คุณค่า คือการทำเพื่อผู้อื่น

คุณค่า คือการทำเพื่อผู้อื่น

views 348 views • 9 เดือนที่แล้ว

#ศิษย์เก่าเล่าเรื่องรุ่งอรุณ


คุณค่า คือการทำเพื่อผู้อื่น


“ถึงแม้ว่าเราจะเรียนสิ่งหนึ่งอยู่ แต่เราต้องหาคุณค่าจากสิ่งที่เราเรียนอยู่ด้วยเสมอ ตอนนั้นพายไม่เข้าใจเลย ทำไมฉันเรียนสังคมถึงท่องจำอย่างเดียวไม่ได้ เพราะตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ต้องท่องจำไปสอบ ทำไมจะต้องเรียนรู้เพื่อหาปัญหา ไปลงภาคสนาม ไปช่วยเหลือชุมชน ไปทำหลายสิ่งหลายอย่างที่เด็ก ม.ปลายคนอื่นเขาไม่ต้องทำกันแล้ว”



พาย-พิริน วรรณวลี ศิษย์เก่ารุ่งอรุณรุ่นที่ 10 (RA10) บอกเล่าถึงความขัดแย้งในใจสมัยเรียนอยู่รุ่งอรุณ ที่ครูจะพานักเรียนมองหาคุณค่าของเรื่องที่เรียนหรือสิ่งที่ทำอยู่เสมอ แต่กระบวนการเรียนรู้แบบรุ่งอรุณที่ครูพาเธอและเพื่อนๆ ออกภาคสนามไปเรียนรู้ในชุมชนต่างๆ สัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชน ศึกษาภูมิปัญญาและคุณค่าของชุมชน ทำความเข้าใจปัญหา และช่วยหาทางแก้ไขปัญหา เช่น ทำละครสร้างความเข้าใจเรื่องอันตรายจากสารเคมีในชุมชนที่เกษตรกรส่วนหนึ่งยังใช้สารเคมีการทำการเกษตร ทำให้พายค่อยๆ เข้าใจว่าทำไมครูรุ่งอรุณถึงไม่สอนให้เธอเพียงแต่ท่องจำ

“มันมีประโยชน์มากกับการที่เรารู้ว่าเราทำสิ่งหนึ่งไปเพื่ออะไร เราเห็นปลายทางของเราทุกครั้งไม่ว่าเราเริ่มทำอะไรสักอย่างหนึ่ง เราจะเห็นว่ามันส่งผลกระทบกับอะไรบ้าง ความรู้ที่เรามีอยู่ตอนนี้ เรารู้มันแล้วยังไงต่อ มันเอาไปใช้ทำอะไรต่อ เอาไปช่วยคนอื่นได้อย่างไรบ้าง แล้วมันจะกลับมาเป็นประโยชน์กับเราอย่างไร พอเราเข้าใจ มันทำให้ทุกๆ ครั้งที่เราทำงานใหม่ๆ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เราไม่ลืมที่จะหาปลายทางนี้ที่ครูสอนเรามาตลอด ทำให้เรามีเป้าหมาย รู้ว่าเราทำไปเพื่ออะไร มันทำให้เรามีความสุขกับการเรียนรู้มากขึ้น”

ย้อนกลับไปสมัยเรียน พายบอกว่าเธอ “เป็นเด็กอยากดี อยากเป็นเด็กดี อยากเป็นที่รักของครู ของครอบครัว” ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ขณะเดียวกันก็เป็นเหมือนกับดักทำให้เธอกดดันตัวเองโดยไม่รู้ตัว แต่ด้วยวิถีการเรียนรู้แบบรุ่งอรุณที่ไม่ได้ให้คุณค่ากับการจัดอันดับเด็กหรือการแข่งขัน และปฏิบัติกับเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ทำให้เธอก้าวข้ามกับดักนี้มาได้

“เด็กที่อยากดีมากๆ เรียนเก่ง กับเด็กที่ซนมากๆ ไม่เคยถูกทรีตต่างกัน เด็กทุกคนถูกทรีตเหมือนกันหมด รุ่งอรุณไม่เคยมีการจัดอันดับคะแนนสอบที่ 1 2 3 ไม่เคยให้เหรียญทอง พอไม่เกิดการยกระดับขึ้นมา ก็ทำให้เรารู้สึกว่า การที่เราอยากดีมากตลอดเวลามันไม่ได้มีผลดีอะไรขึ้นมาขนาดนั้น เราไม่ได้ถูกยกว่านี่คือดาวเด่นแห่งรุ่งอรุณ หรือตอนแข่งกีฬาสี ก็ไม่เคยได้ถ้วยรางวัลอะไร แข่งแทบเป็นแทบตาย ชนะได้ที่ 1 ดีใจมาก ครูให้กระถางต้นไม้มา 1 ต้น ให้เอาไปปลูก คนที่ได้ที่ 2 ที่ 3 ก็ได้ต้นไม้เหมือนกัน เราก็งง แข่งไปทำไม แต่พอนึกย้อนกลับไป นี่คือรุ่งอรุณมากๆ คือการไม่ทำให้เด็กรู้สึกว่า เราจะต้องแข่งแล้วชนะใคร มันคือการชนะใจตัวเอง แล้วเธอไปทำความดีให้คนอื่นต่อ เป็น Message ง่ายๆ ที่เราจะเจอในทุกๆ เรื่องที่รุ่งอรุณ ไม่ว่าจะเป็นการทำกีฬาสี การทำโปรเจกต์ การทำเรื่องอื่นๆ คือครูแค่จะบอกว่า ทำดีประโยชน์อยู่ที่เธอ แล้วเธอไปทำให้คนอื่นต่อ

ปัจจุบันพายเป็นครูสอนการแสดง ศาสตร์ที่เธอบอกว่ามีคุณค่ามากกว่าความบันเทิง เพราะทำให้เราเข้าใจตัวเอง เข้าใจคนอื่น เห็นเหตุและผลของการกระทำต่างๆ เธอยกตัวอย่างว่า ถ้าเราต้องเล่นเป็นคนที่เลวมาก เราต้องทำความเข้าใจตัวละครนี้ก่อนว่าทำไมเขาถึงทำสิ่งนี้ จุดเริ่มต้นมาจากอะไร เขาผ่านชีวิตอะไรมาบ้าง แล้วทำไมเขาถึงคิดหรือทำแบบนี้ สิ่งที่เขาทำนั้นไม่ดี แต่กระบวนการเหล่านี้จะทำให้เราเข้าใจเขาได้ เช่นเดียวกับที่เราสามารถเข้าใจผู้คนที่พบเจอในชีวิตจริงที่มีความหลากหลายแตกต่างกันไป

“พอเราได้ฝึกสิ่งนี้ไปเรื่อยๆ เหมือนจิตใจเรากว้างขึ้น ทำให้เราเห็นว่า คนเราจะอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลายได้ เราต้องเข้าใจกันเป็นพื้นฐาน”

ระหว่างเป็นครูสอนการแสดง หัวใจรุ่งอรุณที่ให้มองหาคุณค่าของสิ่งที่ทำและการช่วยเหลือผู้อื่น ทำให้พายตั้งคำถามกับตัวเองว่า งานละครที่เธอทำอยู่นี้สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้อย่างไรบ้าง คำถามนำไปสู่การค้นหาคำตอบ จนกระทั่งพายได้รู้จักกับ Apply Drama ศาสตร์ที่นำเอากระบวนการละครมาใช้แก้ไขปัญหาในจิตใจเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคน เธอจึงตัดสินใจจะไปเรียนต่อด้าน Apply Drama ที่ประเทศอังกฤษ เพื่อนำสิ่งที่เธอรักมาช่วยเหลือคนอื่น

“ปีสุดท้ายก่อนจบ ม.6 พายทำละครกับเพื่อน โจทย์ตอนนั้นคือ ทำละครที่สะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้จากรุ่งอรุณตั้งแต่อนุบาลจนถึง ม.6 ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากมาก ตอนนั้นก็นั่งคุยกับเพื่อนกลุ่มใหญ่มากๆ แล้วมีเพื่อนคนหนึ่งเสนอขึ้นมาว่า เราดัดแปลงจากบทละครที่เคยมีมาก่อนไหม ก็คือเรื่องดอนกิโฆเต้ สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ ตอนนั้นเรารู้สึกว่า Message นี้มันใช่มาก พูดแล้วขนลุก มันคือสิ่งที่เด็กๆ รุ่งอรุณถูกปลูกฝังมาว่า ให้สู้เพื่อความถูกต้อง สู้เพื่อความยุติธรรม สู้เพื่อคนอื่นที่กำลังอยู่ในความเดือดร้อน โดยที่ไม่นิ่งเฉย”

“ทุกๆ ครั้งที่กลับมาคิดถึงละครเรื่องนี้ เหมือนเป็นติ่งเล็กๆ ในใจเราที่ทำให้รู้สึกว่า ไม่ว่าเธอจะจบไปทำอะไร ทำอาชีพอะไร อย่าลืมยื่นมือออกไปทำบางอย่างเพื่อคนอื่น ช่วยคนอื่นเท่าที่เราจะช่วยได้ เลยยิ่งเป็นสิ่งที่ทำให้พายมั่นใจว่า การที่พายอยากทำละครเพื่อการเปลี่ยนแปลง ละครเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต คือสิ่งที่ตอบโจทย์ เพราะเราชอบละคร แต่เราก็ยังรู้สึกว่าเราอยากช่วยคนได้มากกว่านี้”


มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง