โรงเรียนปลาดาว โรงเรียนปลาดาว

ทำไมครูอนุบาลต้องพูดเสียงดัง

Rueankham
Rueankham

2 ชั่วโมงที่แล้ว

เชื่อไหมคะประโยคที่ครูหญิงได้ยินบ่อยที่สุด ไม่ใช่คำว่า "สวัสดีค่ะ"แต่เป็นคุณครูเสียงดังจังเลยค่ะ ครูดุเด็กหรือเปล่า ทำไมต้องตะโกนใส่เด็กด้วย ทุกครั้งที่ได้ยินคำถามเหล่านี้ ครูหญิงได้แต่ยิ้ม เพราะเข้าใจดีว่าถ้ามองเพียงไม่กี่วินาทีจากหน้าห้องเรียน ใครหลายคนก็คงคิดแบบนั้น แต่ถ้าได้ลองใช้เวลาทั้งวันอยู่ในห้องอนุบาล คุณอาจจะมองภาพนี้เปลี่ยนไป
เช้าวันหนึ่ง เด็ก ๆ กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน บางคนกำลังอ่านหนังสือนิทาน บางคนกำลังคุยกับเพื่อน บางคนกำลังวิ่งไปหยิบของเล่นอีกมุมห้อง เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย และเสียงแห่งความสุขดังไปทั่วห้องเรียนแล้วจู่ ๆ เด็กคนหนึ่งกำลังจะวิ่งตัดหน้าเพื่อนที่ถือกรรไกรสำหรับงานศิลปะ ในเสี้ยววินาทีนั้น ครูหญิงไม่ได้มีเวลาคิดว่าจะใช้คำพูดให้นุ่มนวลแค่ไหน สิ่งที่ทำคือหยุดก่อนค่ะ เสียงนั้นดังพอที่จะทำให้เด็กทุกคนหยุดมองพร้อมกันและเหตุการณ์ที่อาจกลายเป็นอุบัติเหตุ ก็ผ่านไปได้อย่างปลอดภัย หลายคนอาจมองว่าครูเสียงดัง แต่สำหรับครูอนุบาลเสียงที่ดังขึ้นในบางครั้ง คือ "เครื่องมือ" ที่ใช้ดูแลความปลอดภัยของเด็ก เด็กปฐมวัยยังอยู่ในวัยที่เรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหว พวกเขาเต็มไปด้วยพลังงาน ความอยากรู้อยากเห็น และยังควบคุมตนเองได้ไม่สมบูรณ์ เด็กอาจวิ่งออกจากแถวโดยไม่ทันคิด ปีนโต๊ะเพราะอยากเห็นของที่อยู่สูง หรือมัวเล่นจนไม่ได้ยินเสียงเรียกของครู ในห้องเรียนที่เต็มไปด้วยเสียงของเด็ก ๆ หากครูใช้เพียงเสียงเบา หลายครั้งเด็กจะไม่ได้ยิน หรือได้ยินแต่ไม่ทันหยุดพฤติกรรมที่กำลังเกิดขึ้น จึงมีบางสถานการณ์ที่ครูจำเป็นต้องใช้เสียงที่หนักแน่น ชัดเจน และมีพลัง เพื่อให้เด็กทุกคนรับรู้พร้อมกันไม่ว่าจะเป็น เก็บของเล่นค่ะ , เข้าแถวได้แล้ว ,เดินช้า ๆหรือ หยุดก่อน เสียงเหล่านี้ ไม่ได้เกิดจากความโกรธแต่เกิดจากความรับผิดชอบ แน่นอนว่าครูอนุบาลเองก็รู้ดีว่าการใช้เสียงดังตลอดเวลาไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด เพราะหากเด็กได้ยินเสียงดังซ้ำ ๆ จนเคยชิน เสียงนั้นก็จะไม่มีความหมายอีกต่อไป
ครูที่มีประสบการณ์จึงไม่ได้ใช้เพียง "ความดัง" แต่ใช้ทั้งน้ำเสียง แววตา สีหน้า การเดินเข้าไปใกล้ สัมผัสอย่างอ่อนโยน และการพูดคุยด้วยความเข้าใจ สลับกันไปตามแต่ละสถานการณ์ หลายช่วงเวลาของวัน ห้องเรียนอนุบาลเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงเล่านิทาน เสียงร้องเพลง เสียงกระซิบปลอบใจ และคำชมเล็ก ๆ ที่ช่วยเติมกำลังใจให้เด็ก แต่เมื่อถึงช่วงเวลาที่ต้องหยุดอันตราย หรือควบคุมสถานการณ์ เสียงของครูก็จำเป็นต้องเปลี่ยนให้หนักแน่นขึ้นเพราะบางครั้ง เด็กไม่ได้ต้องการครูที่พูดเบาเสมอไปแต่ต้องการครูที่สามารถปกป้องเขาได้ทันเวลา ครูหญิงเองก็เป็นคนหนึ่งที่หลายคนบอกว่า "เสียงดัง"จนบางครั้งมีคนเข้าใจว่าเป็นครูดุ เป็นครูที่ชอบตะโกนใส่เด็ก แต่ความจริงแล้วหากได้อยู่ในห้องเรียนทั้งวัน จะเห็นว่าเสียงดังของครูเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีในช่วงเวลาที่จำเป็นและหลังจากนั้นครูก็กลับมายิ้ม หัวเราะ เล่านิทาน ร้องเพลง และเล่นกับเด็กเหมือนเดิมเพราะหัวใจของครูอนุบาล ไม่ได้ต้องการให้เด็ก "กลัว"แต่ต้องการให้เด็ก "ปลอดภัย" หากวันหนึ่งคุณเดินผ่านห้องเรียน แล้วได้ยินเสียงครูเรียกเด็กดัง ๆอย่าเพิ่งรีบตัดสินว่าครูคนนั้นกำลังดุเด็กบางที เสียงนั้นอาจเป็นเสียงที่กำลังช่วยให้เด็กคนหนึ่งหยุดก่อนจะล้ม ช่วยให้เด็กอีกคนปลอดภัยจากอันตราย หรือช่วยให้เด็กทั้งห้องกลับมาโฟกัสกับการเรียนรู้เพราะสำหรับครูอนุบาลเสียงดังในบางเวลา ไม่ใช่เสียงของความโกรธ แต่คือเสียงของความห่วงใย ความรับผิดชอบ และความรักที่อยากให้เด็กทุกคนเติบโตอย่างปลอดภัยในทุก ๆ วันเสียงของครูอาจดังเพียงชั่วครู่แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ในเสียงนั้น คือหัวใจที่คอยเฝ้ามองเด็กทุกคนอยู่เสมอ

1 ชอบ

0 ตอบกลับ

4 ดู

เพิ่มความคิดเห็น

เข้าร่วมชุมชนออนไลน์

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์ เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

Community resources