โรงเรียนปลาดาว โรงเรียนปลาดาว
ทำไมเด็กดู TikTok ได้นาน แต่เรียน 20 นาทีแล้วบอกว่าเบื่อ?
นางสาวเมลินดา
1 ชั่วโมงที่แล้ว
ทำไมเด็กดู TikTok ได้นาน แต่เรียน 20 นาทีแล้วบอกว่าเบื่อ?
เด็กสามารถดูคลิปสั้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน สลับจากคลิปหนึ่งไปอีกคลิปหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเข้าสู่บทเรียนที่ต้องอ่านโจทย์ยาว ๆ ฟังคำอธิบาย ทำแบบฝึกหัดหลายขั้นตอน หรือทำงานชิ้นหนึ่งต่อเนื่องเป็นเวลานาน กลับเริ่มขยับตัว คุยกับเพื่อน สูญเสียความสนใจ ครูหลายคนอาจเคยเจอสถานการณ์คล้ายกัน
ธรรมชาติของวิดีโอสั้น (Short-form video) เปิดโอกาสให้ผู้ใช้รับข้อมูลปริมาณมากในระยะเวลาสั้นๆ และเลือกเปลี่ยนเนื้อหาได้ตลอดเวลา สภาพแวดล้อมเช่นนี้หล่อหลอมให้เด็กคุ้นเคยกับการรับรู้ข้อมูลอย่างรวดเร็วและเลือกสิ่งที่สนใจด้วยตนเอง
งานวิจัยในช่วงที่ผ่านมาเริ่มศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับชมคลิปสั้นกับการเรียนรู้และความสามารถในการจดจ่อมากขึ้น
พบว่าคนที่ดูคลิปสั้นมากๆ มักจะมีปัญหาด้านการคิดและสุขภาพทางจิตบางอย่างควบคู่กันไป แต่เหล่านักวิจัยยังไม่สามารถสรุปได้ว่าคลิปสั้นคือตัวการที่ทำให้สมาธิสั้นลงโดยตรง เนื่องจากอาจมีปัจจัยอื่นแฝงอยู่ด้วย เช่น ความเครียด สภาพแวดล้อม หรือการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ
ปัจจุบันเด็กสามารถเข้าถึงข้อมูลจำนวนมากได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที คลิปหนึ่งจบก็สามารถเลื่อนไปดูคลิปใหม่ได้ทันที หากไม่สนใจก็เปลี่ยนไปเรื่องอื่นได้โดยไม่ต้องรอ ขณะที่การเรียนรู้ในห้องเรียนหลายเรื่องกลับต้องใช้เวลา เช่น ต้องอ่านให้จบ ต้องคิดก่อนตอบ ต้องลองผิดลองถูก ต้องทำโจทย์หลายขั้นตอน และบางครั้งต้องใช้ความพยายามหลายครั้งกว่าจะเข้าใจเนื้อหา
ดังนั้น สิ่งที่โรงเรียนต้องช่วยพัฒนาอาจไม่ใช่เพียงการมีสมาธิ แต่รวมถึง ความสามารถในการจดจ่อกับสิ่งหนึ่งอย่างต่อเนื่อง แม้สิ่งนั้นจะไม่ได้สนุกตั้งแต่แรก
แล้วครูควรช่วยเด็กอย่างไร?
1. ฝึกการจดจ่อทีละน้อย
ไม่จำเป็นต้องคาดหวังให้เด็กนั่งทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานตั้งแต่แรก อาจเริ่มจากช่วงเวลาที่เหมาะสมกับวัย แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญคือ เด็กต้องรู้ว่าในช่วงเวลานั้น กำลังทำอะไร และต้องทำอะไรให้สำเร็จ
2. เปลี่ยนกิจกรรมได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเรื่องตลอดเวลา
ครูอาจจัดการเรียนรู้เป็นลำดับ เช่น
ฟัง → คิด → พูดคุย → ลงมือทำ → อธิบาย → ทบทวน
เด็กจึงไม่ต้องนั่งฟังครูตลอดเวลา แต่ยังคงอยู่กับเรื่องเดียวกัน และค่อย ๆ สร้างความเข้าใจในเนื้อหาที่กำลังเรียน
3. ให้เด็กลงมือทำมากกว่ารับข้อมูล
หากเด็กคุ้นเคยกับการรับข้อมูลจากหน้าจอ ห้องเรียนอาจเป็นพื้นที่ที่ให้เด็กได้ทำสิ่งที่หน้าจอทำแทนไม่ได้ คุณครูอาจเห็นแนวทางที่ทางโรงเรียนปลาดาว ได้จัดการเรียนรู้ผ่าน Active Learning, PBL และ Makerspace
การเรียนรู้เหล่านี้ไม่ได้เพียงทำให้เด็กมีส่วนร่วมมากขึ้น แต่ยังช่วยฝึก การจดจ่อและความพยายาม เพราะเด็กต้องอยู่กับงานหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การตั้งคำถาม วางแผน ทดลอง แก้ปัญหา ไปจนถึงการปรับปรุงผลงานให้สำเร็จ
โดยเฉพาะใน Makerspace เมื่อสิ่งที่เด็กสร้างยังไม่เป็นอย่างที่คิด เด็กต้องหยุดคิดว่าเกิดอะไรขึ้น และลองปรับวิธีใหม่อีกครั้ง กระบวนการ “คิด–ลงมือทำ–ลองผิดลองถูก–แก้ไข” จึงเป็นการฝึกให้เด็กอยู่กับปัญหาได้นานขึ้น แทนที่จะเปลี่ยนไปหาสิ่งใหม่ทันที
4. ไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกบทเรียนเหมือนคลิปสั้น
นี่อาจเป็นประเด็นสำคัญที่สุด เมื่อเด็กคุ้นเคยกับความรวดเร็ว เราอาจเผลอคิดว่า บทเรียนก็ต้องเร็ว สนุก และเปลี่ยนกิจกรรมตลอดเวลา แต่ถ้าทำเช่นนั้นตลอด เด็กอาจไม่ได้ฝึกความสามารถในการอยู่กับงานที่ต้องใช้เวลา
5. เทคโนโลยีไม่ใช่ศัตรูของการเรียนรู้
เพราะเทคโนโลยีสามารถเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เด็กค้นคว้า สร้างผลงาน สื่อสาร และเรียนรู้สิ่งใหม่ได้ สิ่งสำคัญคือครูเป็นผู้ช่วยเหลือ และคอยดูแลว่าเด็กใช้เทคโนโลยีเพื่ออะไร ถ้าใช้เพื่อเลื่อนดูข้อมูลไปเรื่อย ๆ เด็กก็เป็นเพียงผู้รับข้อมูล แต่ถ้าคุณครูตั้งคำถามกระตุ้น หรือจัดกิจกรรมนักเรียนใช้เทคโนโลยีเพื่อค้นหา เปรียบเทียบ ตรวจสอบ สร้างผลงาน อธิบาย และนำเสนอ นั่นหมายถึงเด็กกำลังใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการคิดและสร้างความรู้
บรรณานุกรมอ้างอิง
Nguyen, L., Walters, J., Paul, S., Monreal Ijurco, S., Rainey, G. E., Parekh, N., Blair, G., & Darrah, M. (2025). Feeds, feelings, and focus: A systematic review and meta-analysis examining the cognitive and mental health correlates of short-form video use. Psychological Bulletin, 151(9), 1125–1146. doi.org/10.1037/bul0000498
Chiencharoenthanakij, R. (2025). Short-Form Video Media Use Is Associated With Greater Inattentive Behaviors in Adolescents. งานวิจัยที่รายงานความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ short-form video กับพฤติกรรมไม่จดจ่อ โดยพบความสัมพันธ์ชัดขึ้นในกลุ่มอายุน้อยกว่า
Chiossi, F., Haliburton, L., Ou, C., Butz, A., & Schmidt, A. (2023). Short-Form Videos Degrade Our Capacity to Retain Intentions: Effect of Context Switching on Prospective Memory. งานทดลองเกี่ยวกับ short-form video และ prospective memory
Otto, T. (2025). Should educators be concerned? The impact of short video use on rational thinking and learning approaches. Computers & Education. งานวิจัยพบความสัมพันธ์ระหว่าง short-video use กับ rational thinking ที่ลดลงและ surface learning ที่เพิ่มขึ้นในบริบทการทดลอง
OECD. (2026). OECD Digital Education Outlook 2026: Exploring Effective Uses of Generative AI in Education. OECD Publishing. รายงานภาพรวมการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลและการศึกษา พร้อมเน้นการออกแบบเทคโนโลยีให้สนับสนุนการเรียนรู้ภายใต้หลักการทางการศึกษา
OECD. (2025). Managing Screen Time. OECD. รายงานประเด็นการใช้หน้าจอของเด็กและเยาวชน โดยระบุว่านักเรียนในประเทศ OECD ประมาณสามในสี่ใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงต่อวันในวันเรียนกับการท่องโซเชียลมีเดีย และเกือบหนึ่งในสามรายงานว่าถูกรบกวนจากอุปกรณ์ดิจิทัลในชั้นเรียน
กระทรวงศึกษาธิการ. (2569, 26 พฤษภาคม). ศธ. เดินหน้ารับมือปัญหา “สื่อโซเชียล - Screen Time” ในเด็กเยาวชน จ่อคลอด 3 แนวทางสู้ความท้าทายดิจิทัล.
0 ชอบ
0 ตอบกลับ
3 ดู
เข้าร่วมชุมชนออนไลน์
แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์ เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง