เกาะกระแสโควิด-19

เกาะกระแสโควิด-19

Starfish Academy
โดย : Starfish Academy

เชื่อได้เลยว่าสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 หรือโคโรน่าไวรัส ยังคงระบาดหนักกันอยู่ในช่วงนี้ ซึ่งเจ้าโรคระบาดนี้มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งพบเป็นครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนนั้นเอง

 

ไวรัสโควิด-19 เป็นไวรัสชนิดใหม่ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับตระกูลของไวรัสที่เป็นต้นเหตุของโรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome-SARS) หรือโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง รวมทั้งโรคหวัดธรรมดาบางประเภทด้วย

 

และตอนนี้องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ยกระดับการเตือนภัยความเสี่ยงการระบาดไปทั่วโลกของโรคโควิด-19 ให้อยู่ในระดับ "สูงมาก" ซึ่งเป็นระดับสูงสุด โดยให้เหตุผลว่า ยอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นและการลุกลามไปในประเทศต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเป็นเรื่อง "น่ากังวลอย่างแท้จริง"

 

ซึ่งวันนี้ (5 มี.ค. 63) นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวถึงสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 4 ราย เป็นคนไทย 2 ต่างชาติ 2 ทำให้ตอนนี้ไทยมีผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 47 ราย ทำให้ตอนนี้มีผู้ป่วยที่รักษาหายไปทั้งหมด 31 ราย ยังอยู่ในโรงพยาบาล 15 ราย เสียชีวิต 1 ราย นั้นเอง

 

ทำให้ตอนนี้จะเห็นได้ว่า หลายประเทศก็ออกมามีมาตรการสกัดกันโรคอย่างเข้มข้นมากขึ้นด้วย ซึ่งก็มี 7 ประเทศที่ห้ามชาวญี่ปุ่นเข้าเลย ได้แก่ อิสราเอล ซามัว ไมโคนีเซีย คิริบาตี คอโมรอส ตูวาลู และหมู่เกาะโซโลมอน ออกมาตรการห้ามชาวญี่ปุ่น รวมถึงผู้เดินทางมาจากญี่ปุ่นเข้าประเทศ เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 นี้แล้วด้วย

 

นอกจากนี้ประเทศที่ยังน่าเป็นห่วงอย่าเกาหลีใต้ ก็มียอดตายพุ่งสูงถึง 3,198 คนแล้ว (4 มี.ค 63) และเชื้อลามทะลุไป 5,000 คนไปแล้วตอนนี้ ทำให้เรื่องที่คนทั้งประเทศกังวลอย่างแรงงานที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย หรือที่เรียกว่า “ผีน้อย” จากเกาหลีใต้ ที่เป็นข่าวกันอยู่ตามโซเชียลตอนนี้ก็เป็นที่น่ากังวลไม่ใช่น้อยเลยนะคะ ซึ่งการตรวจคัดกรองของผีน้อยนี้ก็มีการคัดกรองกันมาแล้วจากต้นทางที่เกาหลีใต้ และการตรวจคัดกรองแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ


1.คนไทยที่กลับจากพื้นที่เสี่ยงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้แก่ เมืองแทกู และคย็องซัง ซึ่งทุกคนต้องถูกกักตัวในพื้นที่ควบคุมโรคตามที่รัฐจัดไว้ให้ 14 วัน


2.คนที่มาจากเมืองอื่นของเกาหลีใต้ หากไม่มีไข้จะได้เดินทางกลับภูมิลำเนา แต่จะมีการจัดพื้นที่ส่วนราชการ หรือสถานพยาบาลที่เหมาะสมไว้เพื่อติดตามอาการต่อไป


แล้วเราจะมีความเสี่ยงแค่ไหน ?

จากข้อมูลต่างๆ พบว่า การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กลุ่มคนที่จะมีโอกาสเสียชีวิตมากซึ่งได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และอาจจะรวมถึงผู้ชายด้วย การวิเคราะห์ขนาดใหญ่ครั้งแรกในผู้ติดเชื้อมากกว่า 44,000 ในประเทศจีน พบว่า อัตราการเสียชีวิตในผู้สูงอายุสูงกว่าคนวัยกลางคนถึง 10 เท่า และอัตราการเสียชีวิตในคนที่อายุต่ำกว่า 30 ปี ต่ำที่สุด โดยมีผู้เสียชีวิต 8 คนในจำนวนผู้ติดเชื้อ 4,500 คน อีกทั้งหากเป็นผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือปัญหาในการหายใจ มีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าคนปกติอย่างน้อย 5 เท่า และผู้ชายมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าผู้หญิงเล็กน้อย


อาการ

องค์การอนามัยโลก ระบุว่า ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จะมีอาการเริ่มแรกคือ มีไข้ ตามมาด้วยอาการไอแห้ง ๆ หลังจากนั้นราว 1 สัปดาห์จะมีปัญหาหายใจติดขัด ผู้ป่วยอาการหนักจะมีอาการปอดบวมอักเสบร่วมด้วย หากอาการรุนแรงมากอาจทำให้อวัยวะภายในล้มเหลว

ขณะที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะนำว่า หากผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงการระบาดของโรคมีอาการไข้ ร่วมกับอาการทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ควรรีบพบแพทย์ทันที

 

การป้องกันตัวเองจากเชื้อไวรัสจะทำได้อย่างไร ?

1.หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีผู้คนแออัด เพราะเราไม่สามารถหลบหลีกผู้ที่มีอาการไอหรือจามได้ง่ายๆ

2.หลีกเลี่ยงคนที่มีอาการไอ หรือจาม ให้อยู่ห่างไกลอย่างน้อย 2 เมตร เพราะการไอหรือจามนั้นจะทำให้น้ำลายกระเซ็นออกไปกระมาณ 1-2 เมตร หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ควรใส่หน้ากากอนามัยเพื่อลดความเสี่ยงไว้นั้นเอง

3.ไม่ควรเอามือที่ไม่สะอาดมาจับบริเวณใบหน้าเด็ดขาด โดยเฉพาะ ตา จมูก และปาก

4.ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์

5.รับประทานอาหารร้อน และใช้ช้อนกลางเสมอ

6.กรณีเดินทางไปต่างประเทศ หากมีความจำเป็นจริงๆ เมื่อกลับมาแล้วพบว่าตัวเองมีอาการจาม ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หอบเหนื่อย ให้ประสานโรงพยาบาลที่ใกล้บ้าน หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 เพื่อตรวจให้แน่ใจ หากไม่พบอาการ ให้กักตัวเองในที่พัก 14 วัน และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดด้วยการสวมหน้ากากอนามัย หยุดเรียน/ทำงาน งดร่วมกิจกรรมต่างๆ นอนแยกห้อง ปิดจาก หรือจมูกทุกครั้งที่จากหรือไอ หมั่นทำความสะอาดที่พัก ของใช้ และทานอาหารแยกกับผู้อื่น หากไปพบแพทย์ต้องแจกเสมอว่าเดินทางไปไหนมา

7.งดเข้าร่วมกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มคนเป็นจำนวนมาก หากไม่มีเหตุผลเร่งด่วนในการจัด ก็ควรเลื่อนออกไปก่อนนั้นเอง

 

ข้อมูลจาก : www.bbc.com

www.bangkokbiznews.com/news/detail/869140

www.tnnthailand.com/content/30929

 www.unicef.org