“เปลี่ยนวิธีคิด พลิกความเชื่อ ด้วยระบบวิทยฐานะแบบใหม่”

อย่างที่ทราบว่าก่อนที่ ก.ค.ศ. จะนำแบบประเมินวิทยฐานะ ว.PA แบบใหม่มาใช้กับครูทั่วประเทศ ได้มีการนำไปทดลองใช้กับโรงเรียนนำร่องในพื้นที่ต่างๆ แล้ว เพื่อให้ได้เกณฑ์ แบบประเมินที่มีมาตรฐานตรงตามเป้าหมายในการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดคุย แนะแนวทางสร้างความเข้าใจในจุดเน้นที่สำคัญของการเขียน PA จากประสบการณ์จริงกับคุณครูชาญชัย ก้อใจ โรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี จังหวัดเชียงราย 1 ในโรงเรียนนำร่อง เพื่อเป็นแนวทางในการเขียนประเมินวิทยฐานะแบบใหม่ หรือ ว.PA ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและตรงตามเป้าหมาย

ว.PA เป็นภาระงานเพิ่มจริงหรือไม่

ว.PA เป็นบันทึกข้อตกลงในการพัฒนางาน ซึ่งเป็นงานที่ครูทำในโรงเรียนเป็นประจำ ไม่ได้เป็นภาระงานที่เพิ่มแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน งานสนับสนุนหรือการพัฒนาวิชาชีพของตนเอง ทั้ง 3 หัวข้อนี้อยู่ในตำแหน่งมาตรฐานครูที่ ก.ค.ศ. กำหนดซึ่งเป็นการจัดระบบงานให้สามารถตามงานด้วยตนเองได้

เขียน PA (งาน ผลลัพธ์ และตัวชี้วัด) อย่างไรให้ครอบคลุม

ก่อนที่จะมาทำ ว.PA จะต้องมีกรอบแนวคิดในการเขียน ว.PA ว่าบริบทโรงเรียนเป็นอย่างไร จากการประชุมหารือในรูปแบบ PLC โดยศึกษาข้อมูลจาก SAR ของสถานศึกษา มาตรฐานการศึกษา แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา แผนปฏิบัติการประจำปีตามแผนยุทธศาสตร์ สังคมและสภาพแวดล้อมของสถานศึกษา ปัญหาในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และปัญหาด้านผู้เรียน ซึ่งในการเขียน PA จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน 

ส่วนแรก คือ ภาระงานของครูเป็นส่วนที่ยากที่สุด เนื่องจากเป็นส่วนที่ปฏิบัติตามมาตรฐาน 3 ด้าน 15 ตัวชี้วัด ส่วนที่ 2 คือ ประเด็นท้าทาย 

โดยในส่วนที่ 1 ภาระงานที่เป็นไปตาม ก.ค.ศ. เป็นจำนวนชั่วโมงสอนที่กำหนดไว้ว่า “ไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และรวมกับภาระงานอื่นแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์” สำหรับครูที่มีรายวิชาที่สอนน้อยกว่าที่กำหนด สามารถนำงานอื่นๆ มารวมได้ไม่ต่ำกว่า 20 ชั่วโมง เช่น งานส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ (กิจกรรม PLC การรวมกลุ่มทำสื่อ จัดสอนซ่อมเสริม ฯล) งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา (งานที่ได้รับผิดชอบนอกเหนืองานสอน เช่น หัวหน้างาน หัวหน้ากลุ่มสาระฯ ซึ่งภาระงานและจำนวนชั่วโมงจะอยู่ในประกาศของโรงเรียน) งานตอบสนองนโยบาย (งานที่เป็นนโยบายของสพฐ. หรือกระทรวงฯ ที่ครูได้รับมอบหมาย) 

ส่วนที่ 2 งานที่ปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่งครู มีอยู่ 3 ด้าน คือ ด้านการจัดการเรียนรู้ มี 8 ตัวชี้วัด ยกตัวอย่างเช่น ตัวชี้วัดที่ 1 สร้างหรือพัฒนาหลักสูตร อาจจะดำเนินโดยการนำหลักสูตรมาทำเป็นโครงสร้างหลักสูตรใหม่ในทักษะด้านต่างๆ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือผู้เรียนสามารถเรียนรู้ตามโครงสร้างหลักสูตร ตัวชี้วัดคือโครงสร้างหลักสูตรที่มีการพัฒนาและนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับนักเรียน ถือได้ว่าตัวชี้วัดของตัวชี้วัดที่ 1 เป็นโครงสร้างที่มีการพัฒนาและนำไปใช้ ตัวชี้วัดที่ 2 การออกแบบการจัดการเรียนรู้ ส่วนใหญ่จะเป็นการเขียนแผนการสอน แต่ยังสามารถใช้รูปแบบกระบวนการเรียนการสอนเป็นตัววัดได้ด้วย ผลลัพธ์สู่ผู้เรียน คือ ผู้เรียนได้รับการพัฒนาจากการออกแบบ/กระบวนการในการจัดการเรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ 4 สร้างเครื่องมือหรือพัฒนาสื่อนวัตกรรม เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้ ตัวชี้วัดนี้สามารถวัดได้ 3 งาน ทั้งการวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ ทั้งศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนากระบวนการเรียนรู้ด้วย ซึ่งตัวชี้วัดที่ 6 ศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ครูส่วนใหญ่คิดว่าคืองานวิจัย ถ้าครูมีความสามารถทางด้านงานวิจัยสามารถเขียนเป็นงานวิจัยได้ แต่สำหรับครูที่ไม่ถนัดงานวิจัย อาจจะเขียนว่าจะประมวลความรู้หลังจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน วิเคราะห์ สังเคราะห์ แก้ปัญหากระบวนการจัดการเรียนรู้ โดยสรุปและนำเสนอเป็นแผ่นภาพ กราฟ หรือบรรยายให้กับนักเรียนชั้นเรียนและมีกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันของครูและนักเรียน สิ่งที่ได้คือนักเรียนและครูได้ร่วมสรุปองค์ความรู้ของเนื้อหาและวิชาที่สอน รวมไปถึงปัญหาและแนวทางในการจัดกิจกรรมการสอนในครั้งต่อไปอย่างไร แต่ถ้าครูอยากทำวิจัยในชั้นเรียนก็สามารถทำได้ ทั้งนี้ครูต้องทำการระบุจำนวนในการทำวิจัยในแต่ละภาคเรียน ตัวชี้วัดที่ 1.7 จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน ส่วนใหญ่จะมองว่าห้องเรียนสะอาด น่าอยู่ แต่การปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างของครูผู้สอน ถือว่าเป็นบรรยากาศในการส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนเช่นกัน ผลลัพธ์นักเรียนได้รับแบบอย่างในการปฏิบัติตนและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ตัวชี้วัด วัดได้จากปฏิบัติตนตามแบบอย่างและมีความสุขในการเรียนรู้ภายในห้องเรียน โดยมีผลงานนักเรียนและชิ้นงานของนักเรียนเป็นที่ประจักษ์ และตัวชี้วัดที่ 1.8 อบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน อาจจะเสริมด้วยกิจกรรม เสริมทักษะพัฒนานักเรียน เช่น จัดโครงการเสริมอาชีพระยะสั้น ค่ายเสริมทักษะ พัฒนาคุณลักษณะของนักเรียน เป็นต้น

ด้านการส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ มี 4 ตัวชี้วัด ดังนี้ ตัวชี้วัดที่ 1 จัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา ซึ่งเป็นงานของครูประจำชั้น ครูประจำวิชา ส่วนผลลัพธ์ได้อะไรจากการจัดทำข้อมูลสารสนเทศ นั่นก็คือนักเรียนได้รับการช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องจากการที่มีผลบันทึกไว้ดีหรือไม่ หรือว่าควรปรับปรุง แก้ไขอย่างไรกับตัวผู้เรียน ทั้งนี้ สามารถนำมาช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาผู้เรียนได้ ไม่ว่าจะเป็นผลสัมฤทธิ์ พฤติกรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์หรือสมรรถนะที่ปรากฎเป็นตัววัดอยู่ในเอกสารต่างๆ ตัวชี้วัดที่จะเกิดขึ้นกับนักเรียนในชั้นเรียนที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น ตัวชี้วัดที่ 2 ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ซึ่งเป็นงานปกติของครูในการคัดกรองนักเรียนเป็นรายบุคคล ผลลัพธ์สามารถแบ่งกลุ่มนักเรียนตามระดับความรู้ความสามารถของนักเรียน ตัวชี้วัดจัดกลุ่มผู้เรียนที่มีความแตกต่าง ด้านการเรียนรู้ให้ได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้เพิ่มสูงขึ้น ตัวชี้วัดที่ 3 ปฏิบัติงานวิชาการและงานอื่นๆ ของสถานศึกษา ตัวชี้วัดที่ 4 ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคี เครือข่าย และสถานประกอบการ เป็นการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาคีเครือข่าย เช่น กิจกรรมประชุมผู้ปกครอง กิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน สรรหาสถานประกอบการฝึกประสบการณ์วิชาชีพให้กับผู้เรียน เป็นต้น

ด้านพัฒนาวิชาชีพ ตัวชี้วัดที่ 1 พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ครูแต่ละคนอาจจะศึกษาพัฒนาตนเองต่างสาขาวิชาที่ตัวเองรับผิดชอบ ซึ่งใน ว.PA จะไม่มีการเก็บจำนวนชั่วโมงแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ นักเรียนได้เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ จากการพัฒนาของครู ได้รับการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กระบวนการต่างๆ จากการเข้าร่วมอบรมเชิงวิชาการของครูผู้สอน ตัวชี้วัดนักเรียนได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพจากการพัฒนาตนเองของครู ทั้งนี้ ยังมีตัวชี้วัดที่สำคัญในการพัฒนาทักษะอาชีพ คือ การมีส่วนร่วมและเป็นผู้นำในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือการเข้าร่วมกิจกรรม PLC เพื่อแก้ไขปัญหาของการจัดการเรียนรู้ ดังนั้น PLC ยังอยู่และจำเป็นต้องมีในโรงเรียน แต่แค่ไม่เก็บชั่วโมง PLC เพราะว่าครูทุกคนย่อมมีปัญหาแตกต่างกัน การระดมความคิดของครูผ่านการร่วมกิจกรรม PLC เป็นแนวทางในการแก้ปัญหานักเรียนและปรับปรุงพัฒนากระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ดังนั้น ถ้าหากครูต้องการจะเลื่อนวิทยฐานะ สามารถใช้กิจกรรม PLC บรรยายนำเสนอในรูปแบบวิดีโอประมาณ 10 นาทีได้ อีกงานหนึ่งการเข้าร่วมนิเทศชั้นเรียนของเพื่อนครู เป็นการเปลี่ยนการนิเทศเพื่อนครู ผลลัพธ์เพื่อเรียนรู้ ศึกษาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของเพื่อนครู และนำมาปรับปรุงพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนที่ครูสอน ตัวชี้วัด นำจุดเด่นจากการนิเทศชั้นเรียนมาพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนและแก้ไขปัญหาจุดด้อยจากการได้รับการนิเทศการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากเพื่อนครู

ทั้งนี้ ในการเขียนผลลัพธ์ต้องเขียนแบบเจาะลึก ปรับให้แคบลง จะทำให้การประเมินง่ายขึ้น แต่ถ้าเขียนรูปแบบกว้างๆ การประเมินจะยาก ทั้งนี้ 1 ตัวชี้วัด สามารถประเมินได้ 2 งาน ทั้งงานออกแบบจัดการเรียนรู้และงานจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วย เพื่อเป็นการลดภาระในการประเมิน ในส่วนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สามารถเขียนได้ว่าจัดกิจกรรมอย่างไร โดยการอธิบายให้กระชับถึงวิธีการ/กระบวนการในการจัดกิจกรรมเรียนรู้อย่างไร และผลลัพธ์สู่ผู้เรียนอย่างไร ซึ่งขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละโรงเรียน

ส่วนที่ 2 คือ ประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน เขียนอย่างไรให้ตอบโจทย์ตำแหน่งวิทยฐานะ และสามารถพัฒนาเด็กได้จริง

ในส่วนที่ 2 ทาง ก.ค.ศ. ได้กำหนดของแบบการเขียน ว.PA ต้องแสดงให้เห็นถึงการริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น สำหรับครูที่อยู่ในระดับไม่มีวิทยฐานะ แสดงให้เห็นถึงการปรับปรุง ประยุกต์ ครูชำนาญการแสดงให้เห็นถึงการแก้ไขปัญหา ครูชำนาญการพิเศษแสดงให้เห็นถึงการริเริ่ม พัฒนา ครูเชี่ยวชาญแสดงให้เห็นถึงการคิดค้น พัฒนานวัตกรรมและปรับเปลี่ยน และครูเชี่ยวชาญพิเศษแสดงให้เห็นถึงการสร้างการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ในการเขียนจะต้องสามารถตอบโจทย์ในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนของผู้เรียนอย่างชัดเจน ด้านวิธีการดำเนินการให้บรรลุผลเป็นการเขียนวิธีการดำเนินการกระบวนการตลอดภาคเรียนในรูปแบบใด ซึ่งแสดงถึงหลักฐานในการทำงานเป็นกระบวนการอย่างชัดเจน ในส่วนผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวังมาจากจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ของโครงการ

การเขียน PA จะขึ้นอยู่กับวงรอบหนึ่งของปีงบประมาณ ซึ่งจะคาบเกี่ยว 2 ปีการศึกษา ซึ่งประเด็นท้าทายจะต้องทำกับเด็กทั้ง 2 ภาคเรียนหรือไม่ อย่างไร

ในการเขียน PA ส่วนตัวไม่ได้เขียนปีการศึกษา เนื่องจากพัฒนาด้วยกระบวนการซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้ง 2 ภาคเรียนในแต่ละปีการศึกษาได้ นอกจากเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ. ได้มีข้อกำหนดว่า กรณีที่ครูเปลี่ยนกลุ่มสาระฯ เปลี่ยนผู้อำนวยการ หรือย้ายสถานศึกษาจะต้องทำการเขียน PA ใหม่

ความอิสระในการตั้งกรอบ PA จำเป็นที่จะต้องใช้รูปแบบที่เหมือนกันหรือไม่

ไม่จำเป็น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับบริบทของนักเรียนและโรงเรียน ซึ่งอาจจะนำรูปแบบของครูท่านอื่นเป็นแนวทางในการเขียนได้

เคล็ดลับในการเขียน PA ในแบบของครูชาญชัย ก้อใจ

1) มองย้อนถึงปัญหา 

2) ตั้งเป้าหมายที่อยากให้เกิดขึ้น 

3) ปรับทัศนคติของตัวเองและ mindset 

4) สร้างกลุ่มเพื่อหาแนวทาง

การเปลี่ยนแปลงระบบการประเมินเป็น ว.PA ส่งผลดีต่อนักเรียนและโรงเรียนอย่างไร

ในการประเมิน ว.PA ส่วนใหญ่จะเป็นการมองในห้องเรียน ซึ่งครูจะอยู่ในห้องเรียนและอยู่กับนักเรียนมากขึ้น ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน นักเรียนจะได้รับการพัฒนาทักษะและสมรรถนะอย่างเต็มที่ ด้านโรงเรียน โรงเรียนมีคุณภาพ เมื่อนักเรียนได้รับการพัฒนาทักษะจากครู โรงเรียนย่อมมีนักเรียนที่มีคุณภาพมากขึ้น ตรงตามมาตรฐานของโรงเรียนและตามมาตรฐานชาติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบทของโรงเรียนด้วย

ดาวน์โหลดเอกสารประกอบ

  1. เอกสารนำเสนอPA ครั้งที่ 2
  2. แบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) ล่าสุด

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

มัดรวมข้อมูลสำคัญ ว.PA

มัดรวมข้อมูลสำคัญ ว.PA

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

สรุปมัดรวมข้อมูลสำคัญว.PA ที่เป็นประโยชน์ต่อคุณครูค่ะ ซึ่งเป็นการสรุปข้อมูลสำคัญจาก Live หัวข้อ “ร่วมเรียนรู้ พร้อมเข้าสู่ระบบ PA” เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2564 ค่ะ เรื่องระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง ตามตำแหน่งและวิทยฐานะ เรื่องระบบการประเมินตำแหน่งและวิทยฐาน ...

7344 views 04.10.21
มัดรวมข้อมูลสำคัญ ว.PA
กิจกรรม Online PLC Leader ครั้งที่ 1 โครงการ สนับสนุนโรงเรียนพัฒนาตนเอง รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ต่อเนื่องในปี 2564

กิจกรรม Online PLC Leader ครั้งที่ 1 โครงการ สนับสนุนโรงเรียนพัฒนาตนเอง รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ต่อเนื่องในปี 2564

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

ผู้นำและการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมกิจกรรม Online PLC Leader ครั้งที่ 1 เป็นโครงการสนับสนุนโรงเรียนพัฒนาตนเองรุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ต่อเนื่องในปี 2564 หรือกิจกรรม TSQP ซึ่งเป็นกิจกรรม PLC ที่ผู้บริหารทั้งหมด 91 โรงเรียนในเครือข่ายร่วมพูดคุย แบ่งปัน ...

189 views 05.11.21
กิจกรรม Online PLC Leader ครั้งที่ 1 โครงการ สนับสนุนโรงเรียนพัฒนาตนเอง รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ต่อเนื่องในปี 2564
PA ครู เขียนอย่างไร ให้ชัดเจนและตรงประเด็น

PA ครู เขียนอย่างไร ให้ชัดเจนและตรงประเด็น

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

“เขียน PA อย่างมีประสิทธิภาพ สู่ครูมืออาชีพ”อย่างที่ทราบกันดีว่าการประเมินผลการทำงาน เป็นสิ่งที่สำคัญในการแสดงถึงความก้าวหน้า ความสามารถ หรือบ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการทำงาน ในวันนี้ทาง Starfish Labz จะมาพูดถึงการกำหนดความก้าวหน้าในอาชีพครู ก ...

35072 views 11.10.21
PA ครู เขียนอย่างไร ให้ชัดเจนและตรงประเด็น