รับได้ไหม? จะทำอย่างไรถ้าลูกอยากหยุดเรียนกลางคัน?

รับได้ไหม? จะทำอย่างไรถ้าลูกอยากหยุดเรียนกลางคัน?

ประเด็นการหยุดเรียนออนไลน์ กลายเป็นปัญหาใหญ่ไปแล้ว ถึงกับมี แฮชแท็กไม่เรียนออนไลน์แล้ว โดยมียอดทวิตทะลุ 1 ล้าน เป็นเทรนด์อันดับ 1 ในทวิตเตอร์ช่วงนี้เลยทีเดียว (กันยายน 2564) และเมื่อการเรียนออนไลน์มันไม่ใช่ทางอีกต่อไป จนทำให้ลูกอยากหยุดเรียนเพื่อทำงานหรือใช้ชีวิตด้านอื่น พ่อแม่ควรทำอย่างไร? วันนี้เราจะมาชวนคุยเรื่องนี้กันค่ะ

หยุดเรียนกลางคัน เหรียญที่มีสองด้าน?

ถ้าเราจะมองเรื่องนี้ในบริบทของครอบครัวที่ลูกมีความพร้อมที่จะเรียน แต่ไม่คิดว่าการเรียนในช่วงนี้เหมาะสม มากกว่าจะเป็นเรื่องการหยุดเรียนเพราะพิษเศรษฐกิจ ซึ่งทางนั้นอาจจะต้องเลือกหยุดเรียนไปก่อน ซึ่งเป็นเรื่องของตามความจำเป็นทางการเงิน 

เราอยากบอกว่าเรื่องนี้มองได้ทั้งสองด้าน ผู้ปกครองอาจมองว่าเป็นเรื่องผิดเพราะคิดว่าเวลาที่เสียไปนั้นเป็นการสูญเปล่าทางการศึกษา เสียทั้งเงินและเวลาไปแล้ว แต่ลูกกลับเลือกที่จะไม่เรียนต่อ กลัวลูกจะตามเพื่อนไม่ทันเนื่องจากเวลาที่หายไปเป็นปี ก็กลัวลูกจะต่อไม่ติด 

ในขณะเดียวกันเด็กๆ ก็รู้สึกว่าเขาเลือกถูกแล้ว เพราะสมควรที่ได้รับการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเป็นการเรียนที่มีปฎิสัมพันธ์กัน มากกว่าแค่หน้าจอ การเรียนการสอนที่มีมากกว่าการฟังบรรยาย เพราะบางอย่างต้องลงมือทำ ถึงจะเข้าใจ บางวิชาแทบจะเรียนออนไลน์ผ่านหน้าจอไม่ได้ด้วยซ้ำ ก็ไม่แปลกที่เด็กๆ จะคิดว่าอยากจะหยุดเรียนในตอนนี้

หยุดเรียนแล้วไปไหน?

  • หยุดเพื่อฝึกทักษะที่สนใจ

เพราะชีวิตเราไม่ได้มีแค่เรื่องวิชาการเท่านั้น เราเข้าใจว่าคุณพ่อคุณแม่ก็เข้าใจดี สูตรเคมีที่เราท่อง หรือภาษาที่ 3 ที่เราเรียน บางครั้งแทบไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือการงานเลยด้วยซ้ำ คนรุ่นเราอาจจะไม่เคยตั้งคำถามว่าแล้วเราจะเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ไปทำไมกัน? เรื่องที่เราจำเป็นต้องเรียนตามหลักสูตร แต่แทบไม่ได้ใช้เลยตลอดชีวิต? 

ช่วงเวลานี้จึงถือว่าเป็นช่วงที่เราจะเข้าสู่การเรียนรู้ที่แท้จริงแล้วว่า ลูกต้องการที่จะเรียนอะไร? เขาต้องการที่จะฝึกทักษะอะไร?

  • หยุดเพื่อนฝึกฝนอย่างจริงจัง

บางครั้งถ้าลูกมีทักษะบางเรื่องที่เราเล็งเห็นแล้วว่ามีแวว และเขาก็ชอบทางนั้น ไม่ว่าเป็นกีฬา ดนตรี หรือแม้กระทั่งทักษะการเล่นเกมส์อย่าง E-sport ช่วงเวลานี้ก็เป็นเวลาที่ดีที่จะพักเรื่องการเรียนพื้นฐานไว้ก่อนแล้วไปทุ่มเททางด้านนั้นอย่างจริงจัง ใช้เวลาให้เต็มที่แล้วมุ่งมั่นไปทางนั้น 

ตัวอย่างนักกีฬาดังๆ บุคคลสำคัญทั้งหลาย อาทิเช่น ไทเกอร์ วู๊ดส์, มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก, เลดี้ กาก้า, ไมเคิล เดลล์  ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Dell หรือแม้แต่ สตีฟ จ็อปส์ แทบจะไม่เสียดายเลยด้วยซ้ำที่พวกเขาไม่ได้มีวุฒิการศึกษาตามบรรทัดฐานของสังคม

  • หยุดอย่างมีเหตุมีผล

เราไม่ได้เข้ามาเชียร์เด็กๆ ให้หยุดเรียนแบบไม่ลืมหูลืมตานะคะ แต่อยากให้ดูช่วงเวลาของการเรียนลูกด้วย เช่น เหลืออีกเทอมเดียวจะจบชั้น ก็ควรให้จบตามหลักสูตรเสียก่อน หรือถ้าอยู่ระหว่างจะขึ้นช่วงชั้นใหม่ เช่น จากมัธยมต้นไปมัธยมปลาย หรือจบมัธยมปลายแล้วจะเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ก็อาจจะลองให้ลูกได้ตั้งหลักก่อนได้ 

  • หยุดเรียน เพื่อเริ่มเรียน

เมื่อการศึกษาในไทยอาจจะไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในแบบที่ลูกต้องการ และในอนาคตเราไม่ได้เป็นเพียงประชากรของประเทศใดประเทศหนึ่งแล้ว แต่เราเป็นประชากรของโลก การหยุดเรียนเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อไปศึกษาต่อต่างประเทศไม่ใช่เรื่องยาก แถมยังจะได้ทักษะทางภาษามากขึ้นอีก 

บางประเทศไม่ต้องใช้เงินทุนมากมาย หรือบางประเทศค่าครองชีพต่ำกว่าไทยเสียอีก เช่น อินเดียที่ค่าเงินต่ำกว่าเรา 1 เท่า แต่ได้เรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ หรือจะเลือกไปประเทศที่ใช้ภาษาที่ 3 ช่วงเวลานี้ก็เป็นเรื่องดีที่จะเตรียมตัวลูกให้พร้อม ทั้งเรื่องภาษาและทักษะการใช้ชีวิตในต่างแดน

ชวนมารู้จัก Gap Year ปีนี้ไม่มีเรียน!

ในต่างประเทศ เมื่อเด็กๆ เรียนจบไฮสคูล ซึ่งเป็นการศึกษาภาคบังคับแล้ว จะไม่ได้เร่งรีบสอบเข้าระดับอุดมศึกษา เหมือนบ้านเราค่ะ เขาจะมีช่วงที่เรียกว่า “Gap Year” ซึ่งก็คือช่วงเวลาแห่งการพักยาวหนึ่งปี จะก่อนหรือหลังเรียนมหาวิทยาลัยก็แล้วแต่ เพื่อให้ได้คิดทบทวนตัวเอง ทั้งหาจุดมุ่งหมายที่จะเรียนในสิ่งที่ต้องการ หรือแม้แต่จะใช้เวลาช่วงนี้เพื่อค้นหาตัวเอง และใช้ชีวิตที่เป็นตัวเองอย่างแท้จริง

ส่วนใหญ่แล้วในช่วงนี้ เด็กๆจะลองทำกิจกรรมใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ เช่น ออกค่ายอาสาสมัคร Work and Travel ทำงานพิเศษ ที่ สวนสนุก ร้านอาหาร ไปเที่ยวต่างประเทศ ฯลฯ

ในเมืองไทยเราอาจจะไม่ได้เรียกว่า Gap Year แต่เด็กๆจะใช้คำว่า “ซิ่วอยู่บ้าน” (คุณพ่อคุณแม่ลอง Seach หรือส่องคำนี้ใน Twitter ได้) ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่เด็กๆ เลือกจะไม่เข้าเรียนในคณะที่ไม่ต้องการ แต่จะใช้เวลา 1 ปีมาเพื่อเตรียมสอบครั้งใหม่ในคณะที่ชอบ หรือเตรียมตัวเพื่อเรียนต่อต่างประเทศ เป็นต้น

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

เป็นพ่อแม่ต้องลงทุน อนาคตลูกสร้างได้

เป็นพ่อแม่ต้องลงทุน อนาคตลูกสร้างได้

Starfish Academy
Starfish Academy

“การลงทุนด้านการศึกษา สำคัญเพียงใด”“ชีวิต คือ การลงทุน” ในการดำเนินชีวิตของคนเราย่อมต้องเกี่ยวข้องกับการลงทุนเสมอ ขึ้นอยู่ว่าจะเลือกลงทุนในรูปแบบใด ซึ่งในครั้งนี้จะพูดถึง “การลงทุนด้านการศึกษา” ซึ่งถือได้ว่าเป็นการลงทุนระยะยาวแล้ว ยังเป็นการลงทุนเ ...

395 views 08.10.21
เป็นพ่อแม่ต้องลงทุน อนาคตลูกสร้างได้
6 วิธีดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษเบื้องต้น

6 วิธีดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษเบื้องต้น

วสันต์ วรรณรัตน์
วสันต์ วรรณรัตน์

ความต้องการพิเศษมีหลายลักษณะ จึงทำให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษในแต่ละคนมีบุคลิก ลักษณะ การแสดงออกที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพความต้องการพิเศษ และความรุนแรงของภาวะนั้น ๆ เช่น เด็กออทิสติก บางคนมีการหลีกหนีสังคม ไม่สามารถเล่นกับเพื่อนได้ เด็กส ...

1206 views 03.08.21
6 วิธีดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษเบื้องต้น
Parental Burnout พ่อแม่หมดไฟ...แต่ใครจะกล้าพูด

Parental Burnout พ่อแม่หมดไฟ...แต่ใครจะกล้าพูด

Starfish Academy
Starfish Academy

ในบางครั้งความตั้งใจที่มอบสิ่งดีๆให้ลูกให้มีอนาคตที่ดีให้เป็นไปตามความคาดหวังของพ่อแม่อาจมีเยอะเกินไป จนตัวพ่อแม่เองรู้สึกเหนื่อยและท้อ ไหนจะต้องทำเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก ไหนจะต้องทำงานหาเงินมาส่งเสริมและเลี้ยงดูลูก ทำให้เกิดความเครียด ซึ่งหลายๆคนอาจบ ...

1043 views 28.07.20
Parental Burnout พ่อแม่หมดไฟ...แต่ใครจะกล้าพูด