โรงเรียนปลาดาว โรงเรียนปลาดาว
ความแตกต่างคือ “ความงดงามของการเติบโต”
สุรีรัตน์
1 ชั่วโมงที่แล้ว
เราเคยสังเกตกันไหมว่า เด็ก ๆ ไม่มีใครเหมือนกันเลยบางคนยิ้มเก่ง ชอบพูด ชอบเล่าเรื่องราวให้ครูฟัง บางคนเงียบ ๆ ชอบนั่งสังเกตแล้วค่อย ๆ คิดก่อนลงมือทำ บางคนกล้าที่จะยกมือตอบคำถามตั้งแต่วันแรก ขณะที่บางคนต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะกล้าแสดงออก แม้เด็กแต่ละคนจะมีบุคลิกแตกต่างกันแต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ ทุกคนต่างเป็นตัวของตัวเองไม่มีใครพยายามเป็นเหมือนเพื่อน หรือกังวลว่าตัวเองจะเก่งน้อยกว่าใคร เด็กมักแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติในแบบของตนเองและค่อย ๆ เติบโต เด็กกำลังใช้ชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ ในขณะที่ผู้ใหญ่กลับใช้ชีวิตด้วยการเปรียบเทียบ เราอาจมองเห็นคนที่พูดเก่งแล้วเกิดความอยากพูดให้เก่งเหมือนเขา เห็นคนทำงานโดดเด่นก็อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองยังไม่ดีพอ หรือเห็นครูบางคนมีไอเดียสร้างสรรค์ สอนสนุก มีผลงานมากมาย ก็มองย้อนกลับมาถามตัวเองว่า "เราดีพอหรือยัง" แต่หากเราเมื่อมองกลับไปที่เด็ก ๆ ในห้องเรียน เราจะพบว่าเด็กไม่เคยเติบโตด้วยการเปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อน แต่จะเติบโตจากการที่มีคนมองเห็นคุณค่าในตัวของเขา มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของเขา และเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้ในแบบของตัวเอง
สิ่งนี้ทำให้เราย้อนกลับมามองตัวเองในฐานะครูในโรงเรียน เราได้เห็นเพื่อนครูที่แต่ละคนมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน บางคนวางแผนการสอนได้เป็นระบบ บางคนสื่อสารกับเด็กได้อย่างอบอุ่น บางคนสร้างสื่อการเรียนรู้ได้อย่างน่าสนใจ ขณะที่บางคนอาจไม่ได้โดดเด่นแต่เป็นคนที่คอยช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน รับฟังปัญหา และทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มกำลัง ไม่มีใครเก่งเหมือนกันทุกเรื่องและไม่มีใครจำเป็นต้องเดินในเส้นทางเดียวกัน
เราเองก็เคยเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น เคยรู้สึกว่าตัวเองยังทำได้ไม่ดีพอแต่เมื่อได้ทำงานร่วมกับเพื่อนครู ได้เรียนรู้จากเด็ก ๆ ในทุกวัน ทำให้คิดสะท้อนและเข้าใจได้ว่า ความแตกต่างไม่ใช่ข้อบกพร่อง แต่กลับกลายเป็นพลังที่ทำให้เราเติมเต็มซึ่งกันและกัน การเป็นตัวของตัวเองจึงไม่ได้หมายถึงการหยุดพัฒนาแต่คือ การรู้ว่าตัวเองเป็นใคร ยืนหยัดบนพื้นฐานของความถูกต้อง ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ พร้อมเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับใคร เพราะความน่าเชื่อถือไม่ได้เกิดจากการพยายามเป็นเหมือนคนอื่น แต่เกิดจากการทำหน้าที่ของตนเองด้วยความจริงใจ
บางครั้งเด็กอาจกำลังสอนผู้ใหญ่ในสิ่งที่เราหลงลืมไปว่านั่นคือ การยอมรับตัวเองและการเติบโตในจังหวะของตัวเอง เมื่อเราเลิกเปรียบเทียบเราจะมองเห็นคุณค่าของตัวเองมากขึ้นและเมื่อเราเห็นคุณค่าในตัวเอง เราก็จะมองเห็นคุณค่าของเด็ก ของเพื่อนร่วมงานและของผู้คนรอบตัวได้เช่นกัน เพราะในห้องเรียนที่ดีเด็กไม่จำเป็นต้องเก่งเหมือนกันและในโรงเรียนที่ดี ครูก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันเช่นกันสิ่งที่สำคัญคือ “ทุกคนได้ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยกันสร้างการเรียนรู้และการเติบโตให้เกิดขึ้นกับเด็ก ๆ ในทุกวัน”
"จงภูมิใจในตัวตนของตัวเองเพราะคุณค่าที่แท้จริง ไม่ได้เกิดจากการเป็นเหมือนใครแต่เกิดจากการเป็นตัวเองบนพื้นฐานของความถูกต้อง และใช้ความแตกต่างนั้นสร้างคุณค่าให้กับผู้อื่น"
1 ชอบ
0 ตอบกลับ
4 ดู
เข้าร่วมชุมชนออนไลน์
แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์ เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง