โรงเรียนปลาดาว โรงเรียนปลาดาว

บทเรียนที่มากกว่าความสะอาด (กลิ่นปริศนาในห้องเรียน)

สุประวีณ์
สุประวีณ์

1 ชั่วโมงที่แล้ว

บางครั้ง การเป็นครูไม่ได้มีหน้าที่เพียงสอนหนังสือ แต่ยังต้องเป็นนักสืบ นักแก้ปัญหา นักจิตวิทยา และบางวันก็แทบจะเป็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานไปพร้อมกัน เรื่องนี้เกิดขึ้นกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 คนหนึ่ง เช้าวันนั้น ระหว่างที่กำลังโฮมรูมในห้อง ฉันเริ่มสังเกตเห็นกลิ่นบางอย่างลอยมาเป็นระยะ มันไม่ใช่กลิ่นอุจจาระอย่างที่คุ้นเคย แต่เป็นกลิ่นคล้ายอาหารหมัก หรือกลิ่นน้ำปลาที่แรงผิดปกติ ทั้งครูและนักเรียนต่างพยายามหาที่มาของกลิ่น บางคนสงสัยว่ามีอาหารหก บางคนคิดว่านมบูด บางคนแซวกันขำ ๆ ว่าใครแอบพกน้ำปลามาโรงเรียน ส่วนฉันเองก็พยายามสังเกตและสอบถามนักเรียนที่ดูเหมือนจะเป็นต้นตอของกลิ่น แต่คำตอบที่ได้รับคือ"อาหารเลอะมาจากบ้านค่ะ" เมื่อดูจากคราบที่เสื้อและท่าทีที่ยังเป็นปกติ ฉันจึงไม่ได้ติดใจอะไรนัก จนกระทั่งช่วงพักกลางวัน ได้ยินครูหลายคนพูดถึงกลิ่นปริศนาเดียวกัน และสังเกตเห็นว่านักเรียนคนเดิมกำลังซักเสื้ออยู่ แต่ไม่นานหลังจากเปลี่ยนเสื้อ กลิ่นกลับยังคงตามมา คราวนี้มาจากกระโปรงแทน ในที่สุด ฉันจึงตัดสินใจชวนนักเรียนไปทำความสะอาดร่างกาย แต่สิ่งที่ไม่ง่ายเลย คือเด็กปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต้องใช้เวลาพูดคุยและสร้างความมั่นใจอยู่พักใหญ่
เมื่อเข้าไปถึงห้องน้ำ ความจริงก็ปรากฏ เด็กอุจจาระเลอะกางเกงมาตั้งแต่ก่อนถึงโรงเรียน และพยายามปกปิดมาตลอดทั้งวัน คราบอุจจาระติดอยู่ทั้งเสื้อผ้าและร่างกายจนแห้ง ฉันช่วยทำความสะอาดให้ พร้อมบอกกับเธอเพียงว่า
"ไม่เป็นไรนะ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ ถ้าครั้งหน้ามีอะไรแบบนี้ รีบบอกครูได้เลย ครูจะช่วย" ไม่มีการตำหนิ ไม่มีการซักถามว่า "ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก" และไม่มีการทำให้เด็กรู้สึกผิดมากกว่าเดิม เพราะในวินาทีนั้น สิ่งที่เด็กต้องการที่สุด ไม่ใช่บทเรียนเรื่องความสะอาด แต่คือความรู้สึกปลอดภัย หลังจากเหตุการณ์ผ่านไป ฉันกลับมาคิดอยู่หลายวัน ทำไมเด็กถึงไม่ยอมบอกความจริง ทำไมถึงยอมทนอยู่กับความไม่สบายตัวตลอดทั้งวัน ทั้งที่ครูถามหลายครั้งแล้ว เมื่อมองผ่านมุมของผู้ใหญ่ เราอาจคิดว่าเด็กโกหก แต่เมื่อมองผ่านมุมของเด็ก คำตอบอาจเป็นอีกแบบหนึ่ง
เด็กวัยประถมต้นเริ่มมีความรู้สึกเรื่องความอับอายและภาพลักษณ์ของตนเองมากขึ้น พวกเขารู้แล้วว่าอะไรเป็นเรื่องที่อาจถูกล้อ อะไรเป็นเรื่องที่ทำให้เพื่อนหัวเราะ และอะไรเป็นเรื่องที่ทำให้รู้สึกเสียหน้า สำหรับเด็กคนหนึ่ง
การยอมรับว่าอุจจาระเลอะกางเกง อาจเป็นเรื่องยากกว่าการทนนั่งอยู่กับความลำบากนั้นเสียอีก นักจิตวิทยาเด็กหลายคนอธิบายว่า เด็กจำนวนมากไม่ได้โกหกเพราะต้องการหลอกผู้ใหญ่ แต่โกหกเพราะกำลังพยายามปกป้องตนเองจากความกลัว ความอับอาย หรือผลลัพธ์บางอย่างที่กังวลว่าจะเกิดขึ้น ยิ่งเด็กเคยถูกดุ ถูกล้อ หรือเคยมีประสบการณ์ไม่ดีมาก่อน ยิ่งมีแนวโน้มที่จะปกปิดความจริง เหตุการณ์วันนั้นจึงทำให้ฉันตระหนักว่า บางครั้งสิ่งสำคัญไม่ใช่การทำให้เด็กพูดความจริงให้เร็วที่สุด แต่คือการทำให้เด็กรู้สึกว่า "พูดความจริงแล้วจะปลอดภัย"
ในฐานะครู เราอาจเจอพฤติกรรมมากมายที่ชวนให้หงุดหงิด เด็กโกหก เด็กปฏิเสธ เด็กไม่ยอมรับความผิด
แต่ก่อนจะตัดสินพฤติกรรมเหล่านั้น เราอาจต้องลองถามตัวเองก่อนว่า เด็กกำลังกลัวอะไรอยู่หรือไม่
และเรากำลังเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เขาได้มากพอหรือยัง ทุกวันนี้ เมื่อคิดถึงเหตุการณ์นั้น ฉันยังอดขำไม่ได้กับภารกิจตามหากลิ่นปริศนาของครูทั้งโรงเรียน แต่สิ่งที่ฉันจำได้มากกว่าความวุ่นวาย คือสายตาโล่งใจของเด็กคนหนึ่ง หลังจากที่เธอรู้ว่า แม้จะเกิดเรื่องน่าอายแค่ไหน ก็ยังมีผู้ใหญ่ที่พร้อมช่วยเหลือ โดยไม่ตัดสินเธอ และบางที นั่นอาจเป็นบทเรียนสำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นในวันนั้น

1 ชอบ

0 ตอบกลับ

2 ดู

เพิ่มความคิดเห็น

เข้าร่วมชุมชนออนไลน์

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์ เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

Community resources