โรงเรียนปลาดาว โรงเรียนปลาดาว
การเรียนรู้ไม่ได้มีแค่เรื่องวิชาการ แต่เด็กต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจตัวเองและอยู่ร่วมกับคนอื่นด้วย
นางสาวเมลินดา
7 วันที่แล้ว
การเรียนรู้ไม่ได้มีแค่เรื่องวิชาการ แต่เด็กต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจตัวเองและอยู่ร่วมกับคนอื่นด้วย
เคยสังเกตไหมคะว่า เด็กบางคนเรียนเก่งมาก แต่พอทำงานกลุ่มกลับมีปัญหากับเพื่อน บางคนพอทำโจทย์ผิดก็หงุดหงิดจนไม่อยากทำต่อ บางคนไม่กล้าพูดความคิดเห็นของตัวเอง เพราะกลัวเพื่อนหัวเราะ ขณะที่บางคนเมื่อถูกเพื่อนพูดไม่ถูกใจก็โกรธและตอบโต้ทันที
เรื่องเหล่านี้อาจไม่ได้เกี่ยวกับความสามารถทางวิชาการโดยตรง แต่กลับมีผลต่อการเรียนรู้ของเด็กอย่างมาก
เพราะในชีวิตจริง เด็กไม่ได้ต้องใช้เพียงความรู้จากหนังสือเท่านั้น เด็กต้องรู้จักจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง ต้องเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น ต้องทำงานร่วมกับเพื่อน ต้องรับมือกับความผิดหวัง และต้องรู้จักคิดก่อนตัดสินใจ
สิ่งเหล่านี้เรียกว่า Social-Emotional Learning หรือ SEL (การเรียนรู้ทางสังคมและอารมณ์) SEL คือการช่วยให้เด็กค่อย ๆ เรียนรู้ว่า ฉันเป็นอย่างไร ฉันรู้สึกอย่างไร ฉันจะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองอย่างไร และฉันจะอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างไร ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วเป็นทักษะสำคัญที่เด็กต้องใช้ไปตลอดชีวิต
แล้ว SEL สำคัญกับการเรียนอย่างไร?
งานวิจัยขนาดใหญ่ของ Durlak และคณะ ซึ่งรวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับ SEL จำนวน 213 โครงการ และนักเรียนมากกว่า 270,000 คน พบว่า เด็กที่ได้รับการพัฒนาทักษะทางสังคมและอารมณ์มีพัฒนาการที่ดีขึ้นทั้งด้านพฤติกรรม ทัศนคติ และทักษะทางสังคม ที่น่าสนใจคือ ผลการเรียนของเด็กก็ดีขึ้นด้วย โดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นประมาณ 11 percentile points เมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่ได้เข้าร่วมโปรแกรม SEL
พูดง่าย ๆ คือ การสอนให้เด็กจัดการอารมณ์และทำงานร่วมกับคนอื่น ไม่ได้แย่งเวลาจากการเรียน แต่กลับช่วยให้เด็กพร้อมที่จะเรียนมากขึ้น และไม่ได้มีเพียงงานวิจัยชิ้นเดียวที่พบผลเช่นนี้
ในปี 2023 Cipriano และคณะได้รวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับ SEL ถึง 424 งาน จาก 53 ประเทศ และมีนักเรียนมากกว่า 575,000 คน ผลการศึกษาพบว่า SEL มีความสัมพันธ์กับพัฒนาการที่ดีขึ้นในหลายด้าน ทั้งทักษะทางสังคมและอารมณ์ พฤติกรรม ความสัมพันธ์กับเพื่อน การปรับตัวในโรงเรียน และที่สำคัญคือ ผลการเรียนทางวิชาการ
หลักฐานเหล่านี้ทำให้เราเห็นว่า การพัฒนาเด็กไม่ควรแยกเป็นว่า วิชาการสำคัญ ส่วนเรื่องอารมณ์เป็นเรื่องรอง เพราะในความเป็นจริง ทั้งสองเรื่องเกี่ยวข้องกัน
เด็กที่จัดการกับตัวเองได้ ก็มีโอกาสเรียนรู้ได้ดีขึ้น
ลองนึกถึงเด็กคนหนึ่งที่กำลังทำโจทย์คณิตศาสตร์ เขาทำผิดครั้งแรกและรู้สึกหงุดหงิด ถ้าเด็กยังไม่รู้จักจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง เขาอาจฉีกกระดาษ วางดินสอ แล้วพูดว่า ผมทำไม่ได้แล้ว
แต่ถ้าเด็กค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะจัดการกับความรู้สึก เขาอาจบอกตัวเองว่า ข้อนี้ยาก แต่ลองใหม่อีกครั้งก็ได้ สถานการณ์เดียวกัน แต่เด็กสองคนตอบสนองต่างกัน
สิ่งที่ต่างกันไม่ใช่ความฉลาด แต่เป็น ความสามารถในการจัดการกับความรู้สึกของตัวเอง นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมการฝึกให้เด็กหยุดคิดก่อนตอบโต้ ยอมรับความผิดพลาด กล้าขอความช่วยเหลือ หรือกลับมาลองใหม่อีกครั้ง จึงมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ไม่แพ้การฝึกทำโจทย์
SEL ไม่จำเป็นต้องเป็นวิชาใหม่
โรงเรียนไม่จำเป็นต้องเพิ่มวิชา SEL เข้าไปอีกหนึ่งวิชา เพราะ SEL สามารถเกิดขึ้นได้จากกิจกรรมที่ครูทำอยู่แล้ว เช่น การทำงานกลุ่ม เมื่อเด็กต้องแบ่งหน้าที่กัน ครูกำลังเปิดโอกาสให้เด็กฝึกการทำงานร่วมกับคนอื่น เมื่อความคิดเห็นของเด็กไม่ตรงกัน เด็กกำลังฝึกการฟังและยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง เมื่อทำงานแล้วไม่สำเร็จ เด็กกำลังฝึกการรับมือกับความผิดหวัง เมื่อเด็กทะเลาะกัน ครูสามารถช่วยให้เด็กเรียนรู้ว่า จะพูดถึงปัญหาอย่างไรโดยไม่ทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่าย
ครูไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาให้เด็กทุกครั้ง อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากคือ บางครั้งเมื่อเด็กมีปัญหา ผู้ใหญ่มักรีบเข้าไปแก้ให้
เพื่อนทะเลาะกัน → ครูตัดสินว่าใครผิด
เด็กทำงานไม่ได้ → ครูบอกคำตอบ
เด็กโกรธ → ครูบอกว่าอย่าโกรธ
เด็กเสียใจ → ครูบอกว่าไม่เป็นไร
สิ่งเหล่านี้ช่วยให้สถานการณ์จบลงได้เร็ว แต่เด็กอาจไม่ได้เรียนรู้ว่า ครั้งต่อไปฉันจะจัดการกับปัญหานี้ด้วยตัวเองอย่างไร ครูอาจเปลี่ยนจากการรีบให้คำตอบ เป็นการถามคำถามง่าย ๆ แทน เช่น ตอนนี้หนูรู้สึกอย่างไร? อะไรทำให้หนูรู้สึกแบบนี้? ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป จะเกิดอะไรขึ้น? เรามีวิธีอื่นอีกไหม? ถ้าเป็นเพื่อนของหนู หนูอยากให้เขาพูดกับหนูอย่างไร? คำถามเหล่านี้อาจดูเล็กน้อย แต่ช่วยให้เด็กได้ฝึกคิดเกี่ยวกับตัวเองและคนอื่น
SEL จึงเกี่ยวข้องกับการสร้างห้องเรียนที่ปลอดภัย เด็กจะเรียนรู้ได้ดีเมื่อรู้สึกว่าห้องเรียนเป็นพื้นที่ที่เขาสามารถเป็นตัวเองได้ เด็กควรรู้ว่า ตอบผิดได้ ถามได้ ไม่เข้าใจได้ คิดต่างจากเพื่อนได้ และ ผิดพลาดแล้วสามารถลองใหม่ได้
หากเด็กกลัวว่าตัวเองจะถูกหัวเราะหรือถูกตำหนิทุกครั้งที่ตอบผิด เด็กก็อาจเลือกที่จะไม่ตอบ แต่ถ้าครูทำให้เด็กเห็นว่า ความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ เด็กจะค่อย ๆ กล้าที่จะลองมากขึ้น
โรงเรียนปลาดาวมองว่าเรื่องนี้สำคัญกับการเรียนรู้ในรูปแบบที่เน้นการลงมือทำ เช่น PBL (การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน) หรือ Active Learning (การเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ) เพราะกิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้มีคำตอบที่ถูกตั้งแต่แรกเสมอไป เด็กอาจลองแล้วผิด แก้แล้วผิดอีก และต้องทำงานร่วมกับเพื่อนที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน
ดังนั้น การจัดการอารมณ์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่นจึงไม่ได้เป็นเรื่องที่แยกออกจากการเรียน แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้
การเรียนรู้ที่ดีไม่ควรสอนเพียงว่า คำตอบที่ถูกคืออะไร แต่ควรช่วยให้เด็กเรียนรู้ด้วยว่าเมื่อเจอปัญหา ฉันจะจัดการกับตัวเองอย่างไร และเมื่ออยู่ร่วมกับคนอื่น ฉันจะทำอย่างไรให้เราทั้งคู่เดินต่อไปด้วยกันได้ นี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Social-Emotional Learning ไม่ใช่เรื่องเพิ่มเติมของการศึกษา แต่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาที่เด็กทุกคนควรได้รับ
บรรณานุกรม
Durlak, J. A., Weissberg, R. P., Dymnicki, A. B., Taylor, R. D., & Schellinger, K. B. (2011). The impact of enhancing students’ social and emotional learning: A meta-analysis of school-based universal interventions. Child Development, 82(1), 405–432. doi.org/10.1111/j.1467-8624.2010.01564.x
Cipriano, C., Strambler, M. J., Naples, L. H., Ha, C., Kirk, M., Wood, M., & McCarthy, M. (2023). The state of evidence for social and emotional learning: A contemporary meta-analysis of universal school-based SEL interventions. Child Development, 94(5), 1181–1204. doi.org/10.1111/cdev.13968
Collaborative for Academic, Social, and Emotional Learning (CASEL). (2020). CASEL’s SEL Framework: What are the core competence areas and where are they promoted?
2 ชอบ
0 ตอบกลับ
32 ดู
เข้าร่วมชุมชนออนไลน์
แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์ เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง