ตอบข้อสงสัยบันทึกเชิงพรรณนา คืออะไร ทำไมจึงสำคัญสำหรับการสอน

ตอบข้อสงสัยบันทึกเชิงพรรณนา คืออะไร ทำไมจึงสำคัญสำหรับการสอน

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณครูยุคใหม่จะมองว่าการบันทึกเชิงพรรณนาเป็นเทคนิคยุคเก่าที่ไม่เหมาะกับการเรียนการสอนสมัยใหม่และต้องใช้ความละเอียดในการจดบันทึก แต่ในความเป็นจริงแล้วเทคนิคนี้มีประโยชน์มากในการประเมินเพื่อการพัฒนาศักยภาพของเด็ก ๆ แต่จะมีประโยชน์และสิ่งไหนที่ต้องระวังบ้างนั้น มาดูกันเลย

ความหมายของการบันทึกเชิงพรรณนา

สำหรับความหมายของการบันทึกเชิงพรรณนา คือ การจดบันทึกสั้นตามข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยในกรณีของการเรียนการสอน หมายถึง การจดบันทึกเหตุการณ์ของนักเรียนตามลำดับเวลาที่เกิดขึ้นจริงแบบเล่าเรื่อง เพื่อให้เข้าใจในพฤติกรรมของนักเรียนให้ชัดเจนมากขึ้น เพราะฉะนั้นการบันทึกเชิงพรรณนาส่วนใหญ่จึงประกอบด้วย วัน ชื่อบุคคล เวลา สถานที่ สภาพแวดล้อม และพฤติกรรมที่เกิดขึ้น แต่ทั้งนี้คุณครูหรือผู้จดบันทึกต้องไม่ใส่ความคิดเห็นส่วนตัวของตัวเอง รวมถึงนำ บันทึกเชิงพรรณนาไปใช้ในการประเมินหรือให้คะแนนกับเด็กนักเรียนอย่างเด็ดขาด

ประโยชน์และความสำคัญของการบันทึกเชิงพรรณนา

อย่างที่บอกไปแล้วว่า บันทึกเชิงพรรณนาไม่ใช่เครื่องมือสำหรับให้คะแนนเพื่อประเมินการเรียนรู้ของเด็ก ๆ แต่เป็นประโยชน์ในการประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ไม่เพียงแต่สามารถนำไปใช้ในการวางแผนภาพรวมของแผนการสอน ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในแง่

ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น

  1. ช่วยประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้รายบุคคล

เพราะเด็กแต่ละคนมีรูปแบบการเรียนรู้ พฤติกรรม และการแสดงออกไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้การจดบันทึกพฤติกรรมในสภาวะแวดล้อมหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ช่วยให้สามารถติดตามประเมินการพัฒนาทักษะของนักเรียนได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น

ทั้งการเปลี่ยนแปลงทักษะการเรียนรู้ของนักเรียน พฤติกรรมการเข้าสังคม และความสนใจเฉพาะบุคคล สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนส่งเสริมสมรรถนะสำคัญของนักเรียนแต่ละบุคคล

  1. เป็นข้อเท็จจริงแบบเรียลไทม์

เนื่องจากการบันทึกเชิงพรรณนาเป็นการบันทึกข้อมูล รวมถึงข้อเท็จจริงของพฤติกรรมที่เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้ทราบถึงชีวิตประจำวันของเด็กโดยไม่มีการกำหนดสถานการณ์ ทำให้เด็ก ๆ สามารถแสดงความรู้สึก แสดงความคิดเห็น แสดงความสามารถ และพฤติกรรมส่วนตัวอย่างเต็มที่

  1. บันทึกการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเด็ก

การบันทึกพฤติกรรมของนักเรียนเชิงพรรณนาตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ไม่ควรทำเพียงครั้งเดียวแต่มีการจดบันทึกแต่ละช่วง อาจทุกวันหรือทุกสัปดาห์อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลแต่ละช่วงมาใช้เป็นข้อมูลในการประเมินการเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้หรือพฤติกรรมของเด็ก ซึ่งช่วยคุณครูประเมินพัฒนาการ พฤติกรรม และทักษะของเด็กแต่ละคนในระยะยาวได้ง่ายขึ้น

  1. ข้อมูลสำคัญในการปรับปรุงแผนการสอน

ถึงปัจจุบันจะมีรูปแบบการเรียนการสอนมากมายหลายแบบให้คุณครูแต่ละชั้นสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ง่ายขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การเลือกรูปแบบการสอนให้เหมาะสม ตอบโจทย์การพัฒนาทักษะของนักเรียนได้อย่างตรงจุด ซึ่งการบันทึกเชิงพรรณนา อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง จะกลายเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินความสนใจของนักเรียน ทำให้การสอนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

  1. ใช้เป็นข้อมูลเพื่อสื่อสารกับผู้ปกครอง

การประชุมผู้ปกครองไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมสำคัญที่ทุกโรงเรียนต้องดำเนินการเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ผู้ปกครองได้เห็นบรรยากาศภายในโรงเรียนและติดตามนโยบายต่าง ๆ ในแต่ละปีแล้ว ยังเป็นอีกช่วงเวลาที่ให้คุณครูประจำชั้นหรือครูประจำวิชาที่สอนลูกหลานของตัวเองได้พบปะพูดคุยกับผู้ปกครอง ดังนั้นการบันทึกรูปแบบนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้คุณครูและผู้ปกครองเกิดความเข้าใจต่อพฤติกรรมและอุปนิสัยของเด็กตรงกัน และพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้อย่างถูกต้องและต่อเนื่องทั้งที่บ้านและโรงเรียน

สิ่งที่ควรรู้ในการทำบันทึกเชิงพรรณนา

แม้ว่าการบันทึกเชิงพรรณนาจะเป็นวิธีการง่าย ๆ ที่คุณครูทุกคนสามารถทำได้ไม่ยาก เพียงแค่จดบันทึกตามข้อมูลจริงว่าเด็กทำอะไร พูดอะไร เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นที่ไหน เกิดขึ้นเมื่อไหร่ และเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่มีสิ่งที่ต้องระวังดังนี้

  1. ควรเขียนด้วยความรู้สึกเป็นกลางตามที่เห็นเท่านั้น ไม่ใส่ความรู้สึกของตัวเอง หรือตีความตามความเชื่อของตัวเองมากเกินไป เพื่อความเป็นธรรมต่อนักเรียน
  2. ควรเลือกโฟกัสเพื่อให้การบันทึกข้อมูลตรงตามวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูลมากที่สุด อีกทั้งช่วยเพิ่มสมาธิให้กับผู้บันทึกด้วย อย่างเช่น พัฒนาการทางร่างกายควรโฟกัสที่การใช้กล้ามเนื้อ หรือหากต้องการประเมินพัฒนาการในการอยู่ร่วมกันในสังคม ควรบันทึกพฤติกรรมที่เด็กปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมชั้นหรือบุคคลอื่น ๆ
  3. ควรบันทึกข้อมูลในทันทีเพื่อความถูกต้องและลดโอกาสเกิดการบิดเบือนข้อมูล แต่กรณีที่รีบร้อนให้จดแบบย่อและนำมาขยายความตามข้อเท็จจริงภายหลัง
  4. ควรมีระบบจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและไม่เผยแพร่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องรับรู้อย่างเด็ดขาด เพราะถือว่าเป็นข้อมูลส่วนตัว และที่สำคัญควรนำมาใช้เพื่อประเมินศักยภาพของนักเรียนเท่านั้

เป็นอย่างไรบ้างสำหรับข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับการบันทึกเชิงพรรณนาที่นำมาฝาก ซึ่งจะเห็นว่าเป็นหนึ่งรูปแบบข้อมูลที่สามารถใช้ประกอบการประเมินเพื่อการพัฒนา อย่างไรก็ตามควรใช้เป็นข้อมูลร่วมกับข้อมูลแบบอื่น ๆ เพราะไม่สามารถนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติได้ สำหรับคุณครูคนไหนกำลังเริ่มฝึกการจดบันทึกแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน แนะนำ Starfish Labz แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ที่มุ่งเน้นพัฒนาคุณครูอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเทคนิคการจัดการเรียนการสอน การประเมินผล และเครื่องมือดิจิทัลมากมายให้เลือกเรียนรู้มากมาย

ที่มาข้อมูล

  1. https://xiairworld.com/th/บันทึกที่เล่าต่อกันมา/
  2. https://xihakidz.com/th/anecdotal-records/
  3. http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Ed_SLM/Todsapon_C.pdf

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

Related Courses

การเรียนแบบบูรณาการ
ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม
basic
2:00 ชั่วโมง

Peer Learning วิธีฟื้นฟู Learning Loss

ในคอร์สนี้จะเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับ Peer Learning คืออะไร 5 รูปแบบของกิจกรรม Peer to Peer Learning ตัวอย่างก ...

Starfish Academy
Starfish Academy
Peer Learning วิธีฟื้นฟู Learning Loss
Starfish Academy

Peer Learning วิธีฟื้นฟู Learning Loss

Starfish Academy
5 (9 ratings)
เครืองมือครู
ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา
basic
2:00 ชั่วโมง

CIPPA Model สอนอย่างไรที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง

การจัดการเรียนการสอนโดยใช้โมเดลซิปปาเป็นหลักการซึ่งสามารถนำไปเป็นหลักในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้แก่ผู้เรียน

Starfish Academy
Starfish Academy
CIPPA Model สอนอย่างไรที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
Starfish Academy

CIPPA Model สอนอย่างไรที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง

Starfish Academy
4.8 (161 ratings)
2673 ผู้เรียน
การเลี้ยงลูกที่มีความต้องการพิเศษ
ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา
basic
2:00 ชั่วโมง

Sensory Integration (SI) กระบวนการบูรณาการประสาท และสมองของเด็ก

SI เป็นกระบวนการทำงานของสมองเพื่อจัดการกับข้อมูลที่ได้รับจากการรับความรู้สึกจากร่างกาย การใช้ชีวิตประจำวันต้องอาศัยการปร ...

Starfish Academy
Starfish Academy
Sensory Integration (SI) กระบวนการบูรณาการประสาท และสมองของเด็ก
Starfish Academy

Sensory Integration (SI) กระบวนการบูรณาการประสาท และสมองของเด็ก

Starfish Academy
4.9 (55 ratings)
1683 ผู้เรียน
เครืองมือครู
ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม
2:00 ชั่วโมง

การสอนภาษาไทยชุดที่ 3

การสอนภาษาไทยชุดที่ 3 มาพร้อมกับเรื่องราวต่อเนื่องเรื่องใหม่ เรียนรู้รวมสระ ฝึกอ่านคำที่ใช้จริง พัฒนาการอ่านอย่างสนุกและเข้า ...

Starfish Academy
Starfish Academy
การสอนภาษาไทยชุดที่ 3
Starfish Academy

การสอนภาษาไทยชุดที่ 3

Starfish Academy
4.9 (7 ratings)

Related Videos

3 ภาคีเครือข่าย ผนึกกำลังสร้างครู Creator Teacher Hero Season 3
03:14
Starfish Academy

3 ภาคีเครือข่าย ผนึกกำลังสร้างครู Creator Teacher Hero Season 3

Starfish Academy
81 views • 3 ปีที่แล้ว
สร้างการเรียนรู้แบบ Active learning ตอบโจทย์ 8 ตัวชี้วัดเกณฑ์ PA
03:25
Starfish Academy

สร้างการเรียนรู้แบบ Active learning ตอบโจทย์ 8 ตัวชี้วัดเกณฑ์ PA

Starfish Academy
886 views • 3 ปีที่แล้ว
เทคนิคการสอน สอนอย่างไรให้ได้ “สมรรถนะ”
03:45
Starfish Academy

เทคนิคการสอน สอนอย่างไรให้ได้ “สมรรถนะ”

Starfish Academy
10247 views • 4 ปีที่แล้ว
Starfish Country Home School Foundation [ENG]
03:43
Starfish Academy

Starfish Country Home School Foundation [ENG]

Starfish Academy
118 views • 4 ปีที่แล้ว