โรงเรียนปลาดาว โรงเรียนปลาดาว

เด็กเรียนได้ดีขึ้นเมื่อขยับร่างกายระหว่างเรียน

เมลินดา ศศิชญาณนท์
เมลินดา ศศิชญาณนท์

1 ชั่วโมงที่แล้ว

"นั่งดี ๆ อย่าวิ่ง" "อย่าลุกจากที่" "หยุดเล่นได้แล้ว"
ประโยคเหล่านี้คงเป็นสิ่งที่ครูหลายคนพูดอยู่แทบทุกวัน เพราะเมื่อเห็นเด็กวิ่งเล่น ลุกเดิน หรือขยับตัวระหว่างเรียน เรามักรู้สึกว่าพวกเขาไม่มีสมาธิและรบกวนการเรียนการสอน แต่หากมองผ่านมุมของวิทยาศาสตร์สมอง คำตอบอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป
งานวิจัยด้านประสาทวิทยาศาสตร์และการศึกษาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงงาน Systematic Review และ Meta-analysis ที่เผยแพร่ในปี 2026 กลับชี้ให้เห็นว่า เด็กเรียนรู้ได้ดีขึ้นเมื่อมีโอกาสขยับร่างกายระหว่างเรียน การลุกขึ้นเคลื่อนไหวสั้น ๆ ไม่ได้ทำให้เสียเวลาเรียน แต่กลับช่วยให้สมองกลับมาพร้อมสำหรับการเรียนรู้มากขึ้น โดยเฉพาะในเด็กระดับประถมศึกษา ซึ่งระบบสมองที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมสมาธิและการจัดการตนเองยังอยู่ในช่วงพัฒนา
นักวิจัยอธิบายว่า เมื่อเด็กได้นั่งเรียนต่อเนื่องเป็นเวลานาน สมองจะเริ่มเกิดความล้าและความสามารถในการจดจ่อจะลดลง แต่เมื่อได้ลุกขึ้นเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การยืดเส้น การเต้น การเล่นเกมสั้น ๆ หรือการทำกิจกรรมที่ใช้ทั้งร่างกายและความคิด เลือดและออกซิเจนจะไหลเวียนไปยังสมองมากขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นการหลั่งสารสื่อประสาท เช่น โดพามีน และ นอร์เอพิเนฟริน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อความตื่นตัว การจดจ่อ และการเรียนรู้ ส่งผลให้เด็กสามารถกลับมาตั้งใจเรียนได้ดีขึ้น
งานวิจัยในปี 2026 ซึ่งรวบรวมผลการศึกษาจากงานวิจัย 35 เรื่อง ครอบคลุมนักเรียนกว่า 7,700 คน อายุระหว่าง 6–16 ปี พบว่า การจัด Classroom Active Breaks หรือช่วงพักที่ให้เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายระหว่างการเรียน ส่งผลเชิงบวกต่อความจำใช้งานและมีแนวโน้มช่วยส่งเสริมความสนใจ การควบคุมตนเอง และผลการเรียนด้านคณิตศาสตร์ อีกทั้งยังพบว่ากิจกรรมที่เชื่อมโยงกับบทเรียน เช่น การนับเลขพร้อมกระโดด การสะกดคำพร้อมใช้ท่าทาง หรือการตอบคำถามผ่านการเคลื่อนไหว ให้ผลดีกว่าการเคลื่อนไหวที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียน
การเคลื่อนไหวเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานหรือเป็นการออกกำลังกายหนัก เพียงกิจกรรมสั้น ๆ ประมาณ 2–5 นาที ก็สามารถช่วยให้เด็กกลับมามีสมาธิได้ เช่น Brain Break การยืดเหยียด การเต้นตามจังหวะ เกม Simon Says การหมุนเวียนฐานการเรียนรู้ หรือกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ลุกขึ้นลงมือปฏิบัติจริง
สำหรับโรงเรียนปลาดาวของเรา แนวทางดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นสิ่งที่โรงเรียนนำมาปฏิบัติอย่างต่อเนื่องผ่านการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เด็กไม่ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งฟังครูบรรยาย แต่ได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ การทดลอง การสร้างชิ้นงาน การทำโครงงาน (Project/Problem-Based Learning: PBL) รวมถึงกิจกรรม Makerspace ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้คิด ลงมือทำ เคลื่อนไหว และทำงานร่วมกับเพื่อนตลอดทั้งคาบเรียน
การออกแบบการเรียนรู้ที่ดี ควรสอดคล้องกับธรรมชาติของการพัฒนาสมองของเด็ก นวัตกรรมของโรงเรียนปลาดาวฝึกให้เด็กได้คิด ได้ลงมือทำ ได้ขยับร่างกาย และได้เรียนรู้อย่างมีความสุข เพราะบางครั้ง การลุกขึ้นขยับตัวเพียงไม่กี่นาที อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้อย่างเต็มศักยภาพ



ที่มาของข้อมูล
บทความนี้เรียบเรียงจากการศึกษาวิจัยและบทความวิชาการด้านประสาทวิทยาศาสตร์ การเคลื่อนไหว และการเรียนรู้ ได้แก่
Melguizo-Ibáñez, E. และคณะ. (2026). Classroom Active Breaks as a Physical-Educational Intervention for Executive Functions and Mathematical Outcomes: A Systematic Review with Meta-Analysis. Educational Psychology Review.
Donnelly, J. E. และคณะ. (2016). Physical Activity, Fitness, Cognitive Function, and Academic Achievement in Children: A Systematic Review. อ้างอิงในงานทบทวนปี 2026
Masini, A. และคณะ. (2020). Evaluation of School-Based Interventions of Active Breaks in Primary Schools: A Systematic Review and Meta-analysis.

0 ชอบ

0 ตอบกลับ

2 ดู

เพิ่มความคิดเห็น

เข้าร่วมชุมชนออนไลน์

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์ เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

Community resources