ทำอย่างไร ให้ชีวิตยังไม่พังช่วงสอบ

ทำอย่างไร ให้ชีวิตยังไม่พังช่วงสอบ

การสอบ 30 วิชา ภายใน 20 กว่าวันนั้น เป็นเรื่องที่โหดร้ายต่อเด็กๆ ชั้นม.6 จริงๆ ค่ะ วันนี้นีทเห็นพวกเขาแล้ว ต้องขอชื่นชมน้องๆ ม. 6 ที่สามารถประเมินสถานการณ์ตนเองได้ดี และพยายามยืนยันสิทธิของตนเอง แต่เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่า เราก็ต้องสู้ให้ได้ในสถานการณ์เช่นนี้ พี่นีทจึงอยากแนะนำวิธีดีๆ มาทำให้เรายืนหยัดสู้กับ 20 วันแห่งการสอบนี้ให้ได้ด้วยหลักการ ต่อไปนี้ค่ะ

           Delete คือ การลบความไม่พอใจออกไป เพื่อหันมาสนใจสิ่งที่ต้องไปต่อ

           Relax คือ การที่เราต้องหาเวลาผ่อนคลายบ้าง พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้สมองได้พักและเติมพลังสมอง

           Belief คือ การเชื่อมั่นหรือรับรู้ว่า ตนเองสามารถทำได้ หรือผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ นี้ไปได้ เป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนนะคะ

การสอบ 30 วิชา ภายใน 20 กว่าวันนั้น เป็นเรื่องที่โหดร้ายต่อเด็กๆ ชั้นม.6 จริงๆ ค่ะ วันนี้ที่นีทเห็นพวกเขา ต้องขอชื่นชมน้องๆ ม. 6 ที่สามารถประเมินสถานการณ์ตนเองได้ดี และพยายามยืนยันสิทธิของตนเอง เพราะว่า เรื่องการสอบนี้มันสำคัญต่อพวกเขาจริงๆ

เราลองคิดดูนะคะ สมัยที่เราเป็นเด็กม.6 เรารู้สึกอย่างไร “การสอบเข้ามหาวิทยาลัย” มันคือจุดชี้ชะตาสำคัญ ที่มีผลต่อชีวิตเราอย่างมาก เช่น จะได้คณะที่ชอบไหม จะได้มหาวิทยาลัยที่หวังไหม และการเข้ามหาวิทยาลัยมันคือกุญแจไปสู่การประกอบอาชีพ ยังไงมันก็สำคัญ และด้วยความที่ว่ามันสำคัญ ทุกคนจึงอยากลงสนามสอบ ด้วยสภาพที่พร้อมที่สุดซึ่ง 30 วิชา ใน 20 กว่าวัน ดูเป็นสถานการณ์ที่ทำให้พวกเรารู้สึกไม่พร้อมเป็นอย่างมาก (ทั้งในเรื่องของการเตรียมตัว การจัดการกับความตึงเครียด ความเหนื่อยล้าอีก เป็นต้น)

แต่มาในวันนี้ จริงๆ เป็นประโยคที่นีท ไม่อยากพูดนะ แต่มันคงต้องพูด เพื่อเป็นคำพูดให้กับน้องๆ ในการไปต่อ นั่นคือ “มันคงไม่มีอะไร เป็นไปได้ดั่งหวัง เรื่องนี้เองก็เช่นกัน แต่เราก็ต้องสู้ ภายใต้ของจำกัดนี้” โดยนีทก็อยากจะขอแนะนำ วิธีการเตรียมพร้อมตนเอง นั่นคือ delete relax และ belief

Delete คือ การลบความไม่พอใจออกไป เพื่อหันมาสนใจสิ่งที่ต้องไปต่อ

เวลาที่เราเจอเรื่องหนักๆ เรื่องเครียดๆ เราก็คงอยากบ่น อยากระบายอารมณ์ เช่น ทำไมต้องเป็นแบบนี้ เขาไม่เข้าใจหรือไงนะ ว่ามันเหนื่อยมาก (นีทมองว่าตรงนี้เราทำได้นะ มันคือการจัดการอารมณ์อย่างหนึ่ง) แต่พอเราจัดการอารมณ์เสร็จ เราต้องมาจัดการปัญหาต่อ ว่า “เมื่อสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้น แล้วฉันจะทำอย่างไร” เราก็ต้องมาวางแผนใหม่ ว่าจะอ่านหนังสืออย่างไรดี โดยต้องบอกว่าเราไม่จำเป็นต้องสร้างการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด แต่เอาให้เหมาะกับตอนนี้พอ นีทเชื่อว่า พอเราได้มานั่งคิดทบทวนวางแผนใหม่ เราน่าจะพอเห็นความเป็นไปได้

Relax คือ การที่เราต้องหาเวลาผ่อนคลายบ้าง พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้สมองได้พัก

น้องบางคนอาจจะค้านว่า พี่แค่เวลาอ่านหนังสือยังจะไม่พอเลย แทนที่จะพักอ่านเวลามาอ่านหนังสือยังจะดีกว่า นี่อาจจะเป็นความเชื่อผิดๆ ที่ว่า อ่านเยอะยิ่งดี มันคงดีในเรื่องของปริมาณที่ทำให้เรารู้สึกว่า ฉันใช้เวลาคุ้มค่า แต่ในทางกลับกัน แล้วคุณภาพล่ะ ? มีงานวิจัยต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญเรื่องสมองบอกว่า การที่สมองได้พัก จะช่วยทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้น (แค่แอบงีบหลับเพียง 10 นาที ก็ทำให้การคิดเราคมขึ้น) จำได้มากขึ้น (โดยนักวิจัยด้านสมองบอกว่า การนอนสำคัญต่อการการจำมาก เขาใช้คำนี้เลยนะคะว่า พอเราได้นอนหลับไปในตอนกลางคืน แล้วตื่นขึ้นมา คำศัพท์ที่เราพยายามจะจำเมื่อก่อนนอน อยู่ๆ ก็เข้ามาในหัวเรา) นอกจากนี้การพักผ่อนช่วยให้สุขภาพจิตเราดีขึ้น เพราะการที่เราต้องแบกความเครียดไว้เป็นเวลานานๆ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพกาย (ปวดหัว, โรคกระเพาะ) สุขภาพจิต (เครียด, กังวล, ไม่มีความสุข)

Belief คือ การเชื่อมั่นหรือรับรู้ว่า ตนเองสามารถทำได้ หรือผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ นี้ไปได้

พี่นีทว่าตรงนี้สำคัญ เพราะพอเรามั่นใจ เวลาที่ไปเจอการสอบ เราจะสามารถแสดงศักยภาพได้เต็มที่ ซึ่งการสร้างมั่นใจก็มีหลายวิธีค่ะ เช่น การรับรู้ประสบการณ์ในอดีต ว่าความสามารถของเราพัฒนาขึ้นมาไหม ความสามารถของเราใกล้เคียงกับคำว่าสำเร็จที่หวังไหม เช่น ทำข้อสอบถูกมากขึ้น อ่านหนังสือเข้าใจมากขึ้น จำตรงนี้ได้แล้ว ทำตรงนี้ถูกแล้ว ไม่งงแล้ว ประสบการณ์ตรงนี้ จะเติมให้เรามั่นใจ (แบบสนามซ้อมเราทำได้ดี สนามจริงก็น่าจะรอด) หรือ การได้รับคำเชียร์ แรงสนับสนุน ทั้งจากตัวเราเองและผู้อื่น เช่น เราทำได้แล้วเพราะเราทำข้อสอบมาเยอะมาก พี่คิดว่าน้องทำได้ เพราะน้องพยายามมาหนักมาก และความพยายามไม่เคยโกหกใคร คำพูดเหล่านี้ ก็ช่วยเพื่อความมั่นใจให้ได้เช่นกัน อย่างไรก็ดี ข้อระวังของการพูดเชียร์ คือ ต้องอยู่ในขอบเขตของความเป็นจริง พูดมุ่งเน้นว่าความพยายามที่เราทำมา จะส่งผลให้เราทำได้สำเร็จ แต่ถ้าเราพูดว่า “ข้อสอบมันง่ายมาก (ซึ่งไม่เป็นจริง) ทำได้อยู่แล้วล่ะ” คำพูดที่ไม่เป็นจริงก็จะไม่ได้ช่วยอะไร

พี่นีทขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนนะคะ เราอาจจะรู้สึกว่า ถ้ามีเวลามากกว่านี้ก็คงนี้ แต่ตอนนี้ ความเป็นจริงมันบอกเราแล้วว่า เรามีเวลาแค่นี้นะ ดังนั้น เราจึงต้องไปต่อค่ะ ผ่าน Delete Relax และ Belief เพื่อที่เราจะได้สามารถยืนหยัดอยู่ใน 20 กว่าวันนี้ ได้อย่างพร้อมที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ค่ะ

 

อ้างอิง

https://www.simplypsychology.org/stress-management.html

https://www.scientificamerican.com/article/mental-downtime/

https://www.health.harvard.edu/blog/secret-to-brain-success-intelligent-cognitive-rest-2017050411705

https://www.mhanational.org/rest-relaxation-and-exercise

Bandura, A. (1977). Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychological Review, 84(2), 191-215.

ผู้เขียน


เบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์
เบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์

นีท เบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์ นักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น ผู้อยากเป็นเพื่อนกับวัยรุ่น เพื่อมาเปิดอกพูดคุย ทำความเข้าใจชีวิต และค้นหาวิธีการพัฒนาตนเอง | ประวัติการศึกษา: จบปริญญาตรี คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท สาขาจิตวิทยาพัฒนาการ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

Constructive Criticism คืออะไร? ทำไมเด็กๆ จำเป็นต้องรู้?

Constructive Criticism คืออะไร? ทำไมเด็กๆ จำเป็นต้องรู้?

Starfish Academy
Starfish Academy

Constructive criticism คือการสะท้อน หรือวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ หรือจะเรียกง่าย ๆ ว่าการติเพื่อก่อก็คล้ายกัน ซึ่งจะเน้นไปที่การ “ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ผู้รับการวิจารณ์” มากกว่าใช้อารมณ์เป็นที่ตั้งในการวิจารณ์ ข้อดีของการมอบ Constructive cri ...

1396 views 16.06.20
Constructive Criticism คืออะไร? ทำไมเด็กๆ จำเป็นต้องรู้?
Hard Skills + Soft Skills และ 7 เทรนด์การเรียนรู้เพื่อการศึกษาในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

Hard Skills + Soft Skills และ 7 เทรนด์การเรียนรู้เพื่อการศึกษาในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

Starfish Academy
Starfish Academy

“ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด” น่าจะเป็นข้อความที่เหมาะสมที่สุด ในการแสดงให้พวกเราเห็นว่า “ความรู้” ไม่ใช่สิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดในการจัดการเรียนการสอนสำหรับผู้เรียนในยุคศตวรรษที่ 21 เนื่องจากความรู้ต่างๆ ในยุคนี้มักอยู่ในรูปแบบ “VUCA” ซึ่งเป็นคำที่ย่อมาจาก ...

3005 views 23.11.20
Hard Skills + Soft Skills และ 7 เทรนด์การเรียนรู้เพื่อการศึกษาในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก
ทำไมพ่อแม่ถึงอยากสอนลูกให้รู้จักเอาตัวรอดมากกว่าการเรียนเก่ง

ทำไมพ่อแม่ถึงอยากสอนลูกให้รู้จักเอาตัวรอดมากกว่าการเรียนเก่ง

Starfish Academy
Starfish Academy

เป็นเรื่องธรรมดานะคะที่พ่อแม่ทุกคนล้วนอยากที่จะให้ลูกของเรานั้นเรียนเก่ง เราก็จะเห็นได้ว่านอกจากการเรียนในห้องเรียนที่เยอะซะจนเด็กๆ เครียดแล้ว ก็ยังต้องไปเรียนพิเศษกันต่ออีก เพื่อเสริมความฉลาดของลูก เพื่อให้เขาประสบความสำเร็จ และเป็นหน้าเป็นตาแก่ ...

3891 views 18.08.20
ทำไมพ่อแม่ถึงอยากสอนลูกให้รู้จักเอาตัวรอดมากกว่าการเรียนเก่ง