ในปี 2023 นายจ้างและลูกจ้างต่างพยายามเรียนรู้วิธีการทำงานจากการระบาดครั้งใหญ่ของการเชื้อไวรัสโควิด 19 เพื่อให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของพนักงาน ความผสมผสานกับการใช้เทคโนโลยี และการสร้างวัฒนธรรมความเป็นผู้นำ
วันนี้ Starfish Labz รวบรวมวัฒนธรรม และเทรนด์การทำงานยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงมาฝาก ไปดูกันเลย!
1.Virtual Reality for work (การทำงานโดยใช้ภาพเสมือนจริง) : เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความจริงเสมือน (VR) เป็นเรื่องอนาคตอันไกลโพ้น แต่อย่างไรก็ตาม VR กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นสถานที่ทำงาน กลายเป็นวิธีการที่ยอดเยี่ยมในการสื่อสารขององค์กร เช่น การจัดการข้อมูลแบบเรียลไทม์ VR มีจุดประสงค์เพื่อสร้างพื้นที่สำหรับพนักงานที่นอกเหนือไปทางการปฏิสัมพันธ์กันทางกายภาพ มันสามารถนำผู้คนมาอยู่รวมกัน และสามารถสร้างประสบการณ์ตรงได้ ยกตัวอย่างการใช้ VR ให้เห็นภาพ เช่น NASA และกองทัพกำลังใช้เทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่นี้ในการฝึกอบรมเพื่อลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่าย กล่าวได้อีกอย่างว่า VR เป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับธุรกิจตามอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่เว้นแต่การศึกษาที่องค์กรบางแห่งใช้ VR เพื่อจำลองสถานการณ์ แล้วให้นักเรียนเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยที่ไม่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์นั้นจริงๆ เช่น จำลองสถานการณ์หนีไฟ เป็นต้น
2.Hybrid Work (การทำงานแบบผสมผสาน) : มีการสำรวจสถานที่ทำงาน 800 แห่ง บริษัทประมาณ 77% ได้เปลี่ยนรูปแบบการใช้งานแบบไฮบริด เหตุผลของการเปลี่ยนแปลงนี้คือ นายจ้างทั่วโลกกำลังเข้าใจและเห็นคุณค่าของสิ่งที่พนักงานต้องการ คือ การทำงานแบบยืดหยุ่น ไม่เพียงแค่ความยืดหยุ่นเท่านั้น การทำงานแบบไฮบริดลดความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางระยะไกล และสามารถลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการอำนวยความสะดวกต่างๆ เพราะผู้บริหารส่วนใหญ่เริ่มเข้าใจแล้วว่าควรโฟกัสที่ผลลัพธ์ของงานมากกว่าการทำงานในรูปแบบเดิม
3.Well-being and Positivity (ความเป็นอยู่ที่ดีและมองโลกในแง่บวก) : ตามสถิติ พนักงานที่มีความสุขและคิดบวก จะสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจและนำบริษัทไปสู่ผลกำไรที่มากขึ้นจากเดิม 23% นี่คือเหตุผลที่นายจ้างต้องดูแลความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ตัวอย่างนโยบายที่บริษัทสามารถสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่พนักงานได้ เช่น 1.ให้ความชัดเจนกับภาระงาน เพื่อลดความเหน็ดเหนื่อยในการทำงานที่ไม่สำคัญ 2.จัดกิจกรรมเพื่อให้พนักงานคลายเครียด 3.จัดมุมสบายๆ ให้พนักงานได้พักระหว่างทำงาน 4.จัดการกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสถานที่ทำงาน 5.ส่งเสริมการทำงานร่วมกันในทีม 6.สร้างวัฒนธรรมช่วยกันมากกว่าแข่งขัน เป็นต้น
4.Productivity (ใส่ใจกับประสิทธิภาพ) : เทรนด์การทำงานที่เกิดขึ้นในปี 2023 ที่ชัดเจน คือ การมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิการทำงาน เพราะผลงานของพนักงาน เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของธุรกิจนั้นด้วย ดังนั้น การสร้างนโยบายและรักษาสภาพแวดล้อมที่สมดุลช่วยให้พนักงานมีสมาธิจนเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานได้ ดังนั้น นโยบายด้านสุขภาพก็เป็นสิ่งที่สำคัญในการทำให้พนักงานมีส่วนร่วมและเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน แต่ประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานจะลดลง 35% เมื่อพวกเขาประสบปัญหาด้านสุขภาพจิต หรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ ดังนั้น การจะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน นายจ้างควรใส่ใจลูกจ้างในทุกมิติเช่นเดียวกัน
5.Employee Engagement (การมีส่วนร่วมของพนักงาน) : หนึ่งในแนวโน้มของเทรนด์การทำงานยุคใหม่ และมีความสำคัญมากที่สุดคือ การมีส่วนร่วมของพนักงาน การที่บริษัทสามารถสร้างให้พนักงานมีส่วนร่วม จนเกิดความพึงพอใจได้ จะช่วยลดการขาดงานได้ถึง 41% ดังนั้น บริษัทสามารถสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานได้ดังนี้ 1. ยกย่องชมเชยพนักงานที่ทำงานได้สำเร็จ 2. ให้สิ่งจูงใจ หรือรางวัลเมื่อพนักงานทำงานได้ดี 3. ให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็น หรือแสดงความเป็นผู้นำ 4. ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการคิดกลยุทธ์ทางธุรกิจ 5. เปิดช่องทางของการให้ฟีดแบ็กระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง เป็นต้น
ทั้ง 5 รูปแบบเป็นเทรนด์การทำงานในยุคใหม่ ที่หลายบริษัทได้เริ่มปรับตัวเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังคงมีบางบริษัทที่ยึดถือทำเนียบปฏิบัติแบบเดิมอยู่ ซึ่งนั่นอาจจะเป็นความท้าทายในอนาคต ที่ถ้าหากเกิดเหตุการณ์โรคระบาดใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง ทางบริษัทและผู้นำองค์กรควรจะต้องเร่งหาวิธีการในการป้องกันอย่างเร่งด่วน เพื่อรักษาเสถียรภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงให้ได้มากที่สุด
อ้างอิง
FIVE EMERGING WORKPLACE TRENDS FOR 2023 https://shorturl.at/wCKL3
บทความใกล้เคียง
คาดการณ์เทรนด์อนาคต วัยรุ่น เลือกเรียนคณะไหนดี? ให้ตอบโจทย์
การฝึกวินัยในการทำงานอย่างไรดี? เคล็ดลับแสนง่ายเปลี่ยนวันเหนื่อยหน่ายให้กลายเป็นวัน Productive
5 ทักษะอาชีพสำคัญสำหรับ'เกษตรกรยุคใหม่' งานในไร่ใครว่าต้องอยู่ในรูปแบบเดิมๆ
Related Courses
เรียนรู้ศิลปะดิจิทัล Google Art & Culture Metaverse
Google Arts & Culture แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงผลงานศิลปะและวัฒนธรรมจากพิพิธภัณฑ์และสถา ...
เรียนรู้ศิลปะดิจิทัล Google Art & Culture Metaverse
ต้องใช้ 100 เหรียญ
เริ่มต้นทำ Visual Note อย่างง่ายใครๆ ก็ทำได้
หากคุณเป็นคนชอบวาดรูป ชอบการขีดเขียน หรือการจดบันทึก อยากลองทำ Visual Note แต่ไม่รู้จะสื่อสารออกมาอย่างไรดี คอร์สเ ...
เริ่มต้นทำ Visual Note อย่างง่ายใครๆ ก็ทำได้
ต้องใช้ 100 เหรียญ
คำศัพท์และสำนวนภาษาอังกฤษเพื่อการเดินทาง
เรียนรู้คำศัพท์บนท้องถนน สำนวนและเทคนิคการบอกทาง ฝึกใช้ประโยคถาม-ตอบเส้นทางอย่างมั่นใจ พร้อมสถานการณ์จริงเพื่อการเดิน ...
คำศัพท์และสำนวนภาษาอังกฤษเพื่อการเดินทาง
Micro Learning เทคนิคการจัดการเรียนการสอน 1
คุณภาพของผู้เรียนนอกจากจะเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบในตัวผู้เรียนเอง แล้วกระบวนการเรียนการสอนที่ครู จัดให้เป็นสิ่งสำคัญต่อผลสัม ...
Micro Learning เทคนิคการจัดการเรียนการสอน 1
Related Videos
ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้อย่างไรให้ครบ 8 องค์ประกอบ วPA
แบ่งปันไอเดียสร้างห้องเรียนสมรรถนะตามเกณฑ์ วPA สอนอย่างไรให้ผ่าน PA
10 ขั้นตอน สร้าง PORTFOLIO