5 เรื่องต้องห้าม กับการเลี้ยงลูกวัยรุ่น

5 เรื่องต้องห้าม กับการเลี้ยงลูกวัยรุ่น

การเลี้ยงลูกช่วงที่ปราบเซียนที่สุด คงหนีไม่พ้นการเลี้ยงลูกวัยรุ่นแน่นอนค่ะ เพราะนอกจากวัยนี้จะมีฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงอย่างถาโถมแล้ว ยังเป็นช่วงที่ใช้อารมณ์เป็นใหญ่อีก เราแนะนำเรื่องของสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำไปหลายตอนแล้ว คราวนี้เรามาดูบ้างดีกว่าว่า “เรื่องต้องห้าม” ในการเลี้ยงลูกวัยรุ่นนั้นมีอะไรบ้าง

1. ห้าม..การไม่เคารพความเป็นส่วนตัว

เรื่องใหญ่ของวัยรุ่นเลยก็ว่าได้ เพราะวัยนี้เริ่มต้องการพื้นที่ส่วนตัว เริ่มอยากอยู่กับตัวเอง แต่ก็เป็นวัยที่ติดเพื่อนมากเช่นกัน เพราะฉะนั้น การเคารพความเป็นส่วนตัวของลูก เป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความสำคัญ แต่จะต้องอยู่ในกรอบที่คุณพ่อคุณแม่วางไว้ด้วย เรื่องนี้อาจจะต้องมาเซ็ตกฎ กติกา กันกับลูกว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาของเขานะ คุณพ่อคุณแม่จะไม่เข้าไปยุ่ง แต่ช่วงเวลานี้จะต้องเป็นเวลาของครอบครัวนะ ต้องมีการแบ่งให้ชัดเจน

หรือพื้นที่ Social บางส่วนของเขาที่ไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่ไปยุ่งก็ต้องบอกว่าคุณพ่อคุณแม่ควรจะรับรู้การมีอยู่ของ Account ต่างๆเหล่านี้ แต่จะต้องสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ พอให้ไม่เป็นการรบกวนลูก แต่ก็ต้องไม่ละเลยเช่นกัน

ในทางกลับกัน การที่คุณพ่อคุณแม่จะโพสต์เรื่องราว รูป คลิป ของลูกลงในโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็ต้องคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของลูกด้วย นอกจากนี้ยังมีเรื่องของความปลอดภัย ที่มิจฉาชีพอาจใช้ช่องทางนี้ในการแกะรอยกิจกรรมของเด็กๆ จากการเช็คอินของคุณ หรือการขโมยตัวตนต่างๆของลูกในออนไลน์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้

2. ห้าม..การไม่มีเวลาให้

งานจะยุ่งแค่ไหนก็อย่าลืมว่าลูกวัยรุ่นนั้น ต้องการเวลาจากคุณเช่นกันค่ะ เพราะบางครั้ง การให้เวลาที่พอเหมาะพอควรจะทำให้ลูกเปิดใจได้ คุณพ่อคุณแม่อาจจะมองว่าลูกไม่เห็นอยากจะคุยด้วยเลย ว่างก็เอาแต่คุยกับเพื่อนหรือไม่ก็เล่นเกม

นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าคุณไม่มีเวลาให้เขามากพอ ที่จะเปิดใจคุยด้วยก็ได้ ลองหาเวลาพูดคุยกันบ่อยๆ ย่อมดีกว่าปล่อยให้เกิดปัญหาแล้วมานั่งแก้นะคะ บางเรื่องสามารถป้องกันได้ด้วยการพูดคุยเท่านั้นเอง

ที่สำคัญเวลาทำกิจกรรมร่วมกันนั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน เปลี่ยนที่ เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เปิดโอกาสให้ลูกได้ไปในที่ใหม่ๆ การได้เที่ยวได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่ต้องไปไกลก็ได้ แต่ลองเปิดใจทำกิจกรรมกับลูกบ้าง เช่น ตอนนี้วัยรุ่นสนใจการเล่นเซิร์ฟสเก็ต ก็ลองเข้าไปทำกิจกรรมในโลกของเขาบ้าง จะช่วยเสริมสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีมากขึ้นค่ะ

3. ห้าม..การไม่เชื่อใจ

การไว้เนื้อเชื่อใจ เป็นอีกสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น เมื่อลูกได้รับผิดชอบอะไรก็ตาม ไม่ว่าเขาจะอาสาเอง หรือคุณพ่อคุณแม่จัดให้ก็ตาม ลองให้เขาได้ทำก่อน ไม่ว่าผลจะออกมาบวกหรือลบ คุณพ่อคุณแม่ต้องเชื่อใจให้ลูกได้ลอง เพราะถ้าสิ่งนั้นสำเร็จ เขาก็จะเกิดความมั่นใจ แต่ถ้าไม่สำเร็จ เราก็หาทางเรียนรู้จากประสบการณ์นั้น 

ความเชื่อใจจะทำให้ลูกรู้สึกว่าเรารัก และคาดหวังในตัวเขา คงไม่มีใครอยากทำให้คนที่คาดหวังต่อเราผิดหวัง หากคนที่สำคัญ และใกล้ชิดที่สุดในชีวิตไม่เชื่อใจเขา เขาจะไปแสวงหาความคาดหวัง และเชื่อใจจากคนอื่นๆไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือรุ่นพี่  ซึ่งเราไม่สามารถควบคุมหรือรู้ได้ว่าจะเกิดผลอะไรขึ้นบ้าง

4. ห้าม..การไม่ฟัง

สิ่งหนึ่งที่ลูกวัยรุ่นเบื่อ คือคุณพ่อคุณแม่ที่ขี้บ่นค่ะ นั่นสะท้อนว่าคุณพ่อคุณแม่เอาแต่พูดๆๆ โดยไม่ฟังลูกนั่นเอง อย่าลืมว่าการสื่อสารที่ดีต้องมีทั้งผู้พูด และผู้ฟัง ซึ่งจริงๆแล้วลูกอาจจะแค่อยากให้คุณได้ฟังเขาบ้าง แต่ไม่ใช่ฟังแล้วก็คอยสั่งสอนและบ่น หากเป็นแบบนั้นลูก ๆ ก็คงเซ็งและเข็ดไม่อยากจะเล่าอะไรหรือพูดอะไรให้ฟังอีก

หากคุณอยากจะเตือน หรือสอนลูกในช่วงเวลาที่เขาเล่าหรือคุยก็คือ ให้รับฟังไปก่อน ฟังอย่างเข้าใจ ละทิ้งอคติไว้ห่างๆ และไม่โต้แย้งใด ๆ รอจังหวะที่ลูกถามความเห็นเรา ตรงนี้ล่ะค่ะที่คุณสามารถบอกลูกได้ โดยใช้คำขึ้นต้นว่า “แม่มีความเห็นว่า ถ้าเป็นแบบนี้ จะดีไหม? พ่อแนะนำว่าถ้าลูกลองทำแบบนี้ น่าจะโอเคนะ ฯลฯ แต่อย่าบังคับ หรืออย่าฟังธงว่าเขาต้องทำอย่างที่คุณแนะนำ เพราะไม่อย่างนั้น ก็ไม่ต่างจากการบ่นแบบเดิม

5. ห้าม..การไม่เข้าใจธรรมชาติของวัยรุ่น

  • ลองมาเช็คดูกันก่อนค่ะว่าคุณเข้าใจธรรมชาติของวัยรุ่นมากน้อยแค่ไหน เพราะวัยรุ่นนั้นเป็นวัยที่
  • อารมณ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
  • วิตกกังวล เกี่ยวกับตัวเอง เช่น เรื่องรูปร่างตัวเอง  
  • ต้องการความรัก และการยอมรับ
  • อยากเป็นอิสระ ไม่ชอบทำตามคำสั่ง  
  • อยากรู้อยากเห็น อยากลอง 
  • ต้องการความถูกต้องและยุติธรรม 
  • ชอบแหกกฎและชอบลองของ

นี่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติของวัยรุ่น ซึ่งบางครั้งตัววัยรุ่นเองก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เพราะสิ่งที่เขาต้องการนั้นเกิดการพัฒนาการตามวัย ช่วงเวลาที่ร่างกาย ฮอร์โมน จิตใจ อารมณ์ ทุกอย่างผสมผสาน และเปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้วในช่วงวัยรุ่น นี่เป็นเพียงแค่ปัจจัยภายในร่างกายเท่านั้น ยังไม่รวมเรื่องของสังคมที่เปลี่ยนแปลงจากเด็กเข้าสู่วัยที่ต้องโตขึ้น 

หน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ นอกจากจะคอยอยู่เคียงข้าง และทำความเข้าใจกับธรรมชาติของพวกเขา ให้กำลังใจ รวมถึงพยายามเตือนตัวเองเสมอเมื่อลูกแสดงพฤติกรรมที่ไม่ได้น่ารักเหมือนตอนเด็กๆ 

โบราณมักบอกว่า วัยรุ่นเป็นวัย “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ถ้าผ่านไปได้ดี เขาก็จะเข้าสู่โลกของผู้ใหญ่ที่ดีได้ เราจึงขอฝาก 5 เรื่องต้องห้ามที่เราขอให้คุณพ่อคุณแม่เลี่ยงที่จะทำ เพื่อให้ทั้งลูกและเราผ่านช่วงเวลาที่ยากมากนี้ไปให้ได้ค่ะ

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

5 วิธีเผื่อใจ เมื่อต้องอยู่ใกล้กับความสูญเสีย

5 วิธีเผื่อใจ เมื่อต้องอยู่ใกล้กับความสูญเสีย

Starfish Academy
Starfish Academy

ปฎิเสธไม่ได้ว่าเราอยู่ในช่วงที่โรคระบาด คร่าชีวิตคนไทยไปมากกว่ารายงานตัวเลขของภาครัฐ นั่นแปลว่าหลายครอบครัวอาจจะต้องรับมือกับความสูญเสียของคนใกล้ชิด เราต้องยอมรับว่าเรื่องแบบนี้อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และก็เหมือนกับเรื่องอื่นๆ ที่เราควรจะเตรียมตัว ...

287 views 11.09.21
5 วิธีเผื่อใจ เมื่อต้องอยู่ใกล้กับความสูญเสีย
5 เรื่องที่พ่อแม่ควรรู้เมื่อลูกเรียนออนไลน์

5 เรื่องที่พ่อแม่ควรรู้เมื่อลูกเรียนออนไลน์

Starfish Academy
Starfish Academy

เข้าใจว่าการเรียนออนไลน์คงไม่ใช่เรื่องชั่วคราวอีกแล้ว จากสถานการณ์ช่วงนี้ ดังนั้นเพื่อการเรียนรู้ที่ไม่สะดุดของลูก เรารวบรวมปัญหาคาใจของเด็กๆวัยเรียนให้พ่อแม่รู้ว่า เขาอยากจะขอร้องอะไรบ้างเมื่อต้องเรียนออนไลน์ 1. ขอสมาธิหน่อย!พ่อแม่อาจจะคิดว่าก็นี่บ้าน ...

693 views 27.09.21
5 เรื่องที่พ่อแม่ควรรู้เมื่อลูกเรียนออนไลน์
สานสัมพันธ์กับลูกด้วยการฟังแบบ Active Listening

สานสัมพันธ์กับลูกด้วยการฟังแบบ Active Listening

Starfish Academy
Starfish Academy

เราเชื่อว่าพ่อแม่ผู้ปกครองทุกท่านล้วนอยากจะเป็นที่ปรึกษาของลูก เป็นคนที่ลูกให้ความไว้วางใจ และเป็นที่พึ่งพิงให้กับพวกเขาเมื่อเผชิญปัญหาต่าง ๆ ในชีวิต แต่ลูกอาจไม่ได้ต้องการคำแนะนำหรือวิธีแก้ไขปัญหาเสมอไป เพราะบางครั้งเขาแค่ต้องการคนที่เข้าใจและรับฟังในสิ่ ...

1286 views 23.06.21
สานสัมพันธ์กับลูกด้วยการฟังแบบ Active Listening