การให้คำปรึกษาผู้ปกครองเด็กที่มีความต้องการพิเศษ : คุณครูสื่อสารอย่างไรดี

การให้คำปรึกษาผู้ปกครองเด็กที่มีความต้องการพิเศษ : คุณครูสื่อสารอย่างไรดี

คำกล่าวที่ว่า “ลูกของคุณเป็นเด็กพิเศษ” คงเป็นคำกล่าวที่ผู้ฟังรู้สึกไม่สบายเป็นอย่างมาก สับสน วกวน และไม่อยากที่จะยอมรับ พร้อมทั้งปฏิเสธทันที ถ้าบุคคลที่กล่าวนั้นมีความน่าเชื่อถือที่ไม่เพียงพอ ซึ่งหลายๆ กรณีที่มาปรึกษามักจะพบว่า บุคคลที่กล่าวนั้นคือ คุณครู จากบทความที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านั้น ผมได้ชี้ประเด็นไปที่การทำความเข้าใจ และเปิดใจยอมรับสำหรับผู้ปกครอง 

ในบทความนี้ผมจะเน้นย้ำในเรื่องการให้คำปรึกษาผู้ปกครองเด็กที่มีความต้องการพิเศษโดยครู ก่อนอื่นคุณครูต้องเข้าใจก่อนว่า คุณครูไม่ใช่แพทย์ บทบาทในการตัดสินและวินิจฉัย จะเป็นบทบาทหน้าที่ของแพทย์ รวมถึงการตัดสินใจแทนผู้ปกครองว่าให้นักเรียนไปรับยาที่โรงพยาบาล  ถึงแม้ว่าคุณครูจะเป็นบุคคลที่เห็นพฤติกรรมของนักเรียนมากที่สุดก็ตาม ดังนั้น หน้าที่หลักของคุณครู คือ เก็บรวบรวมข้อมูล สังเกตพฤติกรรม และจัดการเรียนการสอนที่เอื้อต่อความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยคุณครูควรตระหนักอยู่เสมอว่า การจะบอกกับผู้ปกครองถึงความเสี่ยงต่อความเป็นเด็กที่มีความต้องพิเศษของนักเรียนในชั้นเรียนนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และอ่อนไหวต่อผู้ปกครองมาก เพราะผู้ปกครองที่มองเห็นเพียงพัฒนาการในด้านดีของลูก และมองข้ามพัฒนาการที่ช้า เมื่อผู้ปกครองทราบว่าบุตรหลานของตนมีความบกพร่องทางด้านใดด้านหนึ่ง หรือเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษผู้ปกครองแต่ละท่านก็จะมีปฏิกิริยาที่ต่างกันไปแต่ส่วนใหญ่แล้วจะตกใจ และปฏิเสธ โดยที่ไม่ได้รับฟังเหตุผลถึงเรื่องที่จะชี้แจง และในช่วงนี้ถ้าครูยังพยายามยัดเยียดข้อมูลต่าง ๆ ให้ อาจทำให้รู้สึกโกรธ และไม่ให้ความร่วมมือ 

อย่างไรก็ตามครูสามารถพยายามให้เห็นข้อมูลเชิงประจักษ์จะช่วยให้ผู้ปกครองเกิดการยอมรับได้ ผู้ปกครองอาจไม่ตอบสนองในสักระยะหนึ่ง แต่ในระหว่างนั้นผู้ปกครองเองจะเริ่มสังเกตลูก และเริ่มเก็บข้อมมูล เรียบเรียงความคิดของตนเอง และถ้าพบว่าลูกตนเองเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษจริง จะเริ่มเปิดใจยอมรับและหาทางออกร่วมกับครู

คำพูดนั้นมีผลต่อความรู้สึกและการกระทำ หากคุณครูพูดบวก การกระทำของคุณครูก็จะสร้างสรรค์ หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครองที่มีลูกที่มีความต้องการพิเศษหมดหวัง หมดกำลังใจ ท้อแท้ จากคำพูดของคนรอบตัวที่ยังไม่มีความเข้าใจถูกต้อง การเริ่มต้นด้วยทัศนคติเชิงบวก จึงมีความจำเป็นอย่างมาก คุณครูควรเลือกใช้คำพูดที่เป็นเชิงบวก เพิ่มคุณค่า และให้เกียรติแก่บุคคลที่มีความต้องการพิเศษ เลิกใช้คำพูดที่เหมารวม หรือแบ่งแยก เพราะเราทุกคนแตกต่างในความเหมือน โดยมีหลักการสื่อสารกับผู้ปกครองเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ดังต่อไปนี้

