โรงเรียนปลาดาว โรงเรียนปลาดาว

อย่าปล่อยให้ลูกเป็น "คนสุดท้ายที่รอ"

Rueankham
Rueankham

1 ชั่วโมงที่แล้ว

"ทุกเย็น...ครูหญิงแอบมองเด็กคนหนึ่งอยู่เสมอ"
ทุกเย็นหลังเลิกเรียนหน้าที่หนึ่งของครูหญิง คือยืนส่งเด็ก ๆ กลับบ้านเป็นช่วงเวลาที่ชอบที่สุดของวัน เพราะจะได้เห็นภาพเดิม ๆ ที่ไม่เคยเบื่อเด็กตัวเล็ก ๆ วิ่งสุดแรงไปกอดพ่อแม่บางคนกระโดดโผเข้าหาคุณพ่อ บางคนรีบจับมือคุณแม่ แล้วเล่าเรื่องทั้งวันที่อัดแน่นอยู่ในหัวใจ วันนี้หนูได้ดาวด้วยนะ วันนี้ผมต่อบล็อกเก่งมาก แค่ได้เห็นรอยยิ้มของเด็กกับพ่อแม่ ครูหญิงก็ยิ้มตามทุกครั้ง แต่เมื่อเด็ก ๆ ทยอยกลับบ้านจนเกือบหมดเสียงหัวเราะค่อย ๆ เงียบลง สนามเด็กเล่นที่เคยเต็มไปด้วยความสดใส กลับว่างเปล่า แล้วสายตาของครูหญิง ก็มักจะหยุดอยู่ที่เด็กคนเดิม เด็กชายตัวเล็ก ๆ นั่งสะพายกระเป๋าอยู่ในสนามเขาไม่ร้องไห้ ไม่งอแงไม่เรียกร้องอะไรเลย เพียงแต่นั่งมองประตูโรงเรียน ทุกครั้งที่มีเสียงรถ เขาจะรีบลุกขึ้น
ดวงตาเต็มไปด้วยความหวัง แต่เมื่อรถคันนั้นไม่ใช่ของคุณแม่เขาก็ค่อย ๆ นั่งลงช้า ๆ แล้วหันกลับไปมองประตูอีกครั้งภาพนี้ ครูหญิงเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนอดคิดไม่ได้ว่าเด็กตัวเล็ก ๆ คนนี้กำลังรู้สึกอะไรอยู่ในใจเด็กปฐมวัยยังไม่เข้าใจหรอกว่า 10 นาที กับ 30 นาที ต่างกันอย่างไรแต่เขารู้ว่า เพื่อนกลับบ้านหมดแล้ว คุณครูหลายคนเริ่มเก็บของโรงเรียนเงียบลงและคนที่เขารอยังไม่มา บางทีในหัวใจดวงเล็ก ๆ อาจกำลังมีคำถามที่ไม่มีใครได้ยิน แม่ลืมหนูหรือเปล่า วันนี้แม่จะมารับไหม หนูทำอะไรผิดหรือเปล่า
นักจิตวิทยาพัฒนาการอธิบายไว้ว่า เด็กจะเกิด "ความมั่นคงทางใจ" เมื่อเขาเชื่อมั่นว่า คนที่รักเขาจะกลับมาหาเสมอ ความสม่ำเสมอของพ่อแม่ ไม่ว่าจะเป็นการมารับตรงเวลา หรือการรักษาคำพูดเล็ก ๆ ล้วนเป็นรากฐานของความไว้วางใจที่เด็กมีต่อโลก และยังพบว่า เด็กที่ได้รับการตอบสนองอย่างสม่ำเสมอจากผู้ปกครอง จะเติบโตเป็นเด็กที่กล้าเรียนรู้ กล้าลองผิดลองถูก และมีความมั่นใจในตนเอง เพราะเขารู้ว่าไม่ว่าจะเดินออกไปไกลแค่ไหน ก็ยังมีคนที่รักรอรับเขาอยู่เสมอ
เพราะสำหรับเด็กการมารับตรงเวลา ไม่ใช่แค่เรื่องของเวลาแต่มันคือการบอกลูกทุกวันว่าพ่อแม่ไม่เคยลืมหนู หนูสำคัญเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พ่อกับแม่จะกลับมาหาหนู แน่นอนชีวิตจริงอาจมีวันที่รถติด งานด่วน หรือเหตุการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ ไม่มีใครเป็นพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบได้ทุกวัน แต่หากรู้ว่าจะมาช้าขอเพียงโทรแจ้งโรงเรียน หรือฝากคุณครูบอกลูกว่า วันนี้คุณแม่มาช้าหน่อยนะ แต่แม่กำลังรีบมาหาหนู เพียงประโยคสั้น ๆ นี้อาจเปลี่ยนการรอที่เต็มไปด้วยความกังวลให้กลายเป็นการรอที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเมื่อมาถึงอย่าลืมกอดลูกให้แน่น แล้วพูดว่าขอโทษนะที่วันนี้พ่อมาช้า ขอบคุณที่รอ พ่อรีบมาหาหนูที่สุดแล้ว เพราะเด็กไม่ได้ต้องการพ่อแม่ที่ไม่เคยมาสาย แต่ต้องการพ่อแม่ที่ทำให้เขาเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าจะนานแค่ไหน พ่อกับแม่จะกลับมาหาหนูเสมอ
จนถึงวันนี้ครูหญิงยังคงยืนส่งเด็กกลับบ้านทุกเย็นและทุกครั้งที่เห็นเด็กคนสุดท้ายยิ้มกว้าง ก่อนวิ่งเข้าไปกอดพ่อแม่ครูหญิงก็อดยิ้มตามไม่ได้เพราะรู้ว่ารอยยิ้มเพียงเสี้ยววินาทีนั้น อาจกำลังเติม ความมั่นคงทางใจให้เด็กคนหนึ่งไปอีกนานแสนนานอย่าปล่อยให้ลูกเป็น เด็กคนสุดท้ายที่ยังนั่งรอ เพราะสิ่งที่ลูกจะจดจำไปตลอดชีวิตอาจไม่ใช่ของเล่นราคาแพงแต่คือความรู้สึกที่ว่า ไม่ว่าจะช้าแค่ไหน พ่อกับแม่ไม่เคยปล่อยให้หนูต้องรออย่างเดียวดาย

1 ชอบ

0 ตอบกลับ

3 ดู

เพิ่มความคิดเห็น

เข้าร่วมชุมชนออนไลน์

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์ เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

Community resources