Happy Time ชวนลูกสำรวจเรื่องความสุข

Happy Time ชวนลูกสำรวจเรื่องความสุข

“ความเครียดไม่ได้อยู่ตลอดเวลา ถ้าหากรู้สึกได้ ก็เพียงแค่แก้ไขให้เป็น”

“แปลกไหมที่ลูกจะเครียด” คงปฏิเสธไม่ได้ว่าความเครียดเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เราไม่สามารถจะให้ลูกเรามีความสุข โดยไม่มีความเครียดเลยไม่ได้ เราในฐานะพ่อแม่จะมีวิธีการสังเกต และดูแลลูกอย่างไร วันนี้จะมาพูดคุยกับ คุณเบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์ (นีท) นักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นจาก Starfish เกี่ยวกับแนวทางการสอนเด็ก ในเรื่องความสุขและไอเดียเกี่ยวกับกิจกรรมเพิ่มความสุขกัน

กิจกรรมที่พ่อแม่สรรหาให้ลูกมีส่วนในการส่งเสริมความสุขให้ลูกหรือไม่ อย่างไร

จริงๆ แล้ว เราสามารถสังเกตได้ง่ายๆ ว่ากิจกรรมที่เราให้เด็กแล้วเด็กมีความสุข หรือไม่ ซึ่งดูได้จากเด็กมีความรู้สึกที่อยากทำหรือไม่ ตรงนี้ถือได้ว่าเป็นหลักสำคัญ ถ้าหากลูกเราทำแล้วไม่ค่อยอยากทำหรืองอแง นั่นแสดงว่า กิจกรรมที่เราทำให้ลูกอาจจะเยอะเกินไป ทั้งนี้ ในการนิยามความสุข หลายๆครั้งเรานิยามความสุขได้ยาก เพราะบางครั้งเรารู้สึกว่าจับต้องไม่ได้ ดังนั้น จึงมีนิยามของความสุขที่จับต้องได้ประกอบด้วย 5 ตัว ที่เรียกว่า PERMA โดย P มาจาก Positive Emotion หมายถึง อารมณ์ทางบวก ถ้านิยามสั้นๆ ก็คือ ความสุขที่เราได้ทำบางสิ่งบางอย่าง หรือความสุขที่เราได้คิดถึงทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต E มาจาก Engagement ความสุขที่ได้จากการทำกิจกรรม หรือความสุขที่ได้ทำงานอดิเรก R มาจาก Relation คือ การที่เรารู้สึกมีเพื่อนไว้คุย หรือความสุขของการมีเพื่อนและมีผู้ช่วย M มาจาก Meaning คือ การที่เด็กรู้เหตุผลว่าทำสิ่งนี้ทำไม มีเหตุผลในการทำซึ่งทำให้เขามีความสุข และ A คือ ความสำเร็จ ความสุขที่เราได้ทำอะไรสักอย่างหนึ่งที่เราทำแล้วสำเร็จ ดังนั้น เรื่องของความสุขเป็นเรื่องที่สอนได้ไม่ยากเลย ถ้าสามารถเห็นความสุขที่จับต้องได้

กิจกรรมสอนเด็กให้มีความสุขได้อย่างไร

เราสามารถสอนความสุขให้เด็กๆ ผ่านกิจกรรมต่างๆ ได้ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 

1) กลุ่มของเด็กอนุบาลหรือเด็กเล็ก อายุประมาณ 3–7 ขวบ โดยการสอนผ่านทางสีหน้า ท่าทางและการเล่านิทานสั้นๆ หรือการแสดงท่าทางหรืออารมณ์ประกอบเพลง เช่น ถ้าหากมีความสุขให้แสดงผ่านสีหน้าโดยการยิ้มกว้าง เป็นต้น 

2) กลุ่มประถมต้น (ป.2-ป.6) การเล่าความสุขผ่านไดอารี่ทำมือ เป็นกิจกรรมที่สามารถนำมาสอนได้ โดยเนื้อหาอยู่ที่พ่อแม่ออกแบบ ซึ่งเป็นกิจกรรมครอบครัวที่สามารถพูดคุยและเรียนรู้เรื่องของความสุขได้ดี 

3) กลุ่มวัยรุ่น (ตั้งแต่ม.1 ขึ้นไป) สิ่งที่สามารถพูดคุยกับวัยรุ่นได้ โดยอาจจะเป็นกิจกรรมคล้ายกับหมุนวงล้อ หากหยุดที่ใครก็ให้พูดถึงสิ่งที่ทำให้มีความสุข

วิธีดูแล หรือสังเกตความเครียดของลูกทำอย่างไร

ในความจริงความเครียดเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ซึ่งวิธีในการจัดการความเครียดหรือสังเกตความเครียดของลูก อาจจะทำโดยการสังเกตผ่านสีหน้าของเด็ก การสังเกตผ่านพฤติกรรมที่แตกต่างหรือเปลี่ยนไปจากเดิม ต่อมา คือการที่เราต้องทำให้เขารู้สึกให้ได้ว่าเขามีความเครียดขนาดไหน ซึ่งวิธีที่จะรู้ระดับความเครียดอาจเป็นสิ่งที่ยากแต่สามารถทำได้ โดยการให้เด็กเขย่าขวดน้ำตามความเครียด ซึ่งวิธีนี้เป็นเครื่องมือที่สามารถใช้ได้ดีกับกลุ่มเด็กเล็ก และกลุ่มประถม อีกทั้งยังมีการสอดแทรก Meaning ที่ถือได้ว่าเป็นกุญแจสำคัญสำหรับพ่อแม่ในการสื่อกับเด็กว่า ความเครียดไม่ได้อยู่กับลูกตลอดเวลา ถ้าหากลูกรู้สึกได้ก็เพียงแค่แก้ไข ซึ่งคนที่จะช่วยแก้ไขได้อาจจะเป็นพ่อแม่หรือคนในครอบครัว

เทคนิคอื่นๆ อะไรบ้างที่สามารถเพิ่มเติมในกิจกรรมเพิ่มความสุข

การที่จะเสริมความสุข เราควรจะทำการสำรวจความสุขของตัวเองทุกวันว่ามีความสุขหรือไม่ เพื่อให้เราได้รู้ถึงความสุขหรือความเครียดของลูก ซึ่งกิจกรรมการสำรวจความสุขสามารถทำได้ง่ายๆ โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วง Feel it (รู้สึกกับความเครียด) โดยยกมา 2 กิจกรรม เช่น Feel it แรก คือ ไดอารี่สำรวจความสุขสำหรับใช้ในหนึ่งเดือน โดยที่ทุกคนจะต้องทำการสำรวจไดอารี่ด้วยกันทุกวัน อาจจะเขียนเป็นข้อความสั้นๆ หรือการวาดรูปอิโมจิแสดงอารมณ์ของแต่ละคน ซึ่งในการทำกิจกรรมทำให้คนในครอบครัวหันมาใส่ใจกันมากขึ้น 

กิจกรรมที่สอง คือ การแสดงทางสีหน้าผ่านคำถามว่า How are you feeling today ? (วันนี้คุณรู้สึกอย่างไร) และช่วง Care it (การดูแลจิตใจ) มี 3 Care คือ 

1) การ Care ให้เราได้พัก คือการทำอะไรก็ตามอย่างน้อยทำให้เรามีความสุขแม้ว่าเราจะรู้สึกแย่หรือการเพิ่มอารมณ์ทางบวก หากิจกรรมที่ทำให้มีความสุข ไม่ว่าจะเป็น การดูหนัง ฟังเพลง การเล่นเกมส์ เป็นต้น 

2) การ Care ด้วยงานอดิเรก เป็นการทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อให้เขารู้สึกว่าชีวิตเขามีความสุข มีกิจกรรมให้ทำ ไม่ว่าจะเป็น การเล่นดนตรี ศิลปะ ปลูกต้นไม้ ทำอาหาร ฯลฯ ซึ่งอาจมาจากสิ่งที่เขาสนใจหรือชอบ 

3) การ Care ความรู้สึก หรือการเพิ่มความรู้สึก การมองโลกในแง่บวก โดยการเขียนความสุขลงในกระดาษโน๊ตและหยอดลงในกระปุก ซึ่งจะเป็นการสะสมความสุขในแต่ละวันเพื่อเป็นกำลังใจในวันที่รู้สึกแย่ ทั้งนี้ กิจกรรมสามารถทำได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

สำหรับพ่อแม่ที่มีลูกอยู่ในช่วงวัยรุ่น มีเทคนิคอย่างไรในการเริ่มกิจกรรม

ในการเริ่มครั้งแรก อาจจะเริ่มจากการทำกิจกรรม Feel it ก่อน ซึ่งการเช็คความรู้สึกอาจจะเริ่มจากช่วงกินข้าวหรือช่วงที่มีการพูดคุย เริ่มจากการคุยสั้นๆ หรือคำถามสั้นๆ นอกจากการถามลูกแล้ว พ่อแม่ก็ต้องเล่าเรื่องของตัวเองให้ลูกฟังด้วย การแชร์ แบ่งปันความรู้สึกซึ่งกันและกัน ทำให้ลูกรู้สึกไม่ถูกกดดันตลอดเวลาและรู้สึกอยากพูดคุยมากขึ้น และหลังจากนั้นมาเช็คปัญหาด้วยการ Care it สำหรับบรรยากาศครอบครัวที่ไม่ค่อยสนิทกัน อาจจะทำการ Feel it ประมาณ 3 วัน และ Care it ช่วยเหลือ ซ่อมแซมกันประมาณ 2 วัน เพื่อให้ความรู้สึกถึงบรรยากาศที่เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อนำไปสู่คำถามของการแก้ปัญหาและการให้ความช่วยเหลือต่อไป

เทคนิคในการทำกิจกรรมสำหรับเด็กเล็ก

วิธีการง่ายๆ สำหรับการแสดงท่าทาง หน้าตาของพ่อแม่ โดยเริ่มจากโต๊ะอาหาร เพราะถือได้ว่าเป็นบรรยากาศสบายที่สุดของคนในครอบครัว สำหรับพ่อแม่ของเด็กเล็กที่รู้สึกเขินที่จะสอนให้ลูกยิ้ม อาจจะเริ่มจากการกินข้าว เช่น ถ้ากินข้าวอร่อย อาจให้ลูกยิ้มโดยพ่อแม่ยิ้มให้ลูกดูเป็นตัวอย่าง เป็นต้น ซึ่งอาจจะเริ่มจากเรื่องราวในชีวิตประจำวันได้ และสามารถปรับเปลี่ยนการแสดงที่เรารู้สึกว่าเราสามารถทำได้

ให้กำลังใจคุณพ่อคุณแม่ที่อยากจะเริ่มสำรวจความสุข

ในการทำกิจกรรมเราไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบหรือทำให้ครบ เพราะถ้าหากเรายังรู้สึกเขิน อยากให้เริ่มการทำ Feel it ง่ายๆ หรือการสอนง่ายๆ ผ่านชีวิตประจำวัน เพราะการสำรวจความสุขของแต่ละคนไม่ได้มีเงื่อนไขตายตัว ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละคน เพราะฉะนั้น อยากให้เริ่มต้นจากจุดที่เราสบายใจในการพาเด็กๆ Feel it สำหรับการ Care it ก็เป็นสิ่งสำคัญ ค่อยๆ เริ่มจากสิ่งที่เรารู้สึกว่าเราสบายใจที่จะทำอาจมาจากงานหรือกิจวัตรที่เราทำและค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละนิด ทั้งนี้ สามารถรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ เพจ Facebook Starfish Labz : www.facebook.com/watch/live/?ref=watch_permalink&v=285323143461316

คุณเบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์ (นีท) 

นักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นจาก Starfish

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

จะชวนวัยรุ่นคุยเรื่องเพศอย่างไรดี

จะชวนวัยรุ่นคุยเรื่องเพศอย่างไรดี

Starfish Academy
Starfish Academy

พ่อแม่หลายท่านคงกังวลว่า จะชวนวัยรุ่นพูดคุยเรื่องเพศอย่างไรดี จะสอนให้เด็กๆ เข้าใจและหัดระวังตัวเรื่อง “การล่วงละเมิดทางเพศอย่างไรดีนะ” เพราะบางครั้งพ่อแม่อาจจะรู้สึกว่า มันยากจังที่จะชวนคุยเรื่องนี้ เราอาจจะรู้สึกว่าเดี๋ยวเขาจะไม่อยากฟังหรือเปล่า เ ...

227 views 09.11.21
จะชวนวัยรุ่นคุยเรื่องเพศอย่างไรดี
เปิดห้องสำหรับพ่อแม่ สอนเรื่องเพศศึกษาให้ลูก

เปิดห้องสำหรับพ่อแม่ สอนเรื่องเพศศึกษาให้ลูก

Starfish Academy
Starfish Academy

พ่อแม่หลายท่านคงสงสัยว่า เรื่องเพศศึกษา จำเป็นต้องสอนลูกด้วยหรือ? นีทขอตอบเลยค่ะว่า ต้องสอนและจำเป็นอย่างมากค่ะ เพราะว่าการที่เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องเพศ จะช่วยทำให้เด็กๆ สามารถเข้าใจ ป้องกันตนเอง จากการโดนคุกคามทางเพศและอื่นๆ ที่เป็นภัยอันตราย ...

288 views 02.11.21
เปิดห้องสำหรับพ่อแม่ สอนเรื่องเพศศึกษาให้ลูก
10 ข้อควรรู้ จิตวิทยาในการเลี้ยงลูกของพ่อแม่ยุคใหม่

10 ข้อควรรู้ จิตวิทยาในการเลี้ยงลูกของพ่อแม่ยุคใหม่

Starfish Academy
Starfish Academy

การเลี้ยงลูกใครบอกว่าง่ายไม่จริงเลยนะคะ ยิ่งเป็นการเลี้ยงลูกในยุคปัจจุบันนั้นไม่ง่ายเลยจริง ๆ ค่ะ และพ่อแม่ยุคนี้นั้นส่วนใหญ่ก็ทำงานกัน ทำให้เด็กถูกคนอื่น ๆ เลี้ยงมา เพราะด้วยสภาพเศรษฐกิจที่พ่อแม่จำเป็นต้องทำมาหากิน จนทำให้เกิดช่องว่างระหว่างผู้ปกครองกับลูก ยิ่ ...

392 views 28.10.21
10 ข้อควรรู้ จิตวิทยาในการเลี้ยงลูกของพ่อแม่ยุคใหม่