  1. เด็กที่มีความต้องการพิเศษ หรือมีความจำเป็นพิเศษก็คือ คน ๆ หนึ่ง ควรใช้คำศัพท์ที่พูดเหมือนที่คุณครูพูดกับนักเรียนปกติทั่วไป
  2. คุณครูควรหลีกเลี่ยงคำที่เป็นเพียงการวินิจฉัย คือ ไม่พูดเพียงเพราะต้องการจะตัดสินนักเรียนคน ๆ หนึ่งว่าเขาเป็นเด็กบกพร่องหรือมีความต้องการจำเป็นพิเศษ
  3. ภาวะความต้องการพิเศษไม่ใช่ “โรค” ยกตัวอย่าง ควรใช้คำว่า เขามีภาวะออทิสซึม ไม่ใช่ น้องออ เป็นต้น
  4. เน้นความสามารถของนักเรียน ไม่ใช้ข้อจำกัดที่นักเรียนมีมาเป็นตัวชี้วัด และกล่าวอ้าง เลี่ยงการใช้คำพูดที่มีความหมายในด้านลบ 
  5. ความสำเร็จของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ น่าทึ่งตรงที่นักเรียนเหล่านั้น ใช้ความพยายาม และผ่านอุปสรรคเพื่อที่จะทำในสิ่งทั่วไปได้
  6. ส่งเสริมความเข้าใจ การให้ความเคารพ การให้เกียรติ และมุมมองในเชิงบวก

กล่าวโดยสรุปแล้ว การสื่อสารที่ดีกับผู้ปกครองเด็กที่มีความต้องการพิเศษไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าคุณครูมีความเข้าใจ มีข้อมูลเชิงประจักษ์ เลือกใช้คำพูด และมีทัศนคติในเชิงบวก จะช่วยให้ผู้ปกครองเปิดใจยอมรับ และคุณครูจะสามารถดึงผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนานักเรียนได้อีกทาง บทความนี้ต้องขอขอบคุณนางสาวอรัญญา ธาราวร ศึกษานิเทศก์ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่เอื้อเฟื้อเอกสารประกอบในบทความ และในบทความถัดไปผมจะเน้นย้ำเรื่องเทคนิค หรือขั้นตอนในการให้คำปรึกษากับผู้ปกครองอีกครั้งหนึ่ง ถ้าคุณครู ผู้ปกครอง หรือท่านอื่น ๆ ที่สนใจสามารถติดตามในบทความถัดไปได้ครับ

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษในวัยเรียน

ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษในวัยเรียน

วสันต์ วรรณรัตน์
วสันต์ วรรณรัตน์

เมื่อบุตรหลานขึ้นชั้นเรียนระดับประถมไปแล้ว เราจะพบว่ามีรายงานจากครูประจำชั้นถึงพฤติกรรมของบุตรหลาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการเรียน ไม่ว่าจะเป็นการอ่าน การเขียน การคำนวณ หรือแม้แต่พฤติกรรมในชั้นเรียนก็ตาม ปัญหาที่พบ เช่น เด็กไม่สามารถเรียนได้ทั ...

768 views 12.07.21
ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษในวัยเรียน
เด็กออทิสติก เรียนได้ถึงระดับไหน

เด็กออทิสติก เรียนได้ถึงระดับไหน

เบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์
เบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์

ต้องอุตสาหะขนาดไหน ถึงจะเรียนจบเมื่อเรามีลูกเป็นเด็กพิเศษ แน่นอนค่ะว่า เราคงมีสิ่งมีคาใจเราว่า “แล้วลูกเราจะเรียนได้ถึงระดับไหนกันนะ”สำหรับเรื่องราวของน้องชายนีท ตอนแรกๆ เราก็สงสัยค่ะ ว่าเขาจะเรียนได้ถึงระดับไหน เพื่อให้เรามาวางแผนชีวิตกันว่า ...

1111 views 09.10.20
เด็กออทิสติก เรียนได้ถึงระดับไหน
ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษในวัยเรียน : ร่วมด้วยช่วยกัน

ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษในวัยเรียน : ร่วมด้วยช่วยกัน

วสันต์ วรรณรัตน์
วสันต์ วรรณรัตน์

จากคราวที่แล้วผมได้แนะนำผู้ปกครองให้สังเกตบุตรหลานหลังจากที่ได้รับข้อมูลจากโรงเรียน ดังนี้ 1) เปิดใจรับฟัง 2) สังเกตพฤติกรรมเพิ่มเติม 3) ทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ 4) ตัดสินใจและเปิดใจยอมรับ และ 5) หาแนวทางช่วยเหลือทางการศึกษาร่วมกับครู และนักสหวิ ...

166804 views 12.07.21
ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษในวัยเรียน : ร่วมด้วยช่วยกัน