มาใช้ชีวิตให้มัน Plus Ultra กันเถอะ

มาใช้ชีวิตให้มัน Plus Ultra กันเถอะ

เกริ่นนำสักเล็กน้อย......

ตัวเราเองก็เป็นโอตาคุมากๆ นะคะ ดูการ์ตูนตั้งแต่อนุบาล ปัจจุบันนี้เราก็ยังติดการ์ตูนไม่หาย ทำหมดค่ะ ทั้งดูอนิเมะ อ่านมังงะ ซื้อฟิกเกอร์ ต่อกันพลาบ้าง และด้วยความที่ติดการ์ตูน เราเลยอยากจะส่งต่อทั้งความสนุก ความคลั่งตัวการ์ตูน และข้อคิดชีวิตในมุมจิตวิทยาวัยรุ่นเชิงการพัฒนาตนเองผ่านการ์ตูน

โดยบทความนี้จึงอยากจะชวนมาพูดคุยจากการ์ตูนที่รักที่สุด คือ My Hero Academia ค่ะ

My Hero Academia เป็นเรื่องราวของหนุ่มสาววัยรุ่นที่พยายามทำตามฝันให้เป็นจริง นั่นคือ การเป็นฮีโร่ เพื่อช่วยเหลือผู้คนที่เดือดร้อน ซึ่งการจะไปถึงฝันนั้น ทุกคนจะต้องเริ่มจากการสอบเข้ารร.สอนเป็นฮีโร่ เพื่อเรียนรู้ ฝึกฝนตนเองในการเป็นฮีโร่ และเรื่องราวของเด็กหนุ่มเดกุและเพื่อนพ้องห้อง A-1 ก็เริ่มขึ้นที่ตรงนี้

ในการ์ตูนเรื่องนี้ มีคำๆ หนึ่งที่เด็ก, คุณครูของยูเอ (โรงเรียนสอนเป็นฮีโร่) มักจะพูดกันติดปากหรือแสดงให้เห็นผ่านการกระทำ คือ Plus Ultra (ไปให้ไกลยิ่งกว่า) ตัวเราเองมองว่า Plus Ultra (ไปให้ไกลยิ่งกว่า) คือ หนึ่งในใจความสำคัญที่การ์ตูนเรื่องนี้ อยากจะสอนให้เรา เพียรพยายาม ไม่ย่อท้อ และผ่าฟันอุปสรรคที่อยู่ตรงหน้าให้ได้ เพื่อให้ฝันค่อยๆกลายเป็นจริง ซึ่ง Plus Ultra (ไปให้ไกลยิ่งกว่า) นี้ก็ตรงกับคุณลักษณะหนึ่งของจิตวิทยา นั่นคือ คำว่า Grit หรือความเพียร

Grit (ความเพียร) หมายถึง การที่เรามีความอิน/ความรักกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และอยากจะทำ/เป็น ในสิ่งนั้นให้ได้ โดยเราจะไม่ยอมแพ้ จนว่าฉันจะทำสำเร็จ ซึ่งมันตรงกันมากเลยนะ กับคำว่า Plus Ultra (ไปให้ไกลยิ่งกว่า) ดังนั้น เลยอยากให้น้องๆ ที่อ่านและชอบเรื่อง My Hero Academia มาเก็บความ Plus Ultra (ไปให้ไกลยิ่งกว่า) ให้เต็มสูบ และเรียนรู้การมี GRIT ความใจสู้ผ่านตัวละครในการ์ตูนเรื่องนี้กันนะคะ

โดยจะขอยกฉากที่เราประทับใจในการมี Grit  ของตัวการ์ตูน ดังต่อไปนี้ (สัก 2 ฉากล่ะกัน)

ฉากแรกที่ประทับใจมากคือฉากของ บาคุโก ที่พูดกับเดกุหลังจากการฝึกซ้อมครั้งแรก แล้วแพ้เดกุ ว่า “วันนี้...ฉันแพ้แกไปแล้ว มันก็แค่นั้นไม่ใช่เรอะ...... พอเห็นเจ้าน้ำแข็งเลยดันคิดขึ้นมาว่า คงสู้ไม่ไหวซะแล้วเนี่ย แล้วก็ดันยังเผลอยอมรับที่ยายหางม้าพูดอีก .......นี่แกเองก็ด้วยนะ เดกุ.... จากนี้ไป ฉันจะเป็นที่ 1 ของที่นี่ให้ได้เลยคอยดู” บาคุโก เขาพูดไป พร้อมทั้งความโกรธ และพร้อมทั้งน้ำตา

ฉากนี้สอนเกี่ยวกับ Grit ตรงที่ การไม่ยอมตัดใจ เราคิดว่า สิ่งที่บาคุโกสื่อออกมานั้น มันคือความเสียใจ ความผิดหวังที่ตนเองไม่ได้ดั่งหวัง คิดว่าจะชนะแต่กลับแพ้ เจอโทโดโรกิที่เก่งมากๆ ก็รู้สึกว่า คงสู้เขาไม่ได้ มันคงเป็นเหมือนความล้มเหลวอย่างหนึ่ง ที่ถ้าเกิดขึ้นกับคนที่จิตใจไม่เข็มแข็งพอ ก็คงล้มเลิกความฝันนี้ไปแล้ว แต่บาคุโก ไม่ใช่ เขาพยายามจะสื่อให้เรารู้ว่า อย่ายอมแพ้นะ แม้ว่าจะเสียน้ำตา แม้ว่าจะผิดหวัง แต่จงมุ่งไปให้ไกลยิ่งกว่าเดิม ทุ่มเทให้มากกว่าเดิม  

ฉากที่สองค่ะ เป็นของ อุราระกะจัง (นางเอกของเรานั่นเอง) ที่ต้องสู้กับบาคุโก ในงานกีฬาสี เป็นศึกการต่อสู้ตัวต่อตัว ต้องบอกเลยนะคะว่า บาคุโกคุงก็โหดไม่ใช่ย่อย ไม่มีคำว่าอ้อมมือให้กับเด็กผู้หญิงเลย (บาคุโกคุง ยอมรับในคู่ตัวสู้จึงต้องใส่เต็มที่) จากที่เราดูในฉากนี้ จะเห็นความแตกต่างของฝีมือเลยว่า บาคุโก เหนือกว่าเห็นๆ แต่ อุราระกะจัง ก็ไม่ยอมแพ้ พยายามคิดหนทางที่จะเอาชนะ โดยเธอพยายามสะสมเศษหินให้ลอยอยู่ในอากาศ เพื่อปล่อยทับบาคุโก (อยากจะพลิกกลับมาชนะนั่นเอง) สุดท้ายแล้วแผนการที่คิดมาก็ล้มเหลว เพราะบาคุโกนั่นได้ปล่อยพลังขั้นสุด ในการระเบิดเศษหินมากมายในพริบตา ดูอย่างไร บาคุโกก็ชนะ แต่ที่น่าประทับใจคือ อุราระกะจัง พูดก่อนหมดสติว่า “พลังสูงสุดที่เราทำได้ตอนนี้......ใช้ไม่ได้ผลเลยสักนิด แต่ถึงอย่างนั้น!!!”

ฉากนี้สอนเกี่ยวกับ Grit ตรงที่ หนึ่ง คำพูดก่อนหมดสติของอุราระกะ ที่พยายามสื่อถึงเราว่า ฉันยังไม่ยอมแพ้นะ ต้องสู้ต่อไป สอง การวางแผนเพื่อจัดการกับบาคุโก เรามองว่าการวางแผนนี้ คือความพยายามอย่างหนึ่งที่ตัวเธอพยายามหาหนทางชนะ โดยไม่ตัดใจยอมแพ้ หรือกลัวไปเสียก่อน

ทุกคนรู้ไหมคะว่า ตอนที่นั่งเขียนบทความนี้ เราก็ยังอินอยู่นะ แล้วก็รู้สึกว่ามันมีพลัง เรามีความฮึด (ก็ต้องบอกว่า ฉากที่ยกมามีแต่บาคุโก เพราะเราชอบบาคุโกมากๆ เลยค่ะ) จึงอยากชวนทุกคน มาเก็บพลัง Plus Ultra (ไปให้ไกลยิ่งกว่า) หรือ Grit  จากตัวละครที่เราชอบส่งมาให้กับเรา (เขียนเก็บไว้ หรือคุยกับตนเองเฉยๆ ก็ได้ค่ะ ว่า ฉากไหนนะที่เราประทับใจ) เพื่อในวันที่เราท้อใจ เราจะได้นึกถึงฉากๆนั้นและพร้อมจะปลุกให้เรา Plus Ultra (ไปให้ไกลยิ่งกว่า) เพื่อก้าวผ่านอุปสรรคนั้นให้ได้นะคะ เรารอดจากการไม่ยอมแพ้มาได้เสมอ เพราะมีฉากดีๆ ของการ์ตูนให้กำลังใจ ให้คิดว่า อย่ายอมแพ้นะ เพราะคนที่เราชอบ.... ตอนนั้นเขายังไม่ยอมแพ้เลย

อ้างอิง

Duckworth, A. L., Peterson, C., Matthews, M. D., & Kelly, D. R. (2007). Grit: perseverance and passion for long-term goals. Journal of Personality and Social Psychology, 92, 1087–1101.doi: 10.1037/0022-3514.92.6.1087 

ผู้เขียน


เบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์
เบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์

นีท เบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์ นักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น ผู้อยากเป็นเพื่อนกับวัยรุ่น เพื่อมาเปิดอกพูดคุย ทำความเข้าใจชีวิต และค้นหาวิธีการพัฒนาตนเอง | ประวัติการศึกษา: จบปริญญาตรี คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท สาขาจิตวิทยาพัฒนาการ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

Constructive Criticism คืออะไร? ทำไมเด็กๆ จำเป็นต้องรู้?

Constructive Criticism คืออะไร? ทำไมเด็กๆ จำเป็นต้องรู้?

Starfish Academy
Starfish Academy

Constructive criticism คือการสะท้อน หรือวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ หรือจะเรียกง่าย ๆ ว่าการติเพื่อก่อก็คล้ายกัน ซึ่งจะเน้นไปที่การ “ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ผู้รับการวิจารณ์” มากกว่าใช้อารมณ์เป็นที่ตั้งในการวิจารณ์ ข้อดีของการมอบ Constructive cri ...

1835 views 16.06.20
Constructive Criticism คืออะไร? ทำไมเด็กๆ จำเป็นต้องรู้?
สวย หล่อ อย่างไรให้พอดี

สวย หล่อ อย่างไรให้พอดี

Starfish Academy
Starfish Academy

“พอเธอใส่แว่น ดูไม่สวย มันเฉิ่มๆ อย่างไงก็ไม่รู้” พอได้ยินแบบนี้ วันถัดมาซื้อคอนแทคเลนส์ใส่เลยจ้า เพราะอยากสวย แต่เอาจริงๆนะคะ สุดท้ายก็ใส่คอนแทคเลนส์ไม่ได้ค่ะ เพราะตาอักเสบกลับมาใส่แว่นเหมือนเดิม“แกตัวดำแบบนี้ จีบสาวไม่ติดหรอก เพราะผู้หญิงเขาชอ ...

434 views 02.04.21
สวย หล่อ อย่างไรให้พอดี
ชวนลูกทำงาน DIY เป็นเจ้าของแบรนด์ง่ายๆในวัยเรียน

ชวนลูกทำงาน DIY เป็นเจ้าของแบรนด์ง่ายๆในวัยเรียน

Starfish Academy
Starfish Academy

เด็กยุคใหม่เรียนรู้ในห้องเรียนอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะประสบการณ์ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน ยิ่งหากใครสามารถต่อยอดงานอดิเรกให้เกิดเป็นรายได้ สร้างแบรนด์ของตนเองขึ้นมา ก็ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตล้ำค่าที่นำหน้าคนอื่นๆ ไปหลายก้าว ลองมาดูกันค่ะว่า ...

964 views 18.04.21
ชวนลูกทำงาน DIY เป็นเจ้าของแบรนด์ง่ายๆในวัยเรียน