โรงเรียนปลาดาว โรงเรียนปลาดาว
‘ที่บ้านลูกไม่เป็นแบบนี้เลยค่ะครู’ ประโยคที่ครูอนุบาลได้ยินบ่อยที่สุด
Rueankham
1 ชั่วโมงที่แล้ว
"ที่บ้านลูกไม่เป็นแบบนี้เลยค่ะครู" ผู้ปกครองพูดพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เมื่อครูเล่าให้ฟังว่า วันนี้ลูกไม่ยอมเข้าแถว ผลักเพื่อนเล็กน้อย และร้องไห้เมื่อไม่ได้เล่นของเล่นที่ตัวเองต้องการ ครูยิ้มตอบ"เชื่อค่ะ เพราะที่บ้านกับที่โรงเรียนไม่เหมือนกัน" คำตอบสั้น ๆ นั้น ไม่ได้เกิดจากการแก้ต่างให้ตัวเอง แต่เกิดจากประสบการณ์ของครูอนุบาลที่ได้อยู่กับเด็กมานานกว่าสิบปีตลอดเวลาที่สอนเด็กปฐมวัย ครูได้พบผู้ปกครองมาหลากหลายรูปแบบ บางท่านเปิดใจรับฟัง พร้อมพูดว่า"ขอบคุณนะคะครู เดี๋ยวจะลองช่วยกันฝึกที่บ้าน" แต่ก็มีหลายครั้งที่ครูได้ยินประโยคเดิมซ้ำ ๆ "ที่บ้านลูกทำได้ทุกอย่างค่ะ" "ที่บ้านไม่เคยงอแงแบบนี้เลย" "ลูกไม่เคยตีใครนะคะ"
ทุกครั้งครูไม่เคยรู้สึกว่าผู้ปกครองกำลังปฏิเสธ เพราะครูรู้ว่าผู้ปกครองกำลังเล่าถึง "ลูกในเวอร์ชันที่บ้าน" ส่วนครูกำลังเล่าถึง "ลูกในเวอร์ชันที่โรงเรียน" และทั้งสองเวอร์ชันล้วนเป็นเด็กคนเดียวกัน เด็กไม่ได้เปลี่ยนไปแต่ "บริบท" ต่างหากที่เปลี่ยนที่บ้านเด็กคือศูนย์กลางของคนในครอบครัว มีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือ คอยปลอบใจ และเข้าใจทุกความต้องการแต่เมื่อมาถึงโรงเรียน เด็กต้องเรียนรู้โลกอีกใบ โลกที่มีเพื่อนอีกสิบกว่าคน โลกที่ต้องรอคิว ต้องแบ่งปัน ต้องยอมรับกติกา ต้องรับมือกับความผิดหวังและต้องแก้ปัญหาหลายอย่างด้วยตัวเอง สำหรับผู้ใหญ่ สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับเด็กปฐมวัย นี่คือบทเรียนชีวิตที่ยิ่งใหญ่ในทุก ๆ วันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากเด็กที่บ้านพูดเก่ง จะนั่งเงียบอยู่ในห้องเรียนหรือเด็กที่บ้านไม่ยอมแต่งตัวเอง กลับช่วยเก็บของ เล่นร่วมกับเพื่อนได้อย่างดีที่โรงเรียน เพราะเด็กกำลังปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ครูจึงไม่ได้มองเด็กเพียงจากคะแนนหรือผลงาน แต่ครูมองเห็นรอยยิ้มเวลาเด็กแบ่งของเล่นให้เพื่อน เห็นน้ำตาเมื่อเขาพยายามแต่ยังทำไม่ได้ เห็นความพยายามเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ เติบโตในทุกวันและเมื่อครูสะท้อนพฤติกรรมเหล่านี้ให้ผู้ปกครองฟัง นั่นไม่ใช่การตำหนิไม่ใช่การบอกว่าเด็กมีปัญหาแต่คือการชวนกันต่อภาพจิ๊กซอว์คนละชิ้นเพราะครูถือจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่ง พ่อแม่ก็ถืออีกชิ้นหนึ่ง เมื่อเรานำทั้งสองชิ้นมาต่อเข้าด้วยกันเราจะเห็นภาพของเด็กคนหนึ่งได้ชัดเจนกว่าที่เคย ไม่มีใครรู้จักเด็กได้ดีที่สุดเพียงลำพัง ไม่ใช่ครูและไม่ใช่พ่อแม่ แต่เมื่อทั้งสองฝ่ายเปิดใจรับฟัง เชื่อใจกัน และเดินไปในทิศทางเดียวกัน เด็กต่างหากที่จะเป็นคนได้รับประโยชน์มากที่สุดเพราะหน้าที่ของครู ไม่ใช่แค่สอนหนังสือและหน้าที่ของพ่อแม่ ก็ไม่ใช่แค่เลี้ยงลูกให้เติบโต แต่เราทั้งสองฝ่าย คือ "ทีมเดียวกัน" ทีมที่กำลังช่วยให้เด็กคนหนึ่ง เติบโตเป็นคนที่มีความสุข มีความมั่นใจ และพร้อมเผชิญโลกใบใหญ่เพราะเด็กไม่ได้ต้องการผู้ใหญ่ที่คอยบอกว่า "ใครถูก" หรือ "ใครผิด"แต่ต้องการผู้ใหญ่ที่พร้อมจับมือกัน เพื่อมองเห็นเขาในทุกมุมของชีวิต
2 ชอบ
0 ตอบกลับ
6 ดู
เข้าร่วมชุมชนออนไลน์
แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์ เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง