โรงเรียนปลาดาว โรงเรียนปลาดาว

เด็กทำกิจกรรมได้ แต่ทำไมทำคนเดียวไม่ได้

สุประวีณ์
สุประวีณ์

1 ชั่วโมงที่แล้ว

ครูครับ ทำอะไรต่อครับ? ครูคะ หนูต้องทำอันไหนก่อน? ครูช่วยหน่อยค่ะ คำถามเหล่านี้เป็นสิ่งที่ครูหลายคนคุ้นเคย โดยเฉพาะเวลามอบหมายงานให้เด็กทำด้วยตนเอง สิ่งที่น่าสนใจคือ ก่อนหน้านั้นไม่กี่นาที เด็กกลุ่มเดียวกันเพิ่งทำกิจกรรมร่วมกับครูได้อย่างดี ตอนครูอธิบาย เด็กทำตามได้ ตอนครูพาทำ เด็กทำได้ ตอนทำเป็นกลุ่ม เด็กช่วยกันคิดได้ แต่เมื่อครูบอกว่า ลองทำด้วยตัวเองนะ เด็กบางคนกลับหยุดทันที และหันมาถามครูว่า แล้วต้องทำอะไรต่อ? คำถามนี้ทำให้ครูอาจเผลอคิดว่า เมื่อกี้ก็ทำได้ แล้วทำไมพอให้ทำเองกลับทำไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้วทำตามได้ กับ ทำได้ด้วยตัวเอง เป็นความสามารถที่ไม่เหมือนกัน เด็กอาจไม่ได้ ทำไม่ได้ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร เด็กไม่ได้ขาดความรู้ แต่สิ่งที่ยังยากคือ การวางแผนและจัดลำดับขั้นตอนด้วยตัวเอง นี่เป็นส่วนหนึ่งของทักษะที่เกี่ยวข้องกับ Executive Function ซึ่งรวมถึงความสามารถในการยับยั้งตนเอง การเก็บและจัดการข้อมูลในใจ และการคิดยืดหยุ่นเพื่อแก้ปัญหา (Zelazo, Blair, & Willoughby, 2017) สำหรับเด็ก ความสามารถเหล่านี้ยังคงพัฒนาไปตามวัยและประสบการณ์ ดังนั้น การที่เด็กทำได้เมื่อมีครูช่วย ไม่ได้หมายความว่าเด็กกำลังแกล้งทำไม่ได้เมื่ออยู่คนเดียว เขาอาจยังต้องการ โครงสร้าง เพื่อช่วยให้รู้ว่าจะเริ่มต้นและเดินต่ออย่างไร Scaffolding: ครูช่วยวันนี้ เพื่อให้เด็กทำเองได้ในวันหน้า ในทางการศึกษา เรามักพูดถึงคำว่า Scaffolding หรือการช่วยพยุงการเรียนรู้
เปรียบเหมือนนั่งร้านที่ช่วยให้เด็กทำสิ่งที่ยังทำด้วยตัวเองไม่ได้ทั้งหมด ครูอาจช่วยเด็กด้วยการ แบ่งงานออกเป็นขั้นตอน ทำตัวอย่างให้ดู ใช้ภาพหรือ checklist ตั้งคำถามนำ ทำร่วมกันในช่วงแรกแล้วค่อย ๆ ลดความช่วยเหลือลง สิ่งสำคัญคือ Scaffolding ไม่ใช่การทำแทนเด็ก แต่คือการช่วยในระดับที่จำเป็น แล้วค่อยถอยออกเมื่อเด็กเริ่มทำได้ เพราะถ้าครูช่วยทุกขั้นตอน เด็กอาจเรียนรู้ว่า ถ้าครูไม่บอก ฉันไม่รู้ว่าจะทำอะไร ในทางกลับกัน หากครูค่อย ๆ ลดการช่วยเหลือ เด็กจะได้ฝึกคิดว่า ฉันควรเริ่มจากตรงไหน ต่อไปต้องทำอะไร ถ้าติดปัญหา ฉันลองวิธีไหนได้บ้าง จาก ครูบอกทุกขั้น สู่ เด็กวางแผนเอง ลองเปลี่ยนการสอนเพียงเล็กน้อย แทนที่จะบอก ครูอาจให้เด็กดูตัวอย่าง แล้วถาม ให้เด็กช่วยกันเรียงลำดับ เมื่อเด็กติดขัด ครูไม่จำเป็นต้องบอกคำตอบทันที แต่อาจถาม คำถามเหล่านี้กำลังฝึกให้เด็ก กำกับการเรียนรู้ของตัวเอง แทนการรอคำสั่งจากครู ช่วยเด็ก กับ ทำแทนเด็ก ไม่เหมือนกัน
นี่เป็นสิ่งที่ครูต้องระวังมาก เมื่อเห็นเด็กนั่งนิ่ง ครูอาจอยากเข้าไปช่วยทันที เด็กจึงทำงานต่อได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าเกิดขึ้นทุกครั้ง เด็กอาจไม่ได้มีโอกาสฝึกกระบวนการคิดด้วยตัวเอง บางครั้งการช่วยที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่การบอกว่า ทำอย่างไร แต่เป็นการถามว่า หนูคิดว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี หรือ ลองดูตัวอย่าง แล้วคิดว่าขั้นแรกคืออะไร เป็นต้น
การให้เด็กได้ลองคิดก่อน แม้จะใช้เวลามากขึ้นเล็กน้อย อาจมีคุณค่าต่อการพัฒนาความเป็นอิสระในการเรียนรู้มากกว่าการที่ครูทำให้งานเดินหน้าเร็วที่สุด เด็กแต่ละวัยต้องการความช่วยเหลือไม่เท่ากัน สิ่งสำคัญคือ เราไม่ควรคาดหวังให้เด็กทุกวัย ทำเอง ในระดับเดียวกัน เด็กอนุบาล อาจต้องการภาพ ตัวอย่าง การทำไปพร้อมกับครู และคำสั่งสั้น ๆ ทีละขั้น เด็ก ป.1–3 เริ่มใช้ checklist หรือขั้นตอนง่าย ๆ เพื่อวางแผนงานด้วยตัวเองได้มากขึ้น เด็ก ป.4–6 สามารถรับผิดชอบงานที่มีหลายขั้นตอน และเริ่มวางแผน แบ่งงาน ตรวจสอบ และแก้ไขงานของตนเองได้มากขึ้น แต่แม้อยู่ชั้นเดียวกัน เด็กแต่ละคนก็ยังมีความพร้อมแตกต่างกัน ดังนั้น เป้าหมายจึงไม่ใช่ ครูต้องเลิกช่วยเด็ก แต่คือ ครูควรช่วยเท่าที่จำเป็น และค่อย ๆ ลดความช่วยเหลือลงเมื่อเด็กพร้อม แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเด็กพร้อมทำเอง ลองสังเกตง่าย ๆ ว่า เมื่อครูหยุดบอกทีละขั้น เด็กสามารถ บอกได้ไหมว่าจะเริ่มจากอะไร จำขั้นตอนสำคัญได้ไหม เลือกวิธีทำงานได้ไหม เมื่อเจอปัญหา ลองแก้เองก่อนหรือไม่ ตรวจงานของตัวเองได้ไหม ขอความช่วยเหลืออย่างมีเป้าหมายหรือเพียงรอให้ครูบอก สิ่งเหล่านี้อาจสะท้อน ความสามารถในการกำกับตนเอง ได้มากกว่าการดูเพียงว่างานเสร็จหรือไม่ เพราะเด็กที่ทำงานเสร็จจากการที่ครูบอกทุกขั้นตอน อาจยังไม่ได้แปลว่าเด็กสามารถทำงานนั้นด้วยตนเอง บางครั้งครูต้องยอม ถอยออกมา เพื่อให้เด็กก้าวไปข้างหน้า การเป็นครูที่ดีไม่ได้หมายความว่าเราต้องอยู่ข้างเด็กทุกขั้นตอน บางครั้งบทบาทของครูคือการรู้ว่า เมื่อไรควรช่วย เมื่อไรควรถาม
และเมื่อไรควรถอยออกมา ถ้าเด็กยังทำไม่ได้ทั้งหมด เราช่วย ถ้าเด็กเริ่มทำได้ เราลดความช่วยเหลือ ถ้าเด็กพร้อม เราปล่อยให้เขาลองทำเอง และเมื่อเด็กทำผิด เราไม่ได้รีบเข้าไปแก้ทุกอย่าง แต่ช่วยให้เขากลับมาคิดและลองอีกครั้ง เพราะเป้าหมายของการเรียนรู้ไม่ได้มีเพียง เด็กทำงานสำเร็จ แต่คือการที่วันหนึ่งเด็กสามารถพูดกับตัวเองได้ว่า ฉันรู้ว่าต้องเริ่มอย่างไร ถ้าติด ฉันลองแก้ได้ และ ฉันทำสิ่งนี้ได้ด้วยตัวเอง ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อเด็กถามว่า ครูครับ/คะ แล้วต้องทำอะไรต่อ เราอาจไม่จำเป็นต้องรีบบอกคำตอบเสมอไป บางครั้งคำถามที่ช่วยเด็กได้มากกว่าอาจเป็น
หนูคิดว่า ขั้นต่อไปคืออะไร เพราะหน้าที่ของครูไม่ใช่การทำให้เด็กไม่ต้องพึ่งครูเลย แต่คือการค่อย ๆ ช่วยให้เด็ก พึ่งพาตัวเองได้มากขึ้นทีละน้อย และบางทีวันที่ครูรู้สึกว่า วันนี้เด็กไม่ได้ถามฉันเลย อาจไม่ใช่วันที่ครูสอนได้น้อยลง
แต่อาจเป็นวันที่เราเห็นว่า เด็กกำลังเริ่มเรียนรู้ที่จะเป็นเจ้าของการเรียนรู้ของตัวเองแล้ว

1 ชอบ

0 ตอบกลับ

2 ดู

เพิ่มความคิดเห็น

เข้าร่วมชุมชนออนไลน์

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์ เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

Community resources