โรงเรียนปลาดาว โรงเรียนปลาดาว
พลังของคำคล้องจอง : เคล็ดลับเล็กๆ ที่สร้างห้องเรียนอนุบาลให้มีความสุข
เรือนคำ
2 ชั่วโมงที่แล้ว
ในห้องเรียนอนุบาล 3 การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กเกิดความสนใจและมีส่วนร่วมอยู่เสมอถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ครูจึงต้องมีเทคนิคและสื่อการสอนที่เหมาะสมกับวัย หนึ่งในเครื่องมือที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง คือ “คำคล้องจอง” สื่อการสอนที่ช่วยพัฒนาทักษะทางภาษา สร้างสมาธิ ส่งเสริมระเบียบวินัย และช่วยควบคุมชั้นเรียนได้เป็นอย่างดี คำคล้องจองเป็นถ้อยคำที่มีจังหวะสนุกสนาน ใช้คำสัมผัสที่จดจำง่าย เด็กสามารถฟัง พูด และท่องตามได้อย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อครูนำมาประกอบกับท่าทางหรือกิจกรรมเคลื่อนไหว จะช่วยดึงดูดความสนใจของเด็กให้จดจ่ออยู่กับกิจกรรมได้มากขึ้น อีกทั้งยังสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่อบอุ่น สนุกสนาน และเป็นมิตร ระหว่างครูกับเด็ก
สำหรับครูหญิงได้นำคำคล้องจองมาใช้ในกิจวัตรประจำวันของเด็กอนุบาล 3 อย่างหลากหลาย เช่น การเข้าแถว การเตรียมความพร้อมก่อนเรียน การกล่าวขอบคุณ การสร้างมารยาทที่ดี และการปลูกฝังระเบียบวินัย ตัวอย่าง เช่น คำคล้องจองสำหรับการเข้าแถว “ตามองเท้า เท้าชิดกัน มือแนบลำตัว ไม่คุยกันทั้งหมด แถวตรง”
คำคล้องจองสั้น ๆ นี้ช่วยให้เด็กเข้าใจวิธีการเข้าแถวอย่างถูกต้อง โดยไม่ต้องใช้คำสั่งที่ยาวหรือซับซ้อน เด็กสามารถปฏิบัติตามได้ทันที พร้อมทั้งเกิดความสนุกจากการพูดตามเป็นจังหวะและก่อนเริ่มกิจกรรมการเรียนรู้ ครูหญิงยังใช้คำคล้องจองเพื่อรวบรวมสมาธิของเด็ก เช่น“นั่งตัวตรงๆ เอามือลงไว้บนตัก เด็กๆที่น่ารัก ต้องรู้จักตั้งใจฟัง ต้องรู้จักตั้งใจดู ต้องรู้จักฟังคุณครู คำคล้องจองนี้ช่วยเตือนให้เด็กเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ ส่งผลให้การจัดกิจกรรมเป็นไปอย่างราบรื่น เด็กมีสมาธิและพร้อมเรียนรู้มากขึ้น
นอกจากนี้ ครูหญิงยังใช้คำคล้องจองเพื่อปลูกฝังคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เช่น การพูดจาสุภาพ “พูดจาสุภาพ ฟังแล้วชื่นใจ หนูจงจำไว้ พูดจาน่าฟัง พูดดี ทำดี เป็นที่ชื่นชม พ่อแม่สุขสม คุณครูดีใจ” คำคล้องจองดังกล่าวช่วยให้เด็กเรียนรู้เรื่องมารยาททางสังคมผ่านถ้อยคำที่เข้าใจง่าย เด็กสามารถจดจำและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
ในด้านระเบียบวินัย ครูหญิงใช้คำคล้องจองเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎระเบียบของห้องเรียน “เด็กเอ๋ยเด็กดี ต้องมีวินัย ระเบียบมีไว้ ให้ปฏิบัติ สิ่งของวางจัด ทุกอย่างสวยงาม
หนูอย่ามองข้าม กฎของห้องเรียน”รวมถึงการฝึกนิสัยการเก็บของเข้าที่“ของเล่นของใช้ สมุดดินสอ เมื่อใช้แล้วหนอ ต้องเก็บให้ดี เก็บเป็นหมวดหมู่ นั่นดูเข้าที่ หยิบโน่น หยิบนี่ หาง่ายจังเลย” เด็กจึงค่อย ๆ ซึมซับความรับผิดชอบและเรียนรู้การดูแลสิ่งของส่วนรวมผ่านกิจกรรมที่สนุกและไม่รู้สึกถูกบังคับ
อีกหนึ่งคำคล้องจองที่ช่วยส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ คือ“ตาดู หูฟัง สมองคิด จิตใจจดจ่อ ไม่เข้าใจให้ถาม กลับบ้านทบทวนอยู่เสมอ”
คำคล้องจองนี้ช่วยกระตุ้นให้เด็กใช้ประสาทสัมผัสในการเรียนรู้ รู้จักสังเกต รับฟัง และกล้าซักถามเมื่อเกิดข้อสงสัย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต
นอกจากเรื่องการเรียนแล้ว ครูหญิงยังสอดแทรกการดูแลสุขอนามัยผ่านคำคล้องจองเกี่ยวกับการใช้ห้องน้ำอย่างถูกวิธี “ห้องน้ำของเรา ต้องช่วยรักษา ราดน้ำทุกครา ก่อนและหลังใช้ ห้องน้ำสะอาด กลิ่นหอมชื่นใจ หนูจงจำไว้ โรคภัยไม่มี” เด็กจึงได้เรียนรู้เรื่องความสะอาด สุขลักษณะ และความรับผิดชอบต่อส่วนรวมผ่านบทกลอนที่จดจำง่ายและนำไปปฏิบัติได้จริง
จากการนำคำคล้องจองมาใช้ในการจัดกิจกรรมประจำวัน ครูหญิงพบว่าเด็กมีความสนใจในการเรียนรู้มากขึ้น สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงของห้องเรียนได้ดีขึ้น มีสมาธิในการทำกิจกรรม รู้จักรอคอย รับฟัง และปฏิบัติตามคำแนะนำของครู เด็กมีพัฒนาการด้านภาษาเพิ่มขึ้นจากการฟัง พูด และท่องคำคล้องจองอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังเกิดความภาคภูมิใจเมื่อสามารถท่องจำและปฏิบัติตามเนื้อหาของคำคล้องจองได้ด้วยตนเอง
กล่าวได้ว่า “คำคล้องจอง” ไม่ได้เป็นเพียงบทกลอนสั้น ๆ สำหรับเด็กเท่านั้น แต่เป็นสื่อการสอนที่ทรงคุณค่า ช่วยสร้างวินัย พัฒนาทักษะภาษา ส่งเสริมคุณธรรม และสร้างบรรยากาศแห่งความสุขในห้องเรียนอนุบาลได้อย่างน่าประทับใจ เป็นอีกหนึ่งเทคนิคเล็ก ๆ ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ให้กับการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยได้อย่างแท้จริง
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
1.เด็กมีสมาธิและความพร้อมก่อนเริ่มกิจกรรมมากขึ้น
2.เด็กปฏิบัติตามข้อตกลงและระเบียบของห้องเรียนได้ดีขึ้น
3.เด็กมีพัฒนาการด้านภาษา กล้าพูด กล้าแสดงออก และจดจำคำศัพท์ได้มากขึ้น
4.บรรยากาศในห้องเรียนมีความสุข สนุกสนาน และเอื้อต่อการเรียนรู้
5.ครูสามารถจัดการชั้นเรียนได้ง่ายขึ้น ลดการใช้คำสั่งหรือการตักเตือนซ้ำ ๆ
6.เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่นและการมีส่วนร่วมอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างยั่งยืนและมีความสุขในการมาโรงเรียนทุกวัน
1 ชอบ
0 ตอบกลับ
4 ดู
เข้าร่วมชุมชนออนไลน์
แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์ เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง