โรงเรียนปลาดาว โรงเรียนปลาดาว
เข้าใจวัย ก่อนเข้าใจบทเรียน
สุประวีณ์
53 นาทีที่แล้ว
เพราะเด็กต่างวัย ไม่ได้เรียนรู้ด้วยวิธีเดียวกัน จากประสบการณ์สอนภาษาอังกฤษทั้งระดับอนุบาล 3 ประถมศึกษาปีที่ 2–3 และประถมศึกษาปีที่ 5–6 สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันค้นพบอยู่เสมอคือ เนื้อหาที่จะสอนไม่ใช่สิ่งที่ยากที่สุด แต่คือการเลือกวิธีสอนให้เหมาะกับวัยของผู้เรียน คำศัพท์เดียวกัน กิจกรรมเดียวกัน หรือแม้แต่คำถามเดียวกัน อาจใช้ได้ดีกับเด็กกลุ่มหนึ่ง แต่กลับไม่ได้ผลกับเด็กอีกช่วงวัยหนึ่ง เพราะเด็กไม่ได้แตกต่างกันเพียง ระดับความรู้ แต่ยังแตกต่างกันในด้าน การคิด ภาษา อารมณ์ สังคม และความสามารถในการกำกับตนเอง ดังนั้น ก่อนถามว่า วันนี้จะสอนอะไร บางครั้งครูอาจต้องถามตัวเองก่อนว่าเด็กวัยนี้กำลังเรียนรู้โลกอย่างไร อนุบาล 3 : เรียนรู้ผ่านการเล่นและประสบการณ์ เด็กปฐมวัยยังเรียนรู้ได้ดีจากสิ่งที่เป็นรูปธรรม การเล่น การเคลื่อนไหว เรื่องราว และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น การเล่นจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุก แต่เป็นโอกาสให้เด็กได้ฝึกสมาธิ ความจำ การควบคุมตนเอง และการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นพื้นฐานของ Executive Function (EF) เช่น หากต้องสอนคำศัพท์ cat, dog, bird ครูอาจไม่จำเป็นต้องให้เด็กนั่งท่องคำศัพท์ แต่เปลี่ยนเป็นการฟังเสียงสัตว์ ทำท่าทาง จับคู่ภาพ เล่นบทบาทสมมติ หรือสร้างเรื่องราวร่วมกัน ครูอนุบาลจึงอาจไม่ได้เป็นเพียง ผู้สอน แต่เป็นผู้ออกแบบประสบการณ์ให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ
ป.2–3 : เริ่มคิดเป็นระบบ แต่ยังต้องการสิ่งที่จับต้องได้ เมื่อเข้าสู่ประถมต้น เด็กเริ่มมีความสามารถในการคิดและแก้ปัญหาที่เป็นระบบมากขึ้น แต่การเรียนรู้ยังได้รับประโยชน์จากสื่อและประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรม ดังนั้น หากต้องสอนเรื่องเวลา แทนที่จะให้เด็กจำประโยค It’s seven o’clock. เพียงอย่างเดียว ครูอาจใช้หน้าปัดนาฬิกาจำลอง เกมจับคู่เวลา สถานการณ์ในชีวิตประจำวัน หรือให้เด็กหมุนเข็มนาฬิกาด้วยตนเอง เด็กวัยนี้ยังอยู่ในช่วงพัฒนา working memory, attention และ self-control อย่างต่อเนื่อง จึงไม่แปลกหากเด็กจะจำได้ในวันนี้ แต่ลืมในอีกไม่กี่วัน การได้ทบทวนและนำความรู้กลับมาใช้ในบริบทต่าง ๆ จึงมีความสำคัญ ครูประถมต้นจึงควรเป็นทั้งผู้สอน ผู้จัดโครงสร้าง และผู้ช่วยพาเด็กค่อย ๆ ก้าวจากสิ่งที่ทำได้ไปสู่สิ่งที่ยังทำไม่ได้
ป.5–6 : เด็กเริ่มถามว่า ทำไม เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายประถม เด็กเริ่มมีความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลมากขึ้น มีความคิดเห็นของตนเอง สนใจการยอมรับจากเพื่อน และเริ่มต้องการความเป็นอิสระมากขึ้น การสอนจึงไม่ควรหยุดอยู่ที่การบอกว่า คำตอบคืออะไร แต่ควรเปิดพื้นที่ให้เด็กได้ถามว่า ทำไม “ถ้าเป็นแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้น?” และ “เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร?” กิจกรรมอภิปราย การแก้ปัญหา การทำโครงงาน หรือการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง จึงเหมาะกับการเปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้ความคิดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการวางแผน ควบคุมตนเอง และตัดสินใจยังพัฒนาอย่างต่อเนื่องไปสู่วัยรุ่น ไม่ได้สมบูรณ์ขึ้นเพียงเพราะเด็กโตขึ้น ดังนั้น การที่เด็กรู้ว่าควรทำอะไร ไม่ได้หมายความว่าเด็กจะสามารถทำสิ่งนั้นได้อย่างสม่ำเสมอในทุกสถานการณ์
แล้วครูควรเปลี่ยนอะไร
เมื่อเข้าใจพัฒนาการ เราอาจพบว่าการปรับการสอนไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเปลี่ยนเนื้อหาทั้งหมด แต่อาจเป็นการเปลี่ยน วิธีพาเด็กไปถึงเนื้อหา สำหรับเด็กเล็ก อาจเพิ่มการเล่น การเคลื่อนไหว และประสบการณ์จริง สำหรับประถมต้น อาจเพิ่มสื่อที่จับต้องได้ เกม การทดลอง และการฝึกซ้ำในหลายบริบท สำหรับประถมปลาย อาจเพิ่มคำถาม การอภิปราย การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกัน และการให้เด็กมีส่วนเลือกมากขึ้น สิ่งสำคัญคือ อย่าใช้พฤติกรรมของเด็กเป็นเพียงเหตุผลในการตัดสินว่าเด็ก ดื้อ ไม่ตั้งใจ หรือ ไม่รับผิดชอบ เพราะบางพฤติกรรมอาจสะท้อนทักษะด้านการกำกับตนเองที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา งานของ Harvard Center on the Developing Child ชี้ว่า Executive Function พัฒนาผ่านประสบการณ์ การฝึกฝน และการสนับสนุนที่เหมาะสมกับวัย มากกว่าการคาดหวังว่าเด็กจะควบคุมตนเองได้อย่างสมบูรณ์เพียงเพราะอายุเพิ่มขึ้น ครูจึงต้อง เข้าใจวัย ก่อน เข้าใจบทเรียน การรู้จักพัฒนาการของเด็กไม่ได้หมายความว่าเราต้องนำทฤษฎีมาใช้ตีกรอบเด็กว่า วัยนี้ต้องเป็นแบบนี้ เพราะเด็กแต่ละคนมีพื้นฐาน ประสบการณ์ ภาษา ครอบครัว และจังหวะการพัฒนาที่แตกต่างกัน แต่ความรู้เรื่องพัฒนาการช่วยให้ครู ตั้งความคาดหวังได้เหมาะสม และออกแบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับสิ่งที่เด็กกำลังเป็น ท้ายที่สุดแล้ว คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า เราจะสอนอะไรให้เด็ก แต่อาจเป็น เด็กวัยนี้พร้อมเรียนรู้อย่างไร และเราจะออกแบบห้องเรียนให้เขาเติบโตได้อย่างไร เพราะเมื่อครูเข้าใจวัย เราอาจไม่ได้เพียงสอนบทเรียนได้ดีขึ้น แต่เราอาจ เข้าใจเด็กได้ดีขึ้นด้วย สุดท้ายนี้ขอเป็นกำลังใจให้กับครูทุกท่านที่สอนหลากหลายช่วงวัย บางวันเราอาจรู้สึกเหนื่อยกับการต้องปรับวิธีสอนอยู่เสมอ แต่เมื่อเราเข้าใจวัย เราก็จะเข้าใจเด็ก และเมื่อเราเข้าใจเด็ก การเรียนรู้ก็จะเกิดขึ้นได้อย่างมีความหมาย ทุกความพยายามของครู ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้และเติบโตในแบบของตนเอง
เอกสารอ้างอิง
-Center on the Developing Child at Harvard University. (2011). Building the Brain’s “Air Traffic Control” System: How Early Experiences Shape the Development of Executive Function.
-Center on the Developing Child at Harvard University. (2014). Enhancing and Practicing Executive Function Skills with Children from Infancy to Adolescence.
-Center on the Developing Child at Harvard University. (2019). What Is Executive Function? And How Does It Relate to Child Development?
1 ชอบ
0 ตอบกลับ
2 ดู
เข้าร่วมชุมชนออนไลน์
แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์ เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง