5 ขั้นตอนออกแบบ Portfolio ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยปี'65

5 ขั้นตอนออกแบบ Portfolio ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยปี'65

เมื่อพอร์ตฟอลิโอ (Portfolio) 10 หน้า หรือ แฟ้มสะสมผลงานพร้อมประวัติผู้สมัครเรียน คือจุดชี้ชะตาของน้องๆ วัยรุ่น ม.ปลาย ที่กำลังสอบตรงเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย 

พี่ๆ Starfish Labz จึงอยากหาตัวช่วยมาแนะแนวหลักการก่อนเขียน Portfolio ใน 5 ขั้นตอนต่อไปนี้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกนิยมใช้คิดนวัตกรรมล้ำๆ เพื่อเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จ

และนั่นก็คือ ‘กระบวนการคิดเชิงออกแบบ’ (Design Thinking Process) ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับทุกโจทย์ในชีวิต อย่างการสอบติดมหาวิทยาลัยและคณะในฝัน

Stage 1: Empathize 

พิชิตได้ทุกความท้าทาย แค่ต้องขวนขวายค้นคว้า เพื่อนำมาตีโจทย์ให้แตก

พี่ๆ เชื่อว่าน้องๆ รุ่นใหม่คงจะต้องศึกษาเกี่ยวกับสาขาที่ตนเองสนใจสมัครเข้าเรียนกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่บางคนอาจยังสับสน ไม่รู้จะเลือกเส้นทางไหนดี ซึ่งเป็นคำถามที่น้องๆ ควรต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนกำหนดเป้าหมายชีวิต

ที่เว็บไซต์ Starfish Labz เรามีเรื่องราวให้แรงบันดาลใจแก่น้องๆ www.starfishlabz.com/topic/4-future-ready/blogs ที่อาจช่วยให้หลายคนเห็นภาพกว้างและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสาขาอาชีพต่างๆ ประกอบการตัดสินใจได้ดีขึ้น

น้องๆ อาจลองเลือกรายวิชาน่าสนุกที่ทำให้เราอยากเรียนในสาขานั้นๆ ออกมา ทำราวกับว่าเราได้เข้าไปเป็นเด็กปีหนึ่งแล้ว เขียนอธิบายสั้นๆ ว่าแต่ละวิชาที่เลือกนั้นจะช่วยให้น้องๆ บรรลุเป้าหมายของตัวเองในอนาคตได้อย่างไร เช่น สามารถนำไปประกอบอาชีพในฝันได้ เป็นต้น

แต่หากยังไม่แน่ใจ หรือยังตัดสินใจเลือกเอกไม่ได้ ก็ให้ลองพิจารณาจากทักษะที่เรามีความถนัด หรือควรต้องมีติดตัวไว้ให้อุ่นใจว่าจะนำไปปรับใช้ในอนาคตได้ เพราะไม่แน่ว่าอาจมีอาชีพใหม่ๆ แตกแขนงออกมา ทั้งที่ตรงสาขาหรือไม่ตรงสายเลยก็ได้ ขอเพียงเรามีฐานความรู้ ศักยภาพ และไม่หยุดขวนขวายเรียนรู้ น้องๆ ก็สามารถสร้างความสำเร็จในแนวทางของตัวเองได้

Stage 2: Define

วิเคราะห์หาเหตุผลสนับสนุนซิว่าทำไมกรรมการถึงต้องเลือกเรา

ลองมองในมุมของคณะกรรมการ แล้วเขียนความเป็นไปได้ทั้งหมดออกมาเป็นข้อๆ เช่นว่า มีคุณสมบัติและความสามารถอะไรบ้างที่ทำให้เราเหมาะสมจะเรียนในสาขานี้ แล้วมีอะไรที่ต้องการเรียนรู้จากที่นี่บ้าง ซึ่งสอดคล้องกับความถนัด ความหลงใหล และทักษะที่มีอยู่ในตัวให้เฉิดฉายขึ้นมาได้

การตั้งประเด็นคำถามกับตัวเองด้วยมุมมองที่หลากหลาย จะช่วยให้เราได้เขย่าความคิดให้หลุดออกจากกรอบเดิมๆ ซึ่งจะช่วยทำให้เราเห็นภาพตัวเองได้ชัดเจนขึ้น 

Stage 3: Ideate

แสดงจุดแข็งและความพร้อมของเราว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนแค่ไหน

