Parenting Learning Series Ep.5 “ทำความเข้าใจธรรมชาติ และสมองของวัยรุ่น”

Parenting Learning Series Ep.5 “ทำความเข้าใจธรรมชาติ และสมองของวัยรุ่น”

เพราะวัยรุ่น คือ วัยอลวนที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับตัวเองมากมาย เช่น ทางร่างกาย ทางสมอง ทางฮอร์โมน หรือแม้แต่พื้นฐานการเลี้ยงดูตอนวัยเด็ก ก็ล้วนมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ และพฤติกรรมของเด็กในช่วงวัยรุ่นได้เช่นกัน

แล้วในฐานะคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมีลูกวัยรุ่น จะทำความเข้าใจธรรมชาติของเขาได้อย่างไร? 

คุณเมย์ เมริษา ยอดมณฑป นักจิตวิทยาเด็กและครอบครัว เจ้าของเพจ ตามใจนักจิตวิทยาได้มาพูดคุยกับ Starfish Labz ถึง‘ธรรมชาติการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น และวิธีการปรับตัวให้เข้ากับลูกวัยรุ่น’ ไว้ดังนี้ค่ะ

ทำความเข้าใจ ร่างกายและสมองของวัยรุ่นว่ากำลังมีการเปลี่ยนแปลง

วัยรุ่น คือ วัยก้ำกึ่งระหว่างความเป็นเด็ก และความเป็นผู้ใหญ่ ร่างกายของเขาจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น ในเด็กวัยรุ่นหญิง อายุ 10-14 ปี สมองจะเริ่มพัฒนาเป็นสมองของวัยรุ่นมากขึ้น ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เร็วกว่าเมื่อก่อน จะเห็นว่าเด็กผู้หญิงจะเริ่มมีประจำเดือน มีหน้าอก ส่วนสูงเพิ่มขึ้นเร็วกว่าผู้ชายในช่วง 5 ปี หรือ 10 ปีแรก และ ส่วนเด็กผู้ชายจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เช่น เสียงเริ่มแตกหนุ่ม ตอนอายุ 12-13 ปี เป็นต้นไป เพราะฮอร์โมนมีความแตกต่างกัน

ถึงแม้ว่าร่างกายของวัยรุ่นจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่สมองส่วนหน้า (Frontal lobe) ที่มีหน้าที่คิดวิเคราะห์ ยับยั้งชั่งใจของวัยรุ่นยังไม่เติบโตเต็มที่ และจะเติบโตเต็มที่เมื่ออายุ 20 ปีขึ้นไป จึงทำให้วัยรุ่นส่วนใหญ่จะมีอาการลังเลในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในชีวิต

อีกทั้งฮอร์โมนของวัยรุ่นจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ยกตัวอย่างเช่น ฮอร์โมนเมลาโทนินจะหลั่งตอนเที่ยงคืน ทำให้วัยรุ่นหลายคนนอนหลัง ตี 1 และตื่นเที่ยง ตอนเช้าสมองยังไม่สดชื่น และส่งผลให้นาฬิกาชีวิตเริ่มแปรปรวน วัยรุ่นหลายคนมีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆได้ง่าย เช่น อารมณ์หงุดหงิด ไม่สบายตัวตลอดเวลา ร่างกายไม่ค่อยตอบสนอง นอนไม่เพียงพอ ก็มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเช่นเดียวกัน

ฮอร์โมนที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น สามารถเปรียบได้กับเด็กที่ขี่จักรยาน 4 ล้อ เปลี่ยนไปเป็น 2 ล้อ และกลายเป็นขี่รถสปอร์ตเลย ซึ่งแน่นอนว่าวัยรุ่นยังไม่มีใบขับขี่และยังไม่สามารถควบคุมรถสปอร์ตได้ดี หากเปรียบเทียบกับผู้ใหญ่ที่มีพละกำลังเหมือนกัน แต่วัยรุ่นยังขาดประสบการณ์นั่นเอง

ทั้งหมดนี้ คือการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่วัยรุ่นทุกคนจะต้องเจอ จะเห็นได้ว่าไม่ได้เป็นเรื่องง่ายสำหรับการที่วัยรุ่นในการปรับตัวกับร่างกายที่ใหม่ เช่น สูงขึ้น มีหน้าอก มีขนขา หรือขนแขน ซึ่งไม่เพียงแต่คุณพ่อคุณแม่จะต้องเข้าใจธรรมชาติการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เท่านั้น คุณพ่อคุณแม่จะต้องเข้าใจวัยรุ่นในมุมมองของการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีกับลูกวัยรุ่นด้วย เพราะสายสัมพันธ์เป็น ‘หัวใจหลัก’ ของการเป็นครอบครัวที่แข็งแรง

สร้างสายสัมพันธ์ระหว่างลูกวัยรุ่น และครอบครัวให้แข็งแรง

คุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนอาจเริ่มมีความรู้สึกว่าลูกเริ่มถอยห่างเมื่อลูกเริ่มโตเป็นวัยรุ่น แต่ความเป็นจริงแล้ววัยรุ่นหลายคนเพียงแค่เปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย แต่ยังคงต้องการความรัก และความเข้าใจต่างคุณพ่อคุณแม่เสมอ คุณพ่อแม่สามารถเริ่มทำความเข้าใจกับลูกวัยรุ่น ได้ดังนี้

         1. อย่าเพิ่งเริ่มต้นด้วยการสอน แต่เริ่มด้วยการรับฟัง และเป็นพวกเดียวกับเขา เพราะสิ่งที่วัยรุ่นกลัวไม่ใช่ไม้เรียวเหมือนตอนเด็ก แต่เป็นเรื่องกลัวเพื่อนไม่ยอมรับ ดังนั้นเราจะต้องเปลี่ยนวิธีการใหม่ให้เข้ากับช่วงวัยของเขามากขึ้น 

         2. อย่าเพิ่งน้อยใจลูก เมื่อรู้ว่าลูกกำลังมีความลับ แต่ให้เข้าใจว่าเขากำลังปรับตัว อย่างน้อยให้ใช้วิธีค่อยๆ คุยกันอย่างเข้าใจ

         3. คำว่า ‘ไม่ ห้าม อย่า หยุด’ ถ้ายิ่งพูดวัยรุ่นจะรู้สึกว่า คุณพ่อคุณแม่ไม่พร้อมจะรับฟัง ถ้าคุณพ่อคุณแม่รู้สึกไม่ชอบใจ ขอให้ฟังให้จบ ดีกว่าขัด เพราะว่าหากขัดใจเขาตั้งแต่แรก เราอาจจะช่วยลูกไม่ได้เลย

         4. คำว่า ‘แม่ หรือพ่อฟังอยู่’ เป็นคำกลางๆ ที่ทำให้ลูกกล้าที่จะเล่าต่อ เมื่อคุณพ่อคุณแม่ไม่แน่ใจว่าจะตอบลูกยังไงเมื่อลูกมาปรึกษา

         5. คำถามว่า ‘เราต้องการเล่าให้แม่ฟังเฉยๆ หรืออยากให้แม่แสดงความคิดเห็นไหม’ จะช่วยให้ลูกเปิดใจและกล้าคุยกับเรามากขึ้น

         6. ใช้คำพูดในเชิงช่วยเหลือ เช่น ‘แม่รู้ว่าหนูทำไปแล้ว แต่หนูลองทำวิธีอื่นบ้างไหม หรือ ถ้าครั้งหน้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก หนูควรจะทำอย่างไร?’ มากกว่าคำพูดเชิงตอกย้ำ

         7. สามคำ ที่ไม่ควรพูดกับลูกวัยรุ่น คือ ‘ทำไมลูกทำแบบนี้’ ให้เปลี่ยนเป็น ครั้งหน้าลูกจะทำแบบไหนดี , ‘แม่รู้สึกแย่และผิดหวังในตัวลูกมาก’ เปลี่ยนเป็น ‘แม่อาจจะไม่เข้าใจลูกนะ แต่แม่รู้นะมันมีวิธีกว่านี้ เรามาช่วยกันไหม’ และ ‘ชีวิตของลูก ตัดสินใจเองแล้วกัน’ เปลี่ยนเป็น ‘ถ้าตัดสินใจไม่ได้มาช่วยกันคิดไหม’ เพราะเด็กวัยรุ่นต้องการความเห็นจากคนที่มีประสบการณ์ เช่นการเลือกคณะ การเลือกโรงเรียน เป็นต้น

         8. คุณพ่อคุณแม่ควรมอบความรักกับลูกให้มากๆ ไม่ว่าจะเป็นวัยไหน เช่น การกอด การสัมผัส มีช่วงเวลาดีๆ ให้กัน ทำให้เขารู้สึกว่าเขามีคุณค่า เพราะวัยรุ่นหลายๆ คนทำสิ่งที่ผิดพลาดเมื่อโตขึ้น ส่วนหนึ่งมีต้นตอมาจากในวัยเยาว์ที่ไม่ได้รับการเติมเต็ม หรือรับความรักมากพอ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก หรือวัยรุ่น สิ่งหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถให้เขาได้ดีที่สุด คือความรักและการรับฟัง

เคารพกันและกัน และให้พื้นที่ส่วนตัว

การเคารพซึ่งกันและกัน เป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะปูพื้นฐานมาก่อนตั้งแต่วัยเด็ก และเมื่อเข้าสู่ตอนเป็นวัยรุ่น เราจะสามารถไว้วางใจในตัวเขาได้ เมื่อเขาต้องการที่จะมีพื้นที่ส่วนตัว เพื่อที่จะฝึกให้เขาเข้าใจในสิทธิ์ที่ควรจะมี และมีความรับผิดชอบตัวเองมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ควรปูพื้นฐานในเรื่องดังนี้

         1. ปูพื้นฐานเรื่องความปลอดภัยในบ้าน

คุณพ่อคุณแม่อาจจะออกกติการ่วมกับลูกดังนี้ เช่น ไม่ทำร้ายผู้อื่น ไม่ทำร้ายตัวเอง และไม่ทำลายข้าวของ

         2. ปูพื้นฐานเรื่องการเคารพในร่างกายของตัวเอง

โดยการสอนเรื่องจุด 4 จุด ที่ไม่ควรให้ใครมาแตะต้อง คือ ริมฝีปาก หน้าอก บริเวณหว่างขา และก้น ไม่ว่าใครก็ไม่ควรให้มาสัมผัสตรงนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญและเชื่อมโยงกับลูกวัยรุ่น หากเมื่อลูกเติบโตขึ้น เขาจะสามารถดูแลร่างกายของตัวเองได้ 

         3. การเคารพ และให้พื้นที่กันและกัน

สำหรับลูกวัยรุ่น เช่น ถ้าเขาอยากรู้เรื่องอะไร แล้วเราปิดกั้นสิ่งนั้น จะทำให้เขาเสาะหาเอง ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความไม่เหมาะสม ทางที่ดีที่สุดคือการคุยกันในเชิงธรรมชาติ เช่น เปิดหนังสือพูดคุยกันในเรื่องของเพศหรือร่างกาย เพื่อทำให้เห็นว่าแต่ละเพศมีความแตกต่างกันอย่างไร และจะได้เรียนรู้เรื่องของการให้เกียรติซึ่งกันและกันระหว่างเพศชายและเพศหญิง

·     สรุป

การเป็นคุณพ่อคุณแม่ในวัยรุ่นไม่ได้เป็นเรื่องที่ง่าย และการเป็นวัยรุ่นก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ง่ายสำหรับเด็กๆ เราต่างที่จะต้องพบเจอการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน และถ้าหากคุณพ่อคุณแม่ได้ทดลองนำ 3 เรื่องไปใช้กับลูกแล้วยังไม่ดีขึ้น คุณพ่อคุณแม่อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือจากจิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยา และอย่าเพิ่งตัดสินว่าตัวเองเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่ล้มเหลว เพราะว่าบางเรื่อง ลูกอาจจะต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษก็เป็นได้

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

อย่าปล่อยให้เด็ก ๆ ชินชากับความรุนแรงในสังคม

อย่าปล่อยให้เด็ก ๆ ชินชากับความรุนแรงในสังคม

Starfish Academy
Starfish Academy

ทุกวันนี้เรามักจะเห็นข่าวความรุนแรงจากสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ เฟซบุ๊ก ยูทูบ หรือภาพยนตร์ต่าง ๆ เช่น เด็ก ๆ ล้อเลียนกลั่นแกล้งด้วยการทำร้ายร่างกายกัน คุณครูไม่พอใจจนใช้ความรุนแรงกับเด็ก เป็นต้น แต่น่าแปลกที่สังคมเรา กลับให้ความสำคัญกับเรื่องความ ...

623 views 20.10.20
อย่าปล่อยให้เด็ก ๆ ชินชากับความรุนแรงในสังคม
ทำอย่างไรให้ลูกมั่นใจในตัวเอง และไม่กลัวความล้มเหลว

ทำอย่างไรให้ลูกมั่นใจในตัวเอง และไม่กลัวความล้มเหลว

Starfish Academy
Starfish Academy

ทุกวันนี้สังคมหล่อหลอมให้เราต้องประสบความสำเร็จ จนทำให้เราโฟกัสอยู่กับความก้าวหน้าเท่านั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่เด็กสมัยนี้จะเครียดจากการที่ต้องเป็นไปตามแบบที่สังคมกำหนด จนเกิดภาวะไม่มั่นใจในตัวเอง กลัวความล้มเหลว หรือวิตกกังวลจนอาจแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ ...

2664 views 08.10.20
ทำอย่างไรให้ลูกมั่นใจในตัวเอง และไม่กลัวความล้มเหลว
5 วิธีสานสัมพันธ์กับลูกวัยทีน

5 วิธีสานสัมพันธ์กับลูกวัยทีน

Starfish Academy
Starfish Academy

พ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องดูแลลูกหลานวัยทีน คงมีเรื่องให้กลุ้มใจ ปวดหัวกับพฤติกรรม ความคิดที่เปลี่ยนไปของลูกบ่อยๆ ใช่ไหมคะ? หนูน้อยที่เคยน่ารัก พูดอะไรก็เชื่อฟัง หรืออย่างน้อยๆ หลอกล่อเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจบ้างก็ได้ผล แต่มาตอนนี้เด็กๆ เหล่านั้น เติบโตเป็นตัวขอ ...

1783 views 14.09.20
5 วิธีสานสัมพันธ์กับลูกวัยทีน