โรงเรียนปลาดาว โรงเรียนปลาดาว
เปิด 4 ชุดภาษาไทย พาเด็กอนุบาลปลาดาวก้าวสู่การอ่าน
Rueankham
1 ชั่วโมงที่แล้ว
4 ชุด 4 ขั้นวิธีสอนภาษาไทยของโรงเรียนปลาดาว ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนตัวอักษรยาก ๆ ให้กลายเป็นเรื่องสนุก เช้าวันหนึ่งในห้องเรียนอนุบาลของโรงเรียนปลาดาว คุณครูเดินถือบัตรคำเข้ามาในห้อง วันนี้เรามาเล่นเกมกันค่ะ ตัวนี้คืออะไรเอ่ยเด็กบางคนตอบได้ทันที“กอ ไก่”บางคนมองภาพแล้วนึกออก บางคนยังลังเลและบางคนเพิ่งเข้ามาเรียนใหม่ ยังพูดภาษาไทยได้ไม่คล่องด้วยซ้ำแต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น กลับน่าสนใจมากเพราะการเรียนภาษาไทยของเด็ก ๆ โรงเรียนปลาดาวไม่ได้เริ่มต้นด้วยการให้เด็กท่องจำทุกอย่างพร้อมกัน แต่เริ่มจากการค่อย ๆ สร้างความเข้าใจทีละขั้น และเดินไปพร้อมกับเด็กทุกคน โรงเรียนปลาดาวจึงออกแบบการเรียนรู้พยัญชนะไทยให้เป็นระบบ โดยแบ่งพยัญชนะไทยทั้ง 44 ตัวออกเป็น 4 ชุด และกำหนดลำดับการเรียนรู้ที่ชัดเจน เพื่อให้เด็กค่อย ๆ เรียนจากสิ่งที่ง่ายและคุ้นเคย ไปสู่สิ่งที่ยากขึ้น
ชุดที่ 1 : เริ่มจากสิ่งใกล้ตัว พยัญชนะชุดที่ 1 มี 12 ตัว โดยเชื่อมโยงกับภาพและคำศัพท์ที่เด็กสามารถจดจำได้ง่ายเด็กไม่ได้เรียนเพียงว่านี่คือ ก ไก่ แต่เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่าง ภาพ คำศัพท์ ตัวอักษร คุณครูจะค่อย ๆ ชวนเด็กดูภาพ บอกชื่อภาพ แล้วเชื่อมโยงไปยังตัวพยัญชนะ
เมื่อเด็กเริ่มคุ้นเคย คุณครูจึงค่อย ๆ ลดตัวช่วยลงจากเห็นภาพแล้วบอกได้ไปสู่เห็นตัวอักษรแล้วบอกได้และสุดท้ายได้ยินคำบอกแล้วสามารถเขียนตัวอักษรได้ นี่คือทักษะสำคัญที่โรงเรียนปลาดาวให้ความสำคัญ การเชื่อมโยงภาพกับตัวอักษร การบอกชื่อตัวอักษรโดยไม่มีภาพ และการเขียนตัวอักษรตามคำบอกแบบสุ่ม
ชุดที่ 2 : เพิ่มความมั่นใจจากสิ่งที่เรียนมาแล้ว เมื่อเด็กเริ่มมีพื้นฐานจากชุดที่ 1 คุณครูจึงค่อย ๆ เพิ่มพยัญชนะชุดที่ 2 อีก 12 ตัว แต่การเรียนไม่ได้หมายความว่าเรียนชุดใหม่แล้วลืมชุดเก่า
ตรงกันข้ามทุกครั้งที่เรียนตัวใหม่ เด็กยังได้ทบทวนตัวอักษรจากชุดเดิมอยู่เสมอเพราะโรงเรียนปลาดาวเชื่อว่าการเรียนรู้ที่ดี ไม่ใช่การรีบไปข้างหน้า แต่คือการทำให้สิ่งที่เรียนมาแล้วมั่นคง
เด็ก ๆ จึงได้เรียนรู้ทั้งการบอกชื่อภาพ การบอกชื่อตัวอักษร และการทบทวนพยัญชนะชุดที่ 1 และ 2 ไปพร้อมกันที่สำคัญ คุณครูไม่ได้รอให้เด็กทั้งห้องเก่งเท่ากัน แต่มีการประเมินพัฒนาการตามวัยและติดตามเด็กเป็นรายบุคคล เพื่อให้รู้ว่าใครพร้อม ใครต้องการเวลาเพิ่ม และใครควรได้รับการช่วยเหลือเพิ่มเติม
ชุดที่ 3 : ก้าวสู่ตัวอักษรที่ไม่คุ้นเคย เมื่อเด็กสามารถบอกชื่อภาพและอ่านพยัญชนะชุดที่ 1 และ 2 ได้อย่างมั่นคงแล้ว จึงค่อยก้าวสู่ พยัญชนะชุดที่ 3 จำนวน 8 ตัวชุดนี้เป็นพยัญชนะที่พบใช้น้อยกว่า แต่ยังเป็นส่วนสำคัญของการเรียนรู้ภาษาไทยเด็ก ๆ จึงไม่ได้ถูกเร่งให้เรียนทั้งหมดในครั้งเดียว แต่จะเริ่มชุดที่ 3 เมื่อพื้นฐานจาก 24 ตัวแรกมีความพร้อม โดยเอกสารกำหนดเกณฑ์ว่าควรมีนักเรียนอย่างน้อย 80% ในชั้นเรียนที่ผ่านเกณฑ์ก่อนเริ่มหัวข้อใหม่และในช่วงนี้เอง เด็ก ๆ จะเริ่มเชื่อมโยงไปสู่ บทเรียนการออกเสียงภาษาไทย มากขึ้นจากการจำตัวอักษรจึงค่อย ๆ ก้าวไปสู่การอ่าน
