใจใส่ หรือ การเอาใจใส่ผู้อื่น ของพวกเขาจะมีพัฒนาการที่แตกต่างกันอย่างมากหลังจากนี้

สิ่งที่เรารู้คือเมื่อเด็ก ๆ สามารถเรียนรู้การเอาใจใส่ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ในช่วงพัฒนา จะสามารถทำให้พวกเขามีทักษะในการเอาใจใส่อย่างมากในชีวิตจริง หรือตอนที่พวกเขากลายเป็นผู้ใหญ่ เขาจะกลายเป็นคนที่ดูแลผู้อื่นด้วยความอ่อนโยน เคารพ และ เข้าอกเข้าใจผู้อื่น

ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมิใช่ทักษะที่คงที่ แต่สามารถปลูกฝังได้ และช่วยกันผลักดันผ่านพี่น้องหรือผู้ใหญ่ที่เปี่ยมด้วยความเอาใจใส่ แต่อย่าลืมว่า ทักษะดังกล่าวนั้นต้องอาศัยเวลาในการพัฒนา

เมื่อถึงจุดนี้แล้วคุณคงอยากทราบว่าจะทำอย่างไรเพื่อเพิ่มความเห็นอกเห็นใจให้ลูกของคุณ เรามี 3 เทคนิคง่าย ๆ มาให้อ่านกันค่ะ

1.เป็นตัวอย่างในความเอาใจใส่

ไม่ว่าเมื่อใด มอบความอบอุ่น และ ความเห็นอกเห็นใจให้ลูกเสมอ ลูก ๆ ของคุณกำลังเฝ้ามองสิ่งต่างเพื่อเรียนรู้ และ หาวิธีที่ถูกต้องในการปฎิสัมพันธ์ อย่างที่ทราบกันว่าสิ่งรอบตัวนั้นคือสิ่งที่ทรงอิทธิพลกับตัวลูก ๆ ดังนั้นจงเป็นตัวอย่างที่ดีในการให้คุณค่า เอาใจใส่ความรู้สึกของผู้อื่น รวมถึงการเห็นอกเห็นใจเมื่อมีคนเสียใจ ,เสียขวัญ ,สับสน หรือต้องการการช่วยเหลือ เมื่อเด็ก ๆ แสดงความรู้สึกที่ไม่ดี เราจะต้อง “รับรู้ ”ความรู้สึกของพวกเขา แสดงความห่วงใย และดูแลจนพวกเขาส่งสัญญาณว่าเขาโอเค และ พร้อมจะไปทำสิ่งอื่นต่อ

ในขณะเดียวกัน เด็กเล็ก ๆ นั้นไม่ได้ต้องการเพียงการปลอบประโลม แต่ควรมีการบ่งชี้พวกเขาว่าเขารู้สึกอะไรอยู่ด้วย เมื่อเขาร้องไห้ ก็ถามไถ่ ว่าเสียใจหรือ? ให้ (พ่อ/แม่) ช่วยอะไรได้บ้าง?

2. รวมความรู้สึก ,ความคิด และ พฤติกรรม เป็นหนึ่งเดียว

“หนูดีรู้สึกเสียใจเพราะมิกกี้เอาของเล่นของหนูดีไป...ลูกว่าทำอย่างไรดีนะ ให้หนูดีรู้สึกดีขึ้น?”

เมื่อพวกเขาพูดถึงความรู้สึก ,ลองโยงกับพฤติกรรมต่าง ๆ กับความรู้สึก เพื่อให้ลูก ๆ ได้เข้าใจเหตุ และ สิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกับคำถามข้างต้น จะทำให้ลูก ๆ เข้าใจอารมณ์ ความรู้สึกต่าง ๆ ได้มากขึ้น หรือมากกว่านั้น สามารถเล่าผ่านนิทาน การแสดงในบ้าน รวมถึงหนังสือ พูดถึงความรู้สึกต่าง ๆ ของตัวละคร รวมถึงพฤติกรรม และสิ่งที่ตัวละครทำหลังจากนี้

เมื่อคุณเชื่อมโยง รวบรวมสิ่งต่าง ๆ พวกเขาจะเข้าใจตัวเองเมื่อได้พบเจอกับความรู้สึกต่าง ๆ ในชีวิตมากขึ้น เช่น เมื่อเห็นตัวละครเศร้าใจ เพราะคิดถึงครอบครัว พวกเขาจะเชื่อมโยงความรู้สึกนั้นเมื่อเขารู้สึกเศร้ากับบางสิ่งที่คล้ายกัน และเข้าใจสิ่งที่ตัวเองรู้สึกได้ดีขึ้น

