โรงเรียนปลาดาว โรงเรียนปลาดาว
เมื่อห้องเรียนไม่ใช่สนามที่ต้องควบคุม แต่คือพื้นที่ที่ต้องเข้าใจ
รัชธา
1 ชั่วโมงที่แล้ว
ในการจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2-3 สิ่งหนึ่งที่ครูทุกคนเข้าใจดี คือ เด็กในวัยนี้ยังเต็มไปด้วยพลัง ความอยากรู้อยากเห็น และความสนุกสนานตามธรรมชาติของช่วงวัย ในห้องเรียนจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นเด็ก ๆ พูดคุย หัวเราะ เล่นกัน หรือเผลอหลุดความสนใจระหว่างการเรียนและการทำกิจกรรมบางครั้งบรรยากาศในห้องเรียนอาจทำให้ครูต้องคอยเตือนอยู่เสมอ“ตั้งใจฟังนะคะ” “เก็บเสียงก่อนนะ” “กลับมาทำกิจกรรมกันก่อน” แต่แม้ว่าครูจะพยายามเรียกสมาธิของเด็ก ๆ กลับมา บางครั้งก็อาจทำได้เพียงช่วงเวลาหนึ่งเมื่อผ่านไปไม่นาน เด็ก ๆ ก็กลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง ตอนแรกอาจรู้สึกเหมือนเป็นความท้าทายในการจัดการห้องเรียน แต่เมื่อมองอีกมุมหนึ่ง สิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้หมายความว่าเด็กไม่สนใจเรียน แต่อาจหมายถึง วิธีการเรียนรู้แบบเดิมยังไม่สามารถดึงความสนใจของเด็กได้มากพอ จากจุดนั้น ฉันจึงลองเปลี่ยนมุมมองจากการพยายาม “หยุดพฤติกรรม” มาเป็นการ “ใช้พลังของเด็กให้เกิดประโยชน์” ฉันเริ่มปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้มีความหลากหลายมากขึ้น บางครั้งบทเรียนไม่ได้เริ่มต้นด้วยการเปิดหนังสือหรืออธิบายเนื้อหาเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากเรื่องเล่า นิทาน หรือสถานการณ์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตของเด็ก ๆ เพราะบางครั้ง เด็กไม่ได้ไม่อยากฟัง เขาเพียงต้องการเรื่องราวที่จะพาเขาเข้าไปอยู่ในบทเรียน นอกจากนี้ยังนำเกมการแข่งขันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้แต่เกมเหล่านั้นไม่ใช่เพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกเท่านั้น ทุกเกมยังเชื่อมโยงกับเนื้อหาที่ครูกำลังสอน เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการคิด การตอบคำถาม และการมีส่วนร่วม ก่อนเริ่มกิจกรรมทุกครั้ง สิ่งสำคัญคือการสร้างข้อตกลงร่วมกันในห้องเรียน ให้เด็ก ๆ เข้าใจว่า แม้เราจะเล่นและสนุกได้ แต่เรายังต้องเคารพกติกา รับฟังกัน และช่วยกันทำให้ห้องเรียนเป็นพื้นที่ที่ทุกคนเรียนรู้ได้ เมื่อครูเปลี่ยนจากการยืนควบคุมอยู่หน้าห้อง มาเป็นการเดินเข้าไปมีส่วนร่วมกับเด็ก ๆ ถามคำถาม พูดคุย สร้างบรรยากาศที่ตื่นเต้นและเข้าหาเด็กแต่ละคน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เด็กไม่ได้รู้สึกว่า “กำลังถูกบังคับให้เรียน” แต่รู้สึกว่า “กำลังมีส่วนร่วมกับการเรียนรู้” เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ฉันเข้าใจว่า ห้องเรียนที่ดีไม่ได้เกิดจากการที่เด็กทุกคนนั่งนิ่งตลอดเวลา เพราะธรรมชาติของเด็กคือการเคลื่อนไหว การพูดคุย และการค้นหา หน้าที่ของครูจึงไม่ใช่การทำให้เด็กหยุดเป็นเด็ก แต่คือการออกแบบพื้นที่ที่ทำให้ความเป็นเด็กของเขา กลายเป็นพลังในการเรียนรู้ บางครั้งการจัดการชั้นเรียนที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่การทำให้ห้องเงียบที่สุด แต่อาจเป็นห้องเรียนที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ คำถาม และความอยากรู้เพราะเมื่อเด็กมีความสุขกับการเรียน การเรียนรู้ก็จะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
0 ชอบ
0 ตอบกลับ
3 ดู
เข้าร่วมชุมชนออนไลน์
แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์ เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง