เสริมทักษะการคิด รับมือกับวิกฤตอากาศด้วย Makerspace สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
การแลกเปลี่ยนการเรียนรู้
Prince
1 ปีที่แล้ว
น้อง ๆ มีวิธีการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างไร
344 ชอบ
1904 ตอบกลับ
175,196 ดู
ศักดิ์ชัย
10 วันที่แล้ว
ปรับการแต่งกาย การใช้ชีวิตประจำวัน การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเช่น หุ่นยนต์ เครื่องฟอกอากาศ ลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
0 ชอบ
Yokyok
10 วันที่แล้ว
ควรตรวจเช็คสภาพอากาศเพื่อการคาดคะเน และรักษาความสะอาดถูกสุขลักษณะอนามัยตลอดเวลา และควรแต่งตัวให้เข้ากับสภาพอากาศ
0 ชอบ
Pannaton
10 วันที่แล้ว
การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมี 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่
1.เพิ่มความสามารถในการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13.1)
มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและเพิ่มขีดความสามารถของประเทศและประชาชน เพื่อรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ภัยธรรมชาติที่มีความรุนแรงและเกิดบ่อยครั้งมากขึ้น
บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไว้ในนโยบายและแผนพัฒนาระดับชาติ (SDG 13.2)
2.ทุกประเทศควรนำมาตรการด้านการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปบรรจุไว้ในแผนและนโยบายการพัฒนา เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
สร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13.3)
3.เน้นการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับสาเหตุ ผลกระทบ และวิธีการรับมือ เพื่อให้ทุกคนสามารถปรับตัวและมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเหมาะสม
0 ชอบ
นางสาววาสนา
10 วันที่แล้ว
การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศควรดำเนินการควบคู่กัน 2 แนวทาง คือ การลดสาเหตุ และ การปรับตัวต่อผลกระทบ
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ประหยัดไฟฟ้า ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้ เลือกอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานสะอาด และลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว
ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
ลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง ใช้ซ้ำ ซ่อมแซม และคัดแยกขยะ โดยเฉพาะการลดขยะอาหารซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทน
เพิ่มพื้นที่สีเขียว
ปลูกและดูแลต้นไม้ อนุรักษ์ป่าและแหล่งน้ำ เพื่อช่วยดูดซับคาร์บอน ลดอุณหภูมิ และป้องกันการพังทลายของดิน
เตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ
ติดตามประกาศเตือนภัย วางแผนอพยพ เตรียมถุงยังชีพ ยาประจำตัว เอกสารสำคัญ และหมายเลขติดต่อฉุกเฉินสำหรับน้ำท่วม พายุ ภัยแล้ง หรือคลื่นความร้อน
ปรับบ้านและสถานที่ทำงาน
ปรับปรุงระบบระบายน้ำ ยกปลั๊กไฟและสิ่งของสำคัญให้สูงขึ้น เพิ่มพื้นที่ร่มเงาและการระบายอากาศ รวมทั้งตรวจสอบความมั่นคงของอาคารก่อนฤดูพายุ
ดูแลสุขภาพตามสภาพอากาศ
ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงอากาศร้อนจัด สวมหน้ากากเมื่อมีฝุ่น PM2.5 และเฝ้าระวังเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว
ใช้น้ำและวางแผนการเกษตรอย่างเหมาะสม
เก็บน้ำฝน ใช้น้ำอย่างประหยัด เลือกพืชที่ทนแล้งหรือเหมาะกับพื้นที่ และปรับช่วงเวลาเพาะปลูกตามข้อมูลพยากรณ์อากาศ
สร้างความร่วมมือในชุมชน
จัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยง ระบบแจ้งเตือนภัย จุดอพยพ และเครือข่ายดูแลกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้ทุกคนสามารถช่วยเหลือกันได้ทันเวลา
0 ชอบ
ผอ.นพรัตน์
10 วันที่แล้ว
ปรับลดการใช้พลังงานไฟฟ้าด้วยการปิดไฟเมื่อไม่ใช้
ปรับการแต่งกายโดลเลือกใช้ผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
0 ชอบ
ศศิวิมล
4 วันที่แล้ว
ประหยัดพลังงาน: ปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งานลดขยะพลาสติก: ใช้ถุงผ้าและพกกระบอกน้ำส่วนตัวแยกขยะ: คัดแยกขยะก่อนทิ้งเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ปลูกต้นไม้: เพิ่มพื้นที่สีเขียวรอบบ้านหรือโรงเรียนเดินทางอย่างยั่งยืน: ใช้บริการขนส่งสาธารณะ เดิน หรือปั่นจักรยานเมื่อเดินทางใกล้
0 ชอบ
หมูหวาน
4 วันที่แล้ว
1. เริ่มต้นที่ตัวเองในชีวิตประจำวัน
ปิดเมื่อไม่ใช้: ปิดไฟ พัดลม และเครื่องปรับอากาศทุกครั้งเมื่อออกจากห้องเรียนหรือไม่ได้ใช้งาน
ลดการใช้พลาสติก: พกกระบอกน้ำส่วนตัวแทนการซื้อน้ำขวดพลาสติก และใช้ถุงผ้าเมื่อไปซื้อขนมหรือของใช้
กินอาหารให้หมด: รู้หรือไม่ว่าเศษอาหารที่ถูกทิ้งจะกลายเป็นก๊าซเรือนกระจก? การตักอาหารพออิ่มและทานให้หมดจานเป็นการช่วยโลกที่ทำได้ทุกมื้อเลยครับ
2. สร้างพลังบวกในโรงเรียนแยกขยะก่อนทิ้ง: ฝึกคัดแยกขยะพลาสติก กระดาษ และขยะเปียก เพื่อให้ภารโรงหรือเทศบาลนำไปรีไซเคิลหรือจัดการต่อได้ง่ายขึ้นตั้งชมรมรักษ์โลก: น้อง ๆ อาจจะรวมกลุ่มกันตั้งชมรมหรือทำแคมเปญรณรงค์ในโรงเรียน (เช่น โครงการโรงเรียนสีขาวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย) เพื่อชวนเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ มาทำกิจกรรมดี ๆ ร่วมกัน เช่น ประกวดสิ่งประดิษฐ์จากของเหลือใช้ใช้กระดาษอย่างคุ้มค่า: ใช้กระดาษให้ครบทั้งสองหน้า หรือนำกระดาษเหลือใช้มาทำเป็นสมุดทด
3. เพิ่มพื้นที่สีเขียว
ปลูกต้นไม้: ชวนเพื่อน ๆ หรือคุณครูจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ในบริเวณโรงเรียน หรือแม้แต่การปลูกไม้กระถางเล็ก ๆ ริมหน้าต่างห้องเรียน เพราะต้นไม้คือเครื่องฟอกอากาศและตัวดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ตามธรรมชาติที่ดีที่สุด
ดูแลรักษาธรรมชาติ: ไม่เด็ดดอกไม้หรือหักกิ่งไม้เล่น และช่วยกันดูแลสวนหย่อมของโรงเรียนให้ร่มรื่นอยู่เสมอ
0 ชอบ
เข้าร่วมชุมชนออนไลน์
แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์ เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง