โรงเรียนปลาดาว โรงเรียนปลาดาว

จากความกลัว สู่ความกล้าของเด็กชายคนหนึ่ง

สุรีรัตน์
สุรีรัตน์

2 ชั่วโมงที่แล้ว

เด็กบางคนไม่ได้ขาดความสามารถ เพียงแต่เขายังไม่มั่นใจมากพอที่จะก้าวออกจากพื้นที่ที่ตัวเองรู้สึกปลอดภัย ในห้องเรียน เด็กแต่ละคนมีวิธีแสดงออกแตกต่างกัน บางคนยกมือทันทีเมื่อครูถาม บางคนชอบพูดคุยและทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ขณะที่บางคนต้องใช้เวลาในการปรับตัวและค่อย ๆ สร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง

เด็กชายคนหนึ่งเป็นน้องสุดท้องของครอบครัว และได้รับการดูแลเอาใจใส่จากคนในครอบครัวเป็นอย่างดี เมื่อมาอยู่ในห้องเรียน ครูจึงค่อย ๆ สังเกตเห็นว่า เขายังไม่ค่อยมั่นใจเมื่อต้องทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ต้องพูด แสดงความคิดเห็น หรือมีส่วนร่วมต่อหน้าเพื่อน ในช่วงแรก ๆ เมื่อถึงเวลาทำกิจกรรม เขามักมีท่าทีเกร็งและกังวล หากครูชวนตอบคำถาม เสียงที่ออกมามักเบามาก จนบางครั้งแทบไม่ได้ยิน ถึงแม้จะอยากมีส่วนร่วม เขาก็มักเลือกที่จะเงียบและรอดูเพื่อนก่อน

ครูเลือกที่จะค่อย ๆ สังเกต ทำความเข้าใจ และเปิดพื้นที่ให้เขาได้มีส่วนร่วมในจังหวะที่เหมาะสม ชวนเขาทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน เปิดโอกาสให้ได้ลงมือทำ และให้กำลังใจกับความพยายามเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เพราะสำหรับเด็กบางคน การกล้าพูดเพียงหนึ่งประโยค อาจเป็นก้าวสำคัญและเมื่อเวลาผ่านไป ความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ได้เริ่มปรากฎให้เห็นชัดขึ้น จากเด็กชายที่เคยพูดเบาและไม่ค่อยกล้าแสดงความคิดเห็น วันนี้เขาสามารถอ่านออกเสียงได้ดังและชัดเจนขึ้น กล้าพูดให้เพื่อนและครูได้ยิน กล้าเข้าร่วมกิจกรรม และเริ่มเป็นผู้ช่วยเพื่อนในบางกิจกรรมได้อย่างมั่นใจ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงในห้องเรียน แต่ยังปรากฏผ่านช่วงเวลาเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน

ช่วงพักกลางวัน เด็กชายชอบเล่นเตะบอลกับกลุ่มเพื่อน วันหนึ่ง ขณะที่ครูกำลังเดินผ่านสนาม เด็กชายกำลังเลี้ยงบอลอยู่ เมื่อเห็นครูกำลังจะเดินผ่าน เขาเตะบอลมาทางครู แล้วแอบอมยิ้ม ครูใช้เท้าหยุดบอล ก่อนถามกลับไปว่า “ชวนครูเล่นเป็นเพื่อนหรือครับ” เด็กชายอมยิ้ม พร้อมตอบสั้น ๆ ว่า “ครับ” จากนั้นการส่งบอลไปมาระหว่างครูกับเด็กชายก็เริ่มต้นขึ้น อาจเป็นเพียงการเล่นบอลช่วงพักกลางวันไม่กี่นาที แต่สำหรับครูเหตุการณ์เล็ก ๆ นั้นมีความหมายมาก

เด็กชายคนเดิมที่เคยเกร็งเมื่อต้องสื่อสารกับผู้อื่น วันนี้กลับเป็นฝ่ายเริ่มต้นการสื่อสารด้วยตัวเอง เขาไม่ได้รอให้ครูชวน ไม่ได้รอให้เพื่อนเข้ามาหา แต่เลือกที่จะส่งบอลมาเพื่อบอกว่า “ครูมาเล่นกับผมไหมครับ” ความกล้าบางครั้งไม่ได้เริ่มต้นจากการยืนพูดหน้าห้อง หรือการตอบคำถามได้อย่างมั่นใจ แต่อาจเริ่มจากการกล้าสบตา กล้ายิ้ม กล้าชวน กล้าพูดคำสั้น ๆ หรือกล้าทำบางสิ่งที่เมื่อก่อนยังไม่กล้าทำ

เรื่องราวของเด็กชายคนนี้ทำให้ครูได้เรียนรู้ว่า การช่วยให้เด็กเติบโต คือการอยู่ข้าง ๆ ในระยะที่เหมาะสม ให้เวลา ให้โอกาส และคอยมองเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทาง และครูไม่สามารถทำให้ความกลัวของเด็กหายไปได้ในทันที แต่ครูสามารถสร้างพื้นที่ที่ทำให้เด็กค่อย ๆ รู้สึกปลอดภัยพอที่จะเผชิญกับสิ่งที่เคยกลัว เมื่อเด็กได้รับโอกาสให้ลองโดยไม่ถูกตัดสิน ได้รับกำลังใจโดยไม่ถูกเปรียบเทียบ และมีผู้ใหญ่คอยสนับสนุนโดยไม่เร่งรัด ความมั่นใจก็อาจค่อย ๆ เติบโตขึ้นทีละน้อย สำหรับเด็กชายคนนี้ การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว และไม่ได้เกิดจากกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง แต่เกิดจากประสบการณ์เล็ก ๆ ที่สะสมต่อเนื่อง จนวันหนึ่งเขาค้นพบว่า “ผมก็ทำได้” และเมื่อเริ่มเชื่อว่าตนเองทำได้ ความกล้าที่จะลองสิ่งใหม่ ๆ ก็อาจจะเกิดขึ้นตามมา

เรื่องนี้จึงทำให้ครูได้กลับมาทบทวนบทบาทของตัวเอง เพราะในบางช่วงเวลาของการเติบโต สิ่งที่เด็กต้องการจากครูอาจเป็นเพียงใครสักคนที่พร้อมจะอยู่ข้าง ๆ และเชื่อว่าวันหนึ่ง เขาจะกล้าได้ในแบบของเขาเอง

0 ชอบ

0 ตอบกลับ

2 ดู

เพิ่มความคิดเห็น

เข้าร่วมชุมชนออนไลน์

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์ เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

Community resources