เทคนิคการสร้างสื่อนวัตกรรม “นิทาน” เพื่อใช้ในการจัดการเรียนรู้

เทคนิคการสร้างสื่อนวัตกรรม “นิทาน” เพื่อใช้ในการจัดการเรียนรู้

เทคนิคการสร้างสื่อนวัตกรรม “นิทาน” เพื่อใช้ในการจัดการเรียนรู้ เนื่องจากนิทานเป็นสื่อที่เข้าถึงง่ายเมื่อนำนิทานมาเป็นสื่อหลักในการจัดประสบการณ์ช่วยให้เด็กประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้นและนิทานสามารถที่จะตอบสนองต่อความต้องการพื้นฐานตามธรรมชาติของเด็กในการค้นหาความหมายของชีวิตหรือความหมายในโลกของนิทานในจินตนาการจะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีความสุขยกตัวอย่างเช่น ถ้าการสอนปกติให้เด็กอ่านความเรียง หรือบทความธรรมดาเด็กจะอ่านได้แต่เด็กจะไม่สนุกเหมือนให้เด็กอ่านในรูปแบบของนิทานซึ่งจะมีตัวละครในการดำเนินเรื่องทำให้เด็กเกิดความสนุกได้สาระ ได้เนื้อหาประกอบกับความบันเทิงทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีความสุข สนุกในการเรียนรู้นั่นเองคุณครูสามารถสร้างสื่อนวัตกรรมนิทานได้โดยง่ายเพื่อที่คุณครูจะสามารถใช้เป็นสื่อนวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อขอหรือเลื่อนวิทยฐานะได้อีกด้วย การสร้างนวัตกรรมนิทานจึงจะเป็น “หนังสือที่มีเล่มเดียวอยู่บนโลกใบนี้”ซึ่งคุณครูสามารถนำไปจดแจ้งลิขสิทธิ์ได้อีกด้วยเพราะเมื่อคุณครูสร้างสื่อนวัตกรรมนิทานแล้วจะกลายเป็นหนังสือที่ใช้เสริมประสบการณ์ของนักเรียนดังนี้

หนังสือเสริมประสบการณ์  หมายถึง หนังสือที่กระทรวงศึกษาธิการอนุญาตให้ใช้ในโรงเรียนได้ใช้ในการประกอบการเรียนการสอนแต่ไม่ใช่เป็นหนังสือเรียนหรือแบบเรียน แต่จะเป็นหนังสือเพื่อการศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลินและเพื่อสร้างทักษะนิสัยรักการอ่าน มี 4 ประเภทดังนี้ 

1. หนังสืออ่านนอกเวลา  หมายถึงหนังสือที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้ใช้ในการเรียนวิชาใดวิชาหนึ่งตามหลักสูตรที่นอกเหนือจากหนังสือเรียน  

2. หนังสือส่งเสริมการอ่าน คือหนังสือที่จัดทำขึ้นเพื่อเน้นไปทางให้ผู้อ่านเกิดทักษะในการอ่าน ทำให้มีนิสัยรักการอ่าน

3. หนังสืออ่านเพิ่มเติม คือหนังสือที่มีสาระอ้างหลักสูตร เพื่อช่วยให้การจัดการเรียนรู้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร  

4. หนังสืออุเทศหรือหนังสืออ้างอิง หมายถึงหนังสือที่ใช้ศึกษาค้นคว้าอ้างอิง เกี่ยวกับเนื้อหาการเรียนทางวิชาการ ดังนั้นในการวิเคราะห์ประเภทของหนังสือสำหรับเด็กนั่นคือมีแค่ 2 ประเภทคือ หนังสืออ่านเพิ่มเติมและหนังสือส่งเสริมการอ่านแต่ก่อนที่จะได้จัดทำนวัตกรรมนิทานคุณครูจะต้องเข้าใจธรรมชาติของเด็กนั่นคือ เด็กมีความต้องการพื้นฐานคือ เด็กต้องการความรัก ต้องการความปลอดภัย ความอบอุ่น การเอาใจใส่ การดูแล ดังนั้นการจัดทำสื่อต่างๆต้องเข้าใจในความต้องการของเด็กเป็นสำคัญ

หนังสือสำหรับเด็ก คือหนังสือที่จัดทำขึ้นเพื่อให้เด็กได้อ่านและเรียนรู้ ด้วยเนื้อหาสาระที่มุ่งให้ความรู้หรือความเพลิดเพลิน ในรูปแบบของสาระบันเทิงโดยใช้วิธีเขียน การจัดทำรูปเล่มที่เหมาะสมกับวัย ความสนใจและความสามารถในการอ่านของนักเรียนโดยมี 3 ประเภทคือ

1.หนังสือเรียน 2.หนังสืออ่านทั่วไป 3.นิตยสาร วารสารและการ์ตูน โดยหนังสือสำหรับเด็กมีจุดมุ่งหมาย  คือ ช่วยให้เด็กได้รับความบันเทิง สนุกสนานเพลิดเพลิน สนองความต้องการของวัยเด็ก สร้างความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาการเรียนรู้ด้านภาษาของเด็กให้เจริญตามวัยปลูกฝังคุณธรรม เจตคติ ให้เด็กรู้จักการอ่านหนังสือ อ่านหนังสือเป็น อ่านหนังสือเก่ง เกิดนิสัยรักการอ่านทดแทนความรู้สึกที่เด็กขาดหายไป 

ลักษณะสำคัญของหนังสือสำหรับเด็ก คือเนื้อหาต้องมีวัตถุประสงค์และแก่นเรื่องบอกอย่างชัดเจนโดยเฉพาะหนังสือภาพต้องมีความอยากง่ายเหมาะสมกับวัย สำนวนภาษาที่ใช้ในหนังสือสำหรับเด็กใช้ภาษาง่าย ๆ ถูกต้องเหมาะสม สั้นกระชับสละสลวยเป็นภาษาที่ดี ไม่มีโครงเรื่องที่ซับซ้อนมากเกินไป ดังนั้นในการจัดทำหนังสือสำหรับเด็กจึงต้องมีกระบวนการในการวางแผนในการจัดทำ นั่นคือ

1.มีการคัดเลือกเนื้อหา 2.ศึกษาความยากง่ายในการอ่านของเด็กในแต่ละวัย 3.เลือกรูปแบบการเขียนที่เหมาะสม 4.การวางโครงเรื่อง 5.การออกแบบภาพประกอบ 6.การจัดทำรูปเล่ม 

ในการสร้างนวัตกรรมหนังสือนิทานสำหรับเด็กเป็นหนังสือที่ผลิตขึ้นเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้จากการอ่านจะต้องเหมาะสมกับความรู้และวัยของเด็กเพื่อให้เด็กได้อ่านและเรียนรู้จากเนื้อหาสาระที่มุ่งให้ความรู้หรือความเพลิดเพลินเพื่อเพิ่มพูนความสามารถในการอ่านและเกิดนิสัยรักการอ่านโดยมีจุดมุ่งหมายที่สำคัญคือเพื่อช่วยให้เด็กได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลิน สร้างจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ ที่สำคัญที่สุดจะเป็นการช่วยปลูกฝังคุณธรรมเจตคติและแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียนนั่นเอง

ดังนั้น การเรียนรู้โดยการใช้สื่อนวัตกรรม “นิทาน” เพื่อใช้ในการจัดการเรียนรู้นอกจากจะช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างสนุกสนาน ตื่นเต้น ไม่เบื่อหน่ายแล้ว ที่สำคัญที่สุดคือจะเป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้แก่เด็กพร้อมทั้งให้เด็กได้มีประสบการณ์ทางภาษาที่ครอบคลุมทั้งทางด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนอย่างมีความหมายเพื่อใช้ในการส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาเหมาะสมกับวัยจนในที่สุดนักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสามารถรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ www.StarfishLabz.com

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

Related Courses

การเรียนแบบบูรณาการ
ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา
basic
2:00 ชั่วโมง

ก้าวสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ (CBE)

หลักสูตรฐานสมรรถนะ เป็นหลักสูตรที่เน้นการวัดผลแบบสมรรถนะแทนการท่องจำเนื้อหาเพียงเพื่อนำมาสอบ หลักสูตรฐานสมรรถนะยังเป็ ...

Starfish Academy
Starfish Academy
ก้าวสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ (CBE)
Starfish Academy

ก้าวสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ (CBE)

Starfish Academy
4.8 (61 ratings)
1530 ผู้เรียน
การเรียนแบบบูรณาการ
ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม
basic
1:30 ชั่วโมง

คู่มือการสอนนวัตกรรม 3R ฉบับบ้านปลาดาว

คงจะดีถ้าการอ่านออกเขียนได้ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป นวัตกรรม3R โรงเรียนบ้านปลาดาว ได้ออกแบบชุดการสอนที่ง่ายและเกิดผล ...

Starfish Academy
Starfish Academy
คู่มือการสอนนวัตกรรม 3R ฉบับบ้านปลาดาว
Starfish Academy

คู่มือการสอนนวัตกรรม 3R ฉบับบ้านปลาดาว

Starfish Academy
4.8 (668 ratings)
8926 ผู้เรียน
เครืองมือครู
ด้านความร่วมมือการ ทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ ด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา
basic
1:30 ชั่วโมง

Micro Learning - เรียนคณิตศาสตร์ป.1-3

การเรียนคณิตศาสตร์ป.1-3 เป็นการเรียนรู้ในรูปแบบของ Micro Learning เรื่องการชั่ง ตวง วัด แกนสมมาตร และเรื่องร้อยล ...

Starfish Academy
Starfish Academy
Micro Learning - เรียนคณิตศาสตร์ป.1-3
Starfish Academy

Micro Learning - เรียนคณิตศาสตร์ป.1-3

Starfish Academy
4.7 (42 ratings)
การเรียนแบบบูรณาการ
ด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม การบริหารจัดการตนเอง
basic
2:00 ชั่วโมง

สอนวิทยาศาสตร์ อย่างไรให้ทรงพลังตามเกณฑ์ วPA

คุณครูไม่ต้องกังวลใจไป เมื่อมีการประกาศเกณฑ์ในการประเมินวิทยฐานะใหม่ (วPA) มาเตรียมตัวให้พร้อมกับการประเมินวิทยฐานะ ...

Starfish Academy
Starfish Academy
สอนวิทยาศาสตร์ อย่างไรให้ทรงพลังตามเกณฑ์ วPA
Starfish Academy

สอนวิทยาศาสตร์ อย่างไรให้ทรงพลังตามเกณฑ์ วPA

Starfish Academy
4.9 (63 ratings)
1196 ผู้เรียน

Related Videos

5 มาตรการ ลดภาวะความรู้ถดถอย และฟื้นฟูการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน
05:02
Starfish Academy

5 มาตรการ ลดภาวะความรู้ถดถอย และฟื้นฟูการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน

Starfish Academy
513 views • 3 ปีที่แล้ว
CBE - การจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ
10:22
Starfish Academy

CBE - การจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ

Starfish Academy
2597 views • 3 ปีที่แล้ว
Well Being - การพัฒนาสุขภาวะของผู้เรียน
11:22
Starfish Academy

Well Being - การพัฒนาสุขภาวะของผู้เรียน

Starfish Academy
577 views • 3 ปีที่แล้ว
Learning Loss - การภาวะความถดถอยในการเรียนรู้
10:11
Starfish Academy

Learning Loss - การภาวะความถดถอยในการเรียนรู้

Starfish Academy
1609 views • 3 ปีที่แล้ว