สอนลูกยังไงให้ใครๆ ก็เอ็นดู

สอนลูกยังไงให้ใครๆ ก็เอ็นดู

คุณพ่อคุณแม่ทุกคนต่างก็อยากที่จะให้ลูกเป็นเด็กดี และน่ารัก เป็นที่เอ็นดู ทั้งในสายตาของเราเองและสายตาของคนอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับการดูแลของเราเองทั้งสิ้น ทั้งเรื่องมารยาทพื้นฐาน การวางตัวต่างๆ การพูดจา

เพราะฉะนั้นอยากให้ลูกเป็นเด็กแบบไหน คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องสอนเขาให้เป็นแบบนั้นนะคะ มาดูกันเลยว่า สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรจะสอนลูกให้ใครๆ ก็เอ็นดูจะมีอะไรบ้างจากบทความนี้ค่ะ

1.สอนให้ลูกรู้จักขออนุญาตก่อนทุกครั้ง เมื่ออยากได้ในสิ่งที่ต้องการ

สมัยเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่ก็มักจะถูกสั่งสอนการขออนุญาตแบบนี้กันตั้งแต่ยังเด็ก ทั้งตอนอยู่บ้าน และอยู่โรงเรียน ทำให้โตมาเมื่อไหร่ก็ตามที่เห็นเด็กๆ เป็นเด็กที่น่ารักมีมารยาทแบบนี้ ก็อดยิ้มไม่ได้เลยค่ะ ไปไหนใครๆ ก็ต้องเอ็นดู

2.สอนให้ลูกใช้คำพูดให้เหมาะสม

เด็กที่ใช้คำพูดที่เหมาะสม ไม่ว่าจะกับเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็ทำให้เขาดูน่ารักขึ้นมามากๆ เลยนะคะ การใช้คำพูดที่เหมาะสมในที่นี้อาจจะรวมถึงการใช้คำหยาบคาย การพูดจาที่แตกต่างกันระหว่างเพื่อนกับผู้ใหญ่ ที่เด็กๆ ควรจะถูกสอนให้ใช้อย่างเหมาะสมด้วยค่ะ

3.สอนให้ลูกพูดจา ครับ/ค่ะ อย่างมีหางเสียง

ระหว่างเด็กที่พูดจาห้วนๆ กับเด็กที่พูดจาครับ / ค่ะ คุณพ่อคุณแม่ว่าแบบไหนน่าฟังกว่ากันล่ะคะ หากเด็กๆ ตัวเล็กน่ารัก พูดจามีคำลงหางเสียงทำให้ไปไหนผู้ใหญ่ก็เอ็นดู แล้วอีกอย่างเขาก็อาจจะชมพ่อๆ แม่ๆ อย่างเราว่าสอนลูกได้น่ารักมากเลยอีกด้วยนะคะ

4.สอนให้ลูกเป็นผู้ฟังที่ดีเมื่ออยู่ในบทสนทนา

การเป็นผู้ฟังที่ดีในที่นี้ไม่ได้จำเป็นต้องตอบบทสนทนาและเออ ออ กับเรื่องทุกเรื่อง และเห็นด้วยกับคู่สนทนาทุกเรื่องนะคะ ในที่นี้หมายถึงการเป็นคนรับฟังที่ดี คิดและเป็นที่ปรึกษาในเรื่องต่างๆ อย่างรอบครอบ อีกทั้งเกี่ยวกับเรื่องการสนทนา เมื่อไหร่ที่คู่สนทนาของเราพูดอยู่ จงสอนลูกเสมอว่า อย่าพูดจาแทรกเด็ดขาด เพราะจะทำให้คู่สนทนาหลุดจากการสนทนานั้นๆ และอาจจะทำให้เขารำคาญก็ได้ค่ะ เป็นผู้ฟังรับฟังที่ดีก่อน ก่อนที่จะต้องคิดและให้คำปรึกษาที่ดีกลับไปเป็นดีที่สุดค่ะ

5.สอนให้ลูกรู้จักแบ่งปันและมีน้ำใจเสมอ

เพราะเด็กๆ ต้องอยู่กับคนมากมายบนโลกใบนี้ การมีน้ำจิตน้ำใจที่ดีต่อกันเป็นเรื่องที่ดีเสมอ หากลูกยังเด็กๆ อยู่ก็อาจจะสอนเขาให้รู้จักแบ่งขนม ของเล่น ให้กับเพื่อนที่โรงเรียน เวลาเพื่อนยืมของ ก็ให้เพื่อนยืมอย่างจริงใจ ทำแบบนี้เรื่อยๆ ไปจนโต ก็จะทำให้เขาเป็นมีน้ำใจ และไม่หวงของเป็นเด็กดื้ออีกด้วย

6.สอนให้ลูกรู้จักขอโทษ เมื่อทำผิด

เรื่องนี้หากสอนตั้งแต่เด็กๆ จะดีมากเลยค่ะ การที่สอนให้ลูกรู้จักรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง จะทำให้เขาโตมากลายเป็นเด็กไม่โกหก และสามารถยอมรับผิดต่อการกระทำต่างๆ ได้ และพร้อมที่จะแก้ไขปัญหา และขอโทษเสมอ โตไปเมื่อเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา เขาก็จะสามารถรับมือกับสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น

7.สวัสดีผู้ใหญ่ทุกครั้งด้วยการยกมือไหว้

ถือเป็นสิ่งที่เด็กๆ ควรมีติดตัวแบบพื้นฐานเลยก็ว่าได้ เรื่องการทำความเคารพกับผู้ใหญ่ เชื่อได้เลยว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกคนก็สอนลูกตั้งแต่เขายังพูดไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ยิ่งโตไปทางโรงเรียนก็ปลูกฝังให้อีก ทำให้เด็กๆ มีมารยาทนี้ติดตัวเป็นพื้นฐานอยู่พอสมควร แต่ยังไงก็ต้องสอนลูกอีกทีด้วยนะคะ เพราะจะทำให้ลูกกลายเป็นเด็กที่น่าเอ็นดู และเป็นเด็กที่เรียบร้อยในสายตาคนอื่นๆ ได้อีกด้วย

8.หากเจอใครยกของหนักต้องรีบเข้าไปช่วย

ยิ่งถ้าเป็นคุณตาคุณยายที่อายุมากแล้ว คุณพ่อคุณแม่ต้องสอนเขาเรื่องนี้เลยนะคะ หากเจอคนถือของพลุงพลังมากมายแทบถือไม่ไหว ก็ควรวิ่งไปช่วยเขา หากช่วยได้ เพราะการมีน้ำใจไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร คุณพ่อคุณแม่อาจจะสอนทำให้ลูกดูเป็นตัวอย่างเสียก่อน ให้ลูกรู้ว่าทำไปแล้วเขาจะเป็นยังไง แล้วเราจะรู้สึกยังไง พอเขาเร่ิมคิดได้และโตขึ้นมาสิ่งนี้ก็จะถูกปลูกฝังเขาไปเองนั่นแหละค่ะ

9.สอนให้ลูกเข้าใจความแตกต่าง

คุณพ่อคุณแม่ควรจะต้องฝึกให้เขาทำความเข้าใจและยอมรับในความแตกต่างของแต่ละคน โดยเริ่มจากการทำกิจกรรมร่วมกันในบ้าน เช่น การฝึกให้ลูกแสดงความคิดเห็นเรื่องต่างๆ หรือให้เขาช่วยแก้ไขปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เพราะการฝึกแบบนี้จะทำให้เขามีทักษะการคิดแก้ปัญหาที่ดี แถมยังทำให้เขารู้จักการยอมรับฟังความคิดเห็น และมองถึงข้อแตกต่างของแต่ละคนที่คิดแตกต่างกันได้อีกด้วย เมื่อโตขึ้นเขาก็จะเริ่มเข้าใจโลกได้มากขึ้น กลายเป็นเด็กที่อ่อนน้อมถ่อมตนขึ้นมาได้เองค่ะ

10.สอนให้ลูกเข้าใจตัวเอง

ในที่นี้หมายถึงทั้งด้าน อารมณ์ ความคิด ที่ลูกต้องรับรู้และเข้าใจอารมณ์พื้นฐานของตนเองเสียก่อน รู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเองเมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่น โดยวิธีง่ายๆ เช่น จำลองปัญหาขึ้นมา ลองให้เขาแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง และหาคำตอบด้วยตนเอง ถึงจะทำได้ไม่สำเร็จ ก็อยากให้คุณพ่อคุณแม่ชมเชยและให้กำลังใจเขา ซึ่งจะช่วยให้ลูกเกิดความพยายามมากขึ้น และจะจดจำว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ เพื่อนำไปปรับใช้ในอนาคตต่อไปในสังคมอย่างมีความสุข

ทั้งหมดก็เป็นเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปปรับใช้ได้เลยนะคะ บ้านไหนสามารถสอนลูกได้แบบไหน ก็อย่าลืมมารีวิวให้กับทางเราฟังบ้างนะคะ ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่ในการสอนลูกน้อยต่อไปนะคะ ที่สำคัญเราเองก็ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเขาด้วยนะคะ อย่าลืมเด็ดขาดเลยค่ะ

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

5 ภาษารัก (The 5 Love Languages)

5 ภาษารัก (The 5 Love Languages)

Starfish Academy
Starfish Academy

เป็นเรื่องราวของภาษารักทั้ง 5 มาจากหนังสือชื่อ The Five Love Languages โดย ดร. แกรี่ แชปแมน (Dr. Gary Chapman) ที่กล่าวว่า คนเราจะแสดงออกความรักด้วยรูปแบบที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 5 แบบ ดังนี้1. Words of ...

587 views 11.02.21
5 ภาษารัก (The 5 Love Languages)
Emotional Intelligence : ความฉลาดนอกตำราที่สร้างได้ตั้งแต่วัยเด็ก

Emotional Intelligence : ความฉลาดนอกตำราที่สร้างได้ตั้งแต่วัยเด็ก

Starfish Academy
Starfish Academy

“ความฉลาดทางอารมณ์” หรือ “Emotional Intelligence” เป็นทักษะนอกตำราที่เด็ก ๆ ต้องเรียนรู้ ควบคู่ไปกับความรู้ทางวิชาการ โดยเฉพาะในยุคสมัยที่เรียกว่าเป็นโลกไร้พรมแดน ซึ่งเปิดโอกาสให้เราได้พบเจอผู้คนที่แตกต่าง หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศ ...

1287 views 24.12.20
Emotional Intelligence : ความฉลาดนอกตำราที่สร้างได้ตั้งแต่วัยเด็ก
‘Self-awareness’ พื้นฐานสำคัญก่อนเข้าสังคม

‘Self-awareness’ พื้นฐานสำคัญก่อนเข้าสังคม

Starfish Academy
Starfish Academy

หลายๆท่านอาจจะเคยได้ยินคำว่า ความฉลาดทางด้านอารมณ์ (emotional intelligence) กันมาแล้ว ซึ่งความฉลาดทางด้านอารมณ์เป็นความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ และสามารถรับมือกับอารมณ์ทั้งของตนเอง และผู้อื่นได้ แน่นอนว่าความฉลาดทางด้านอารมณ์คือปัจ ...

2813 views 17.12.20
‘Self-awareness’ พื้นฐานสำคัญก่อนเข้าสังคม