สร้างคาแรกเตอร์สมมติที่มีแถบค่าพลังต่างๆ ดูสิ แล้วลองประเมินตนเองว่ามีเรื่องไหนที่มีโอกาสเป็นไปได้จริงสูง เพราะเราอาจจะมีพื้นฐานมาบ้างแล้ว สามารถเติบโตต่อยอดต่อไปได้ไม่ยากเกินความตั้งใจ 

เมื่อเริ่มมองเห็นจุดแข็งของตัวเอง เราก็จะสามารถโน้มน้าวใจกรรมการให้เชื่อว่าเรามีคุณลักษณะครบถ้วนพอจะเรียนสาขานั้นรุ่ง เราก็จะมีโอกาสผ่านเข้าสู่รอบลึกไปแสดงความสามารถและสัมภาษณ์ได้

แต่ก็ต้องระวังอย่าโม้เสียจนเกินจริง หรือรีบตัดใจ มองตัวเองอ่อนด้อยจนหมดกำลังใจ แล้วยอมแพ้ไปเสียก่อน ขอแค่เราขยันสร้างจุดแข็ง และกล้าจะลงสนามจริง ออกไปเผชิญหน้ากับความกลัวตั้งแต่ตอนที่ยังวัยรุ่น ซึ่งยังมีเวลาให้ล้มลุกคลุกคลาน ยิ่งรู้ตัวเร็วก็ยิ่งแก้ไขได้ทันเวลา อย่างน้อยๆ ก็ถือว่าได้ประสบการณ์จากความผิดพลาดเพื่อเก็บมาเป็นบทเรียนไปฮึดสู้ในด่านต่อๆ ไป

Stage 4: Prototype

สร้างสรรค์ต้นแบบที่ปรับแต่งง่ายและไม่ต้องลงทุนสูง

ผสมผสานไอเดียจนได้แนวทางขึ้นโครงแล้ว ก็เริ่มลงมือเขียนร่างแรกของ Portfolio แต่ละส่วนลงในกระดาษ A4 หรือสมุดจดธรรมดาราคาประหยัดกันเลย 

ยังไม่ต้องลงทุนอะไรเยอะ จะวาดภาพประกอบยึกยือ จะขีดฆ่าเปลี่ยนใจยังไงก็ได้ ขอให้ตัวเราเข้าใจก็พอ ยังไม่ต้องคำนึงถึงความสวยงามอะไรมากมาย แล้วค่อยๆ ปรับไปจนกว่าจะสื่อสารให้คนอื่นเห็นภาพเดียวกับเราได้

ค่อยๆ คัดสรร ร้อยเรียง และตัดทอน คิดภาพและถ้อยคำ ทุกสิ่งต้องเล่าเรื่องได้กระชับ ชัดเจน ตรงประเด็น บอกคุณลักษณะเด่นๆ ของเราให้ครบถ้วน จากนั้นลองถ่ายทอดจุดขายของเราลงไปในพื้นที่อันจำกัดทั้ง 10 หน้า ต้องมีสัดส่วนเนื้อหาอะไรบ้าง จะจัดวางภาพและตัวหนังสืออย่างไรให้เป็นกลุ่มก้อนช่วยให้อ่านง่าย

โดยน้องๆ สามารถเข้ามาสร้างแบบจำลองออนไลน์ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์ Starfish Labz ของเรา คลิกที่นี่ bit.ly/3Cdu9mC เพื่อเข้าชมวิธีใช้งานฟีเจอร์สร้างแฟ้มผลงาน 

คณะกรรมการจะต้องสัมผัสถึงความตั้งใจจริงสะท้อนผ่านหน้ากระดาษออกมาได้ ให้รู้กันไปเลยสิว่าเด็กอย่างเราน่ะมีของ ถ้าสร้างความประทับใจให้คณะกรรมการจดจำเราในแง่บวกได้ทันทีที่อ่าน น้องๆ จะมีโอกาสสูงมากทีเดียวที่จะติดเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ 

Stage 5: Test

ลองนำต้นแบบ Portfolio ไปทดสอบและปรึกษาผู้รู้

เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สมมติฐาน หรือการทดสอบประสิทธิภาพว่า Portfolio ของเราเล่าเรื่องได้ดีพอแล้วรึยัง มีคำผิดไหม หน้าตาผ่านรึเปล่า แล้วจะต้องพัฒนาปรับปรุงอะไรเพิ่มอีกบ้าง 

ถ้ารู้สึกว่าเรามีผลงานน้อยชิ้นเกินไป อย่าเพิ่งกังวล ขอแค่สื่อถึงความสดใหม่ของไอเดีย การค้นพบรระหว่างทาง คุณค่าและประสบการณ์ที่ได้ เเล่าถึงแรงบันดาลใจ บอกที่มาที