สำหรับเด็ก ๆ ที่โตกว่า (5ปีขึ้นไป) ลองให้พวกเขาได้ลองเข้าไปอยู่ในมุมมองของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ หรือเด็ก แล้วถามว่า “คิดว่าเขากำลังรู้สึกอะไรอยู่? ทำไมเขารู้สึกแบบนั้น? เราจะช่วยเขาอย่างไรได้บ้าง?” เป็นต้น

3.ให้ห้องอบอวลด้วยการเอาใจใส่

ในฐานะครอบครัว ห้องเรียน เราแนะนำให้ช่วยกันสร้างห้องที่เต็มไปด้วยความเอาใจใส่ ซึ่งจะสนับสนุนให้พวกเขาเป็นคนที่เอาใจใส่ และ เข้าใจในผู้อื่น ทั้งครอบครัว และเพื่อน ๆ ของเขา

ถ้าลูกของคุณไม่เข้าใจในเรื่องของการเอาใจใส่ ลองสร้างโอกาสในการที่พวกเขาจะได้เอาใจใส่ผู้อื่น และ ชูสิ่งนั้นว่าสิ่งที่เขาทำลงไป ช่วยผู้อื่นอย่างไร เช่น

“เราใจดีมากเลยนะ ที่ได้ช่วยป้าคนนั้นหาแว่นตา พ่อบอกว่าป้าเขาต้องดีใจมากแน่ ๆ ที่เราช่วยเขา เก่งมากลูก”

ทักษะความเอาใจใส่ที่ดีนั้น สามารถทำให้เด็ก ๆ อยู่ในสังคมภายนอกได้ ซึ่ง พ่อแม่ ครู ผู้ปกครอง หรือแม้แต่พี่น้อง สามารถที่จะมีส่วนช่วยในการเป็นตัวแปรสำคัญเพื่อพัฒนาสิ่งนี้ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก

www.todaysparent.com/family/parenting/3-simple-ways-to-teach-kids-to-have-empathy-for-others/

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

สอนลูกเรียน Coding ภาษาแห่งอนาคต

สอนลูกเรียน Coding ภาษาแห่งอนาคต

Starfish Academy
Starfish Academy

พูดถึงการเรียน Coding คุณพ่อคุณแม่หลายคนคิดถึงเรื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้นเลยใช่ไหมคะ? เป็นการเรียนเขียนโปรแกรมไหม? มีแต่คำสั่งยาก ๆหรือเปล่า? ลูกจะติดหน้าจอไหม? แถมยังงงอีกว่ามันจะมาปรับใช้ในชีวิตลูกได้อย่างไร? วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องนี้ค่ะCoding ...

1532 views 01.12.20
สอนลูกเรียน Coding ภาษาแห่งอนาคต
Soft Skills ที่ต้องมีสร้างลูกเป็นมืออาชีพทุกสายงาน

Soft Skills ที่ต้องมีสร้างลูกเป็นมืออาชีพทุกสายงาน

Starfish Academy
Starfish Academy

เมื่อพูดถึงคำว่า Skill หรือทักษะ หลายคนมักนึกถึงความสามารถด้านวิชาชีพ เช่น ทักษะการทำอาหาร ทักษะการคำนวณ ทักษะการอ่านเขียน ซึ่งทักษะเหล่านี้เป็น Hard Skill คือสิ่งที่เราเรียนรู้จนเกิดความชำนาญ และนำไปต่อยอดประกอบอาชีพได้ แต่ยังมีทักษะอีกชนิดหนึ่ง ...

1171 views 29.01.21
Soft Skills ที่ต้องมีสร้างลูกเป็นมืออาชีพทุกสายงาน
“Media Literacy” ทักษะสำคัญของเด็กในยุคดิจิทัล

“Media Literacy” ทักษะสำคัญของเด็กในยุคดิจิทัล

Starfish Academy
Starfish Academy

โลกอินเทอร์เน็ตทำให้เราเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้สะดวก รวดเร็ว เปิดโลกกว้างให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ แต่อีกด้านที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ ข้อมูลข่าวสารจำนวนมากนั้นอาจไม่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ หรือเป็นประโยชน์เสมอไป เช่น การตัดต่อภาพ ตัดต่อเสียงเพื่อบิด ...

2879 views 24.11.20
“Media Literacy” ทักษะสำคัญของเด็กในยุคดิจิทัล