โรงเรียนปลาดาว โรงเรียนปลาดาว

"เมื่ออาการปวดท้องหายไป เพราะความจริงใจสำคัญกว่าข้ออ้าง"

สุรีรัตน์
สุรีรัตน์

1 ชั่วโมงที่แล้ว

บางครั้งเด็กไม่ได้กำลังป่วย แต่กำลังพยายามบอกอะไรบางอย่างกับผู้ใหญ่
ในทุกวันของการเป็นครู สิ่งที่เราดูแลเด็ก ๆ ไม่ใช่เพียงเรื่องการเรียน แต่รวมถึงความเป็นอยู่ ความรู้สึก และสัญญาณเล็ก ๆ ที่เด็กส่งออกมา โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ยังไม่สามารถอธิบายความคิดหรือความกังวลของตัวเองได้ทั้งหมด มีเด็กหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 คนหนึ่ง ที่มักจะมีอาการปวดศีรษะหรือปวดท้องเป็นประจำ ผู้ปกครองจึงเตรียมยาไว้ให้น้องรับประทานเมื่อมีอาการ และหากอาการไม่ดีขึ้นครูสามารถติดต่อประสานให้ผู้ปกครองมารับกลับบ้านเพื่อพักผ่อนได้

เช้าวันหนึ่ง น้องเดินมาหาครูพร้อมสีหน้าที่ดูไม่สบาย "คุณครูคะ หนูปวดท้องค่ะ ไม่ค่อยไหว" ครูจึงค่อย ๆ พูดคุยและสอบถามว่าเริ่มปวดตั้งแต่เมื่อไร ได้รับประทานยาหรือยังและอาการเป็นอย่างไร
น้องตอบว่าเริ่มปวดมาตั้งแต่อยู่บ้าน และได้รับประทานยามาแล้ว เพื่อความมั่นใจ ครูจึงถามต่อว่า
"หนูยังไหวไหม หรืออยากให้ครูโทรหาคุณแม่มารับ" น้องตอบทันทีว่า "อยากให้คุณพ่อคุณแม่มารับค่ะ"
ครูรีบติดต่อผู้ปกครองทันที แต่ได้รับคำตอบว่าขณะนั้นติดงานและยังไม่สามารถมารับได้ในทันที เมื่อครูหันกลับมาแจ้งให้น้องทราบ เด็กน้อยกลับยิ้มก่อนจะพูดว่า "หนูหายปวดท้องแล้วค่ะ"

เมื่อได้ทบทวนเหตุการณ์ครั้งนั้น ครูไม่ได้สรุปทันทีว่าน้องแกล้งป่วยหรือโกหก เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่าเด็กกำลังรู้สึกอะไรอยู่ภายในใจ แต่จากการสังเกตและพูดคุย ครูตั้งข้อสังเกตว่า อาการปวดท้องในวันนั้นอาจไม่ได้เกิดจากความเจ็บป่วยทางร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นความกังวล ความไม่สบายใจ ความเหนื่อยล้า หรือเพียงแค่อยากกลับไปอยู่กับคนที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย

เมื่อเด็กได้รับคำตอบว่ายังไม่สามารถกลับบ้านได้ เด็กอาจปรับตัวต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จนความรู้สึกไม่สบายใจลดลง จึงทำให้น้องรู้สึกว่า "หายปวดท้องแล้ว" เหตุการณ์นี้ทำให้ครูตระหนักว่า เด็กหลายคนมักสื่อสารความรู้สึกผ่านพฤติกรรมหรืออาการทางร่างกาย มากกว่าจะบอกความรู้สึกออกมาตรง ๆ ดังนั้น หน้าที่ของผู้ใหญ่จึงไม่ใช่การรีบตัดสินว่าเด็กกำลังโกหกหรือแกล้งป่วย แต่คือการรับฟังด้วยความเข้าใจ ค่อย ๆ พูดคุย สังเกต และช่วยค้นหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมใช้เหตุการณ์นี้เป็นโอกาสในการสอนให้เด็กเห็นคุณค่าของความซื่อสัตย์ เพราะความซื่อสัตย์คือรากฐานของความไว้วางใจ และเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง

เมื่อเด็กกล้าพูดความจริง ผู้ใหญ่ก็จะสามารถช่วยเหลือได้ตรงจุด และแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม แต่หากเลือกปกปิดความจริง หรือสร้างเหตุผลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ปัญหาที่แท้จริงก็อาจไม่เคยได้รับการแก้ไขเลย
การดูแลเด็กคือการดูแลทั้งร่างกายและหัวใจไปพร้อมกัน เพราะเบื้องหลังคำว่า "ปวดท้อง" ของเด็กคนหนึ่ง อาจซ่อนคำว่า "หนูมีเรื่องไม่สบายใจในบางเรื่อง" เอาไว้เสมอ

แนวคิดด้านจิตวิทยาพัฒนาการอธิบายว่า เด็กวัยประถมอาจแสดงความเครียดหรือความวิตกกังวลผ่านอาการทางร่างกาย (psychosomatic symptoms) เช่น ปวดท้องหรือปวดศีรษะ แม้จะไม่พบความผิดปกติทางร่างกายก็ตาม ดังนั้นการรับฟังและทำความเข้าใจความรู้สึกของเด็กจึงสำคัญไม่แพ้การดูแลอาการทางกาย
เด็กทุกคนอาจมีเหตุผลของการแสดงออกในแต่ละวัน สิ่งที่ผู้ใหญ่ควรทำคือรับฟังด้วยความเมตตา สอบถามด้วยความเข้าใจ และสร้างพื้นที่ที่เด็กกล้าพูดความจริง เพราะ "ความจริง" คือจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหา และ “ความซื่อสัตย์” คือรากฐานของความไว้วางใจที่จะติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต

1 ชอบ

0 ตอบกลับ

7 ดู

เพิ่มความคิดเห็น

เข้าร่วมชุมชนออนไลน์

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์ เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

Community resources