ชุดที่ 4 : ครบทั้ง 44 ตัว ชุดสุดท้ายคือ พยัญชนะชุดที่ 4 จำนวน 12 ตัวเป็นพยัญชนะที่ใช้น้อยและมีรูปแบบการเขียนที่ค่อนข้างยาก จึงไม่จำเป็นต้องรีบสอนตั้งแต่ต้นโรงเรียนปลาดาวแนะนำให้เด็กมีความคุ้นเคยกับพยัญชนะ 32 ตัวแรกเสียก่อน แล้วจึงค่อยเรียนรู้ชุดที่ 4 ในช่วงใกล้จบภาคเรียนอนุบาลหรือหลังจากนั้นเพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่แค่ให้เด็ก ท่อง ก-ฮ ได้ แต่คือการทำให้เด็ก รู้จักตัวอักษร อ่านได้ เขียนได้ และพร้อมนำความรู้ไปต่อยอดสู่การอ่านคำแล้วทำไมต้อง “4 ชุด”เพราะเด็กแต่ละคนเรียนรู้ไม่เหมือนกัน บางคนจำได้เร็ว บางคนต้องเห็นภาพซ้ำ ๆบางคนต้องจับบัตรคำและเล่นเกม บางคนต้องฝึกเขียนตามรอยประหลายครั้งและบางคนเพิ่งเข้ามาเรียนใหม่ ยังไม่คุ้นเคยกับภาษาไทย
โรงเรียนปลาดาวจึงใช้วิธี แบ่งทักษะออกเป็นขั้นเล็ก ๆ เรียงลำดับอย่างชัดเจน สอนทีละขั้น และทบทวนอย่างต่อเนื่อง ในห้องเรียน คุณครูไม่ได้ยืนถือบัตรคำอยู่หน้าห้องแล้วถามเเพียงไม่กี่คน แต่เดินไปรอบ ๆ ห้อง ให้เด็กได้ตอบเป็นรายบุคคล และใช้เกมบัตรคำเพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสได้คิด ได้ตอบ และได้ลงมือทำ เด็กที่จำได้ดีอาจได้เป็นคุณครูตัวน้อยช่วยถามเพื่อน ส่วนเด็กที่ยังไม่มั่นใจ ก็ได้รับโอกาสฝึกซ้ำโดยไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังตามเพื่อนไม่ทัน แล้วผลที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไรผลจากแนวทางในบทเรียนพยัญชนะไทยของโรงเรียนปลาดาวพบว่า แม้เด็กบางคนจะเพิ่งเริ่มเรียนและยังไม่คุ้นเคยกับการพูดภาษาไทย แต่เมื่อได้รับการเรียนรู้อย่างเป็นระบบและฝึกซ้ำอย่างต่อเนื่อง เด็กอายุประมาณ 3–4 ปีสามารถเรียนรู้และอ่านพยัญชนะได้ถึง 32 ตัวภายในเวลาประมาณ 2 เดือน ในภาพรวมเด็กอนุบาลช่วงต้นส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 2–3 เดือนในการเรียนรู้ชื่อภาพพยัญชนะ 32 ภาพ และอ่านพยัญชนะชุดที่ 1, 2 และ 3 ได้ แม้เด็กบางคนจะเพิ่งเข้ามาเรียนและยังไม่สามารถพูดภาษาไทยได้เลยก็ตามส่วนการเขียนจะใช้เวลาเพิ่มเติม เพราะกล้ามเนื้อมือของเด็กเล็กยังอยู่ระหว่างการพัฒนา โรงเรียนจึงให้เด็กฝึกเขียนตามรอยประอย่างสม่ำเสมอ พร้อมมีครูคอยดูแลทิศทางการเขียนตั้งแต่เริ่มต้นเพราะเราไม่ได้สอนตัวอักษรแต่กำลังสร้างพื้นฐานการอ่านภาพเด็กอนุบาลนั่งท่อง ก-ฮ อาจดูเป็นเรื่องธรรมดาแต่เบื้องหลังตัวอักษรแต่ละตัว คือการฝึกความจำ การเชื่อมโยงภาพกับภาษา การฟัง การพูด การสังเกต การควบคุมกล้ามเนื้อมือ และความมั่นใจในการเรียนรู้ทุกครั้งที่เด็กตอบถูกหนึ่งตัว ทุกครั้งที่เขียนตามรอยประได้หนึ่งตัวทุกครั้งที่เด็กที่เคยตอบไม่ได้ ยกมือขึ้นแล้วพูดว่า“หนูรู้แล้วค่ะ นี่คือ ก ไก่”นั่นคือก้าวเล็ก ๆ ที่มีความหมายมากเราจึงไม่ได้ถามเพียงว่าเด็กอ่านได้หรือยังแต่เราถามว่า วันนี้เด็กเรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานเพราะเราเชื่อว่า การเรียนภาษาไทยที่ดีไม่ใช่การเร่งให้เด็กเก่งเร็วที่สุดแต่คือการสร้างพื้นฐานให้เด็ก รักภาษาไทย สนุกกับการเรียนรู้ และค่อย ๆ ก้าวจากตัวอักษรเล็ก ๆ ไปสู่โลกใบใหญ่ของการอ่านจาก ก-ฮ วันนี้อาจกลายเป็นคำแรกที่เด็กอ่านได้ในวันข้างหน้า
1 ชอบ
0 ตอบกลับ
5 ดู
เข้าร่วมชุมชนออนไลน์
แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์ เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง