การบ่มเพาะเด็กและเยาวชนไทยให้มีทักษะชีวิตความสำเร็จตอนที่ 2

การบ่มเพาะเด็กและเยาวชนไทยให้มีทักษะชีวิตความสำเร็จตอนที่ 2

วิธีการ “เลี้ยงดูเล่นเย็นใจ” เพื่ออบรมบ่มเพาะเด็กและเยาวชนไทยให้มีทักษะชีวิตความสำเร็จ ตอนที่ 2


การอบรมบ่มเพาะเด็กและเยาวชนไทยให้มีทักษะชีวิตความสำเร็จ เป็นอย่างไร?

คำว่า “อบรมบ่มเพาะ” และ “ทักษะชีวิตความสำเร็จ” ในแต่ละคำมีความหมายที่เกี่ยวข้องในทิศทางการพัฒนาเด็กและเยาวชนไปแนวทางเดียวกัน ดังนี้

“อบรม” คือการให้ความรักความอบอุ่น การขัดเกลานิสัยให้มีความซึมซาบในคุณงามความดีของตนเองและผู้อื่น

“บ่ม” คือ การสอนและสนับสนุนให้ประพฤติปฏิบัติในทางที่ดีจนเป็นนิสัย ให้เป็นคนที่สุกงอมหอมหวาน น่ารัก มีเสน่ห์ มีคุณลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์

“เพาะ” คือการปลูกฝังคุณลักษณะที่พึงประสงค์ทุกด้านให้เกิดแก่เด็กและเยาวชน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา

“ทักษะ”คือ การทำซ้ำๆ จนเกิดความชำนาญ

“ชีวิต” คือ ความเป็นอยู่ การดำรงชีวิต

“ความสำเร็จ” คือ การได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้บรรลุตามจุดประสงค์ หรือ เป้าหมายตามที่ตั้งใจไว้


ดังนั้น “การอบรมบ่มเพาะเด็กและเยาวชนไทยให้มีทักษะชีวิตความสำเร็จ” คือ การให้เด็กและเยาวชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามเป้าหมายตามที่ตั้งใจไว้ ด้วยวิธีการให้ความรักความอบอุ่น สนับสนุนให้ประพฤติปฏิบัติในทางที่ดีจนเป็นนิสัย และปลูกฝังคุณลักษณะที่พึงประสงค์ทุกด้านให้เกิดแก่เด็กและเยาวชน ซึ่งการจัดกระทำได้นั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรคำนึงถึงบทบาทของตนเอง ดังนี้


1. บทบาทผู้ปกครอง ให้ความรักและเมตตาต่อลูกหลาน ให้เวลา ให้ความเข้าใจ เป็นต้นแบบที่เหมาะสม และให้ความร่วมมือกับสถานศึกษา หรือ องค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีวิธีคิดที่ถูกต้อง (Mind set) ในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ตลอดจน ให้ความสนใจเรียนรู้ตามอัธยาศัยไปตลอดชีวิตเพื่อการอบรมบ่มเพาะเด็กและเยาวชนไทยให้มีทักษะชีวิตความสำเร็จ ตามความแตกต่างระหว่างบุคคล


2. บทบาทครูผู้สอน ต้องมีศาสตร์การสอนที่หลากหลาย ใช้รูปแบบการเรียนรู้ผ่านการเล่น มีลักษณะของการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) มีกระบวนการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริงอย่างเหมาะสมกับวัย และสามารถบูรณาการทุกกลุ่มสาระด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่น่าสนใจสำหรับผู้เรียนที่เป็นเด็กและเยาวชนวัยต่างๆเพื่อจัดการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนทุกท้องถิ่น รวมถึงเด็กและเยาวชนที่มีความต้องการพิเศษด้วย


ครูผู้สอน ต้องสามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning ได้ และควรศึกษาว่ามีเทคนิคและศาสตร์การสอนอะไรบ้าง? ที่สามารถนำมาใช้พัฒนาเด็กและเยาวชนได้ อาทิเช่น เทคนิคการจัดการชั้นเรียน เทคนิคการเตรียมเด็กให้สงบ การใช้เพลง เกมการศึกษา การเคลื่อนไหวประกอบจังหวะ การเล่นกลางแจ้ง การเล่นเสรี กิจกรรมสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชน เป็นต้น โดยนำมาบูรณาการและออกแบบกิจกรรมใหม่ ๆ ให้น่าสนใจ เพื่อส่งเสริมให้เด็กเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ประสบผลสำเร็จในชีวิตและปรับตัวเข้ากับสังคมที่เปลี่ยนแปลงได้ในช่วงวัยต่อไป


รูปแบบการสอนแบบ Active Learning สำหรับเด็กและเยาวชนมีอะไรบ้าง? เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนมีบทบาทในกิจกรรมการเรียนอย่างตื่นตัวและมีชีวิตชีวา เป็นการเรียนรู้ที่ผู้เรียนมีส่วนริเริ่มและดำเนินการเรียนรู้อย่างใส่ใจ จดจ่อกับเนื้อหาและเรื่องที่เรียนอย่างต่อเนื่อง การเรียนรู้เชิงรุกมีรูปแบบหลากหลายประการ อาทิเช่น

·     การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน / โครงการ เป็นฐาน

·     การจัดการเรียนรู้แบบสืบสวนสอบสวน

·     การจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหา เป็นฐาน

·     การจัดการเรียนรู้แบบใช้วิจัย เป็นฐาน

·     การจัดการเรียนรู้แบบไฮสโคป (High Scope)

·     การจัดการเรียนรู้แบบภาษาธรรมชาติ/ ภาษาองค์รวม (Whole language)

·     การจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์ปัญญา (Constructionism)

·     การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ (Integration)

·     ฯลฯ


    3. บทบาทผู้บริหารสถานศึกษา หรือ องค์กรที่เกี่ยวข้อง ควรกำหนดนโยบายและกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบ้านและโรงเรียน เพื่อให้ทุกฝ่ายมีมุมมองการปกป้องเด็กและเยาวชนได้ตรงกัน ดังนี้

   3.1 จัดกิจกรรมเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อให้มีมุมมองในการพัฒนาเด็กและเยาวชนได้อย่างเหมาะสมเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

   3.2 จัดกิจกรรมปลูกจิตสำนึกความเมตตาต่อกัน เข้าอกเข้าใจกัน เพราะบางครั้ง “ผู้ปกครองที่ดี ก็มีลูกหลานที่น่าสงสาร” รวมถึง “บางครั้งครูที่ดี ก็มีลูกศิษย์ที่น่าสงสาร”


4. บทบาทสถาบันการศึกษา และ องค์กรชุมชนทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน ควรสนับสนุนนโยบายของการพัฒนาประเทศ และจัดกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ ผ่านทุกช่องทางเพื่อให้การศึกษาพัฒนาครู ผู้ปกครอง เด็กและเยาวชน ให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีทักษะชีวิตความสำเร็จ ตามที่ชาติคาดหวัง

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

การบ่มเพาะเด็กและเยาวชนไทยให้มีทักษะชีวิตความสำเร็จตอนที่ 3

การบ่มเพาะเด็กและเยาวชนไทยให้มีทักษะชีวิตความสำเร็จตอนที่ 3

ผศ.ดร. ชไมมน ศรีสุรักษ์
ผศ.ดร. ชไมมน ศรีสุรักษ์

วิธีการ “เลี้ยงดูเล่นเย็นใจ” เพื่ออบรมบ่มเพาะเด็กและเยาวชนไทยให้มีทักษะชีวิตความสำเร็จ ตอนที่ 3ตัวอย่างกิจกรรม“เลี้ยงดูเล่นเย็นใจ” เพื่ออบรมบ่มเพาะเด็กและเยาวชนไทยให้มีทักษะชีวิตความสำเร็จทำอย่างไร?การพัฒนาเด็กและเยาวชน ต้องให้ “โอกาส” ได้เรีย ...

337 views 18.08.20
การบ่มเพาะเด็กและเยาวชนไทยให้มีทักษะชีวิตความสำเร็จตอนที่ 3
การบ่มเพาะเด็กและเยาวชนไทยให้มีทักษะชีวิตความสำเร็จตอนที่ 1

การบ่มเพาะเด็กและเยาวชนไทยให้มีทักษะชีวิตความสำเร็จตอนที่ 1

ผศ.ดร. ชไมมน ศรีสุรักษ์
ผศ.ดร. ชไมมน ศรีสุรักษ์

วิธีการ “เลี้ยงดูเล่นเย็นใจ” เพื่ออบรมบ่มเพาะเด็กและเยาวชนไทยให้มีทักษะชีวิตความสำเร็จ ตอนที่ 1ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชไมมน ศรีสุรักษ์อาจารย์ประจำภาควิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่การพัฒนาประเทศไทยในอนาคตคือมุ่งเต ...

2079 views 17.08.20
การบ่มเพาะเด็กและเยาวชนไทยให้มีทักษะชีวิตความสำเร็จตอนที่ 1
แนวทางการสอนแบบ “ฟินแลนด์” ที่ครูไทยก็ทำได้

แนวทางการสอนแบบ “ฟินแลนด์” ที่ครูไทยก็ทำได้

Starfish Academy
Starfish Academy

เมื่อกล่าวคำว่า “การศึกษาฟินแลนด์” หลายคนคงได้ยินกันมาบ้างแล้วว่านั่นคือการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก Pasi Sahlberg นักการศึกษาชั้นนำของฟินแลนด์และของโลก ผู้เขียนหนังสือ Finnish Lessons 2.0 เกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาในฟินแลนด์ ได้แนะนำวิธีที่จะทำให้เกิด ...

787 views 06.05.20
แนวทางการสอนแบบ “ฟินแลนด์” ที่ครูไทยก็ทำได้