โรงเรียนปลาดาว โรงเรียนปลาดาว

วันที่เด็กชายเริ่มมีเรื่องราวอยากเล่า......

สุรีรัตน์
สุรีรัตน์

1 ชั่วโมงที่แล้ว

เสียงของเด็กชายคนหนึ่ง ทำให้ครูนึกย้อนกลับไปถึงวันแรก ๆ ที่ได้รู้จักเขา
ตอนอยู่ ป.1 เขาเป็นเด็กชายที่ค่อนข้างเงียบ ชอบอยู่กับสิ่งที่ตัวเองสนใจ โดยเฉพาะการวาดภาพ ไม่ค่อยชอบพูดคุยหรือโต้ตอบกับครู และบางครั้งก็เลือกนั่งอยู่กับตัวเองในขณะที่เพื่อน ๆ กำลังทำกิจกรรมการเรียนรู้ งานที่ต้องเขียนมาก ๆ ไม่ใช่สิ่งที่เขาชอบนัก และเมื่อกิจกรรมใช้เวลานาน เขามักหมดความสนใจได้ง่าย

จนกระทั่งเขาก้าวจาก “น้อง ป.1” มาเป็น “พี่ ป.2” ครูเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นทีละน้อย เขาเริ่มชอบเข้าห้องศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เลือกสิ่งที่ตัวเองสนใจ เขาชอบเกมทายชื่อประเทศต่าง ๆ ชอบดูคลิปเกี่ยวกับการตกปลา และจากความสนใจเหล่านี้เอง เขาเริ่มมีเรื่องราวมาเล่าให้ครูฟังมากขึ้น

เรื่องที่เขาเล่าบ่อยที่สุดคือ เรื่องตกปลา เด็กชายเล่าด้วยความภูมิใจว่าเคยไปตกปลาที่ไหน ตกได้อย่างไร และรู้สึกอย่างไรเมื่อสามารถตกปลาได้ด้วยตัวเอง สำหรับครูแล้วการได้ฟังเรื่องเหล่านี้ทำให้รู้สึกดีใจ เพราะสิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ได้มีเพียงคำพูดที่มากขึ้น แต่เขากำลังค้นพบว่า เรื่องราวของตัวเองก็มีความหมายและสามารถแบ่งปันให้คนอื่นฟังได้

อีกกิจกรรมหนึ่งที่เด็กชายชื่นชอบคือ การใช้ Google Maps เพื่อเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ เขาสนุกกับการค้นหาเส้นทางจากโรงเรียนปลาดาวไปบ้านของตัวเอง ไปยังสถานที่ที่เคยไปตกปลา และไปบ้านคุณย่าในตัวเมืองเชียงใหม่ ระหว่างที่พาเพื่อนและครูเดินทางไปบนแผนที่ เขามักจะเล่าเรื่องราวประกอบไปด้วย ตรงนี้ผมเคยมาแล้วครับ และทางนี้ไปบ้านผมครับ จากเด็กชายที่เคยนั่งเงียบ ๆ วันนี้เขากลับมีเรื่องราวมากมายที่อยากเล่า

ครูยังสังเกตเห็นว่าเขาเริ่มรู้จักรอคอยมากขึ้น มีความอดทนและความพยายามกับกิจกรรมต่าง ๆ มากขึ้น รู้จักฟังผู้อื่น และค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะยอมรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เมื่อมองย้อนกลับไปครูจึงได้เรียนรู้ว่า บางครั้งการเปลี่ยนแปลงของเด็กไม่ได้เริ่มจากการที่เราพยายามเปลี่ยนเขา แต่เริ่มจากการที่เราใช้เวลาเพื่อทำความเข้าใจเขา

การสังเกตอย่างตั้งใจช่วยให้ครูมองเห็นว่า เด็กคนนี้สนใจอะไร มีความสุขกับอะไร และอะไรคือสิ่งที่ทำให้เขาอยากลงมือทำ เมื่อครูนำสิ่งเหล่านั้นมาเชื่อมโยงกับประสบการณ์จริงของเขา การเรียนรู้ก็เริ่มมีความหมายมากขึ้น เด็กที่อาจไม่ได้พูดเก่ง ไม่ได้ชอบเขียน หรือไม่ค่อยกล้าแสดงออก ก็สามารถเรียนรู้ สื่อสาร และรู้สึกภาคภูมิใจในสิ่งที่ตนเองทำได้

เรื่องราวของเด็กชายจึงทำให้ครูเชื่อมากขึ้นว่า เด็กทุกคนสามารถเรียนรู้และเติบโตได้ เพียงแต่เราอาจต้องใช้เวลาในการค้นหา “ประตู” ที่เหมาะกับเด็กแต่ละคน บางคนอาจเปิดประตูผ่านการพูดคุย บางคนผ่านการวาดภาพ เกม การค้นคว้า หรือประสบการณ์ที่เขาสนใจ และบางครั้งครูอาจต้องอดทนพอที่จะรอให้เด็กค่อย ๆ เปิดประตูบานนั้นด้วยตัวเอง

เด็กชายคนนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงนักเรียนคนหนึ่งที่ครูได้เห็นพัฒนาการ แต่เขากลายเป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่สอนครูว่าก่อนที่จะถามว่า “เด็กเรียนรู้อะไร” เราอาจต้องถามตัวเองก่อนว่า “เราได้เรียนรู้อะไรจากเด็กคนนี้บ้าง” เพราะบางครั้ง เด็กไม่ได้ต้องการให้ครูพยายามทำให้เขาเป็นเหมือนคนอื่น แต่อาจต้องการครูที่มองเห็นความสนใจเล็ก ๆ ของเขา เชื่อในความสามารถของเขา และช่วยเชื่อมโยงสิ่งที่เขารักเข้ากับการเรียนรู้ และเมื่อวันหนึ่งเด็กชายพูดขึ้นมาว่า “ครูครับ ผมมีเรื่องอยกเล่าให้ฟังครับ” สำหรับครูแล้วเสียงนั้นจึงไม่ใช่เพียงเสียงของเด็กที่กล้าพูดมากขึ้น แต่เป็นเสียงที่บอกว่าเข้าได้ค้นพบพื้นที่ของตัวเอง และกำลังเติบโตขึ้นไปในแบบของเขาเอง

0 ชอบ

0 ตอบกลับ

6 ดู

เพิ่มความคิดเห็น

เข้าร่วมชุมชนออนไลน์

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์ เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

Community resources