โรงเรียนปลาดาว โรงเรียนปลาดาว

เด็กจำได้ตอนเรียน แต่ทำไมวันรุ่งขึ้นกลับลืม

สุประวีณ์
สุประวีณ์

1 ชั่วโมงที่แล้ว

ในคาปเรียนภาษาอังกฤษเสียงตอบของเด็ก ป.2–3 ดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม ในขณะที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษเรื่อง Places in My Community ในคาบนั้น เด็ก ๆ ได้เรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับสถานที่ต่าง ๆ ในชุมชนผ่านการจับคู่คำศัพท์กับภาพ เกมทายคำศัพท์ การเคลื่อนไหว และกิจกรรมถาม–ตอบกับเพื่อน เด็กสนุกกับกิจกรรม มีความพยายามที่จะพูด และหลายคนสามารถนำคำศัพท์มาใช้สื่อสารได้ เมื่อจบคาบ ฉันคิดว่า เด็กน่าจะจำได้แล้ว แต่เมื่อกลับมาเรียนอีกครั้ง ครูถามว่า บางคนกลับนิ่ง บางคนจำได้เพียงบางคำ และบางคนตอบว่า จำไม่ได้ค่ะ/ครับ
คำถามจึงเกิดขึ้นว่า ถ้าเด็กตั้งใจ เรียนอย่างสนุก และตอบได้ตอนเรียน แล้วทำไมวันรุ่งขึ้นจึงลืม บางทีคำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่เด็กไม่ตั้งใจเรียน แต่อยู่ที่ธรรมชาติของ ความจำ จำได้ตอนเรียน กับเรียกความรู้ออกมาได้ อาจไม่เหมือนกัน ขณะที่เด็กกำลังเรียน ครูมีตัวช่วยมากมาย ทั้งภาพ เสียง ท่าทาง คำใบ้ และบริบทของกิจกรรม เมื่อครูชูภาพโรงพยาบาลแล้วถามว่า “What is this?” เด็กอาจตอบได้ทันทีว่า “Hospital!” แต่เมื่อผ่านไปหนึ่งวัน เด็กต้องพยายาม เรียกคำศัพท์นั้นออกมาจากความจำด้วยตัวเอง งานวิจัยเกี่ยวกับ Retrieval Practice หรือการฝึกเรียกคืนความรู้ พบว่าการให้ผู้เรียนพยายามนึกและดึงข้อมูลออกมาใช้ สามารถช่วยส่งเสริมการจดจำในระยะยาวได้ (Roediger & Karpicke, 2006; Karpicke & Roediger, 2008) ดังนั้น การถามเด็กอีกครั้งในวันถัดไปจึงไม่ใช่เพียงการตรวจว่า จำได้หรือไม่ แต่ การพยายามนึกคำตอบเองก็เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ เพราะฉะนั้น การทบทวน จึงสำคัญ ลองนึกถึงคำศัพท์ สำหรับเด็ก ป.2–3 แต่ละคำเป็นข้อมูลใหม่ที่ต้องเชื่อมทั้งเสียง รูปคำ ความหมาย และสถานการณ์ที่ใช้ หากเรียนเพียงครั้งเดียวแล้วไม่กลับมาใช้อีก การเรียกคำศัพท์เหล่านั้นในภายหลังก็อาจทำได้ยาก งานวิจัยเกี่ยวกับ Spacing Effect พบว่าการกระจายการฝึกออกไปตามช่วงเวลา ช่วยส่งเสริมการคงอยู่ของความรู้ได้ดีกว่าการฝึกที่กระจุกอยู่ในช่วงเวลาเดียว (Cepeda et al., 2006) จึงอาจเปลี่ยนจาก เรียนวันนี้ → จบเรื่อง → ไม่กลับมาอีก เป็น เรียนวันนี้ → ทบทวนพรุ่งนี้ → นำมาใช้สัปดาห์หน้า → พบอีกครั้งในบริบทใหม่ การทบทวนไม่จำเป็นต้องสอนใหม่ทั้งบท การทบทวนอาจใช้เวลาเพียง 5–10 นาทีต้นคาบ เช่น ครูชูภาพแล้วถาม ต่อด้วยเกม แล้วให้เด็กจับคู่ถาม–ตอบ ในสัปดาห์ต่อมา อาจนำคำศัพท์เดิมไปใช้กับเรื่องใหม่ คำศัพท์เดิมจึงกลับมาอีกครั้ง แต่ไม่ได้กลับมาในรูปแบบเดิม จาก รู้จักคำศัพท์ เป็น จำคำศัพท์ พูดคำศัพท์ และใช้คำศัพท์เพื่อสื่อสาร นี่คือการทบทวนที่ไม่ได้พาเด็กกลับไปเรียนเรื่องเดิม แต่พาเด็ก นำความรู้เดิมไปใช้ในบริบทใหม่ เมื่อเด็กบอกว่า “จำไม่ได้” อย่าเพิ่งรีบบอกคำตอบ ครูอาจลองช่วยให้เด็กค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง เช่น “เมื่อวานเราเล่นเกมอะไรนะ?”“สถานที่นี้เราเคยเห็นในชุมชนของเราไหม?” “ขึ้นต้นด้วยตัวอะไรนะ?”“ลองคิดอีกครั้ง” เมื่อเด็กนึกออก ครูอาจตอบกลับด้วยคำชม สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงคำตอบที่ถูก แต่คือการที่เด็กได้ฝึกว่า เมื่อจำไม่ได้ ฉันสามารถพยายามนึกและค้นหาความรู้ที่เคยเรียนได้ ประสบการณ์จากการสอนเรื่อง Places in My Community ทำให้ฉันเริ่มมองคำว่า “ลืม” ของเด็กต่างออกไปเมื่อเด็กตอบไม่ได้ในวันถัดมา เราอาจไม่ต้องรีบคิดว่าเมื่อวานเรียนไปแล้ว ทำไมจำไม่ได้ แต่อาจเปลี่ยนเป็น เราให้โอกาสเด็กได้กลับมานึกถึงสิ่งนี้มากพอหรือยังเพราะการเรียนรู้ไม่ได้จบลงเมื่อกิจกรรมในคาบจบ สิ่งที่เด็กเรียนวันนี้อาจต้องกลับมาเจออีกครั้งในวันพรุ่งนี้ สัปดาห์หน้า หรือในบทเรียนใหม่ ดังนั้น การทบทวนจึงไม่ใช่ส่วนเกินของการสอน แต่เป็น ส่วนหนึ่งของการทำให้การเรียนรู้คงอยู่ โดยเฉพาะกับเด็ก ป.2–3 การทบทวนสั้น ๆ อย่างสม่ำเสมอ การเว้นระยะ และการให้เด็กพยายามเรียกความรู้กลับมาใช้ ล้วนเป็นสิ่งที่ครูสามารถออกแบบไว้ในกิจวัตรของห้องเรียนได้ เพราะเป้าหมายของการสอนไม่ใช่เพียงให้เด็ก ตอบได้ในวันที่เรียน แต่คือการทำให้เด็กสามารถ นึกออกเมื่อจำเป็น และนำสิ่งที่เรียนไปใช้ในสถานการณ์ใหม่ได้ บางทีเด็กไม่ได้ลืมเพราะเราไม่ได้สอนดีพอ เด็กอาจเพียงต้องการให้ครูช่วยสร้าง ทางกลับไปหาความรู้ ให้เขาอีกครั้ง เมื่อการจำได้ตอนเรียน จึงยังไม่เท่ากับเรียนรู้ได้อย่างคงทน

1 ชอบ

0 ตอบกลับ

2 ดู

เพิ่มความคิดเห็น

เข้าร่วมชุมชนออนไลน์

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์ เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

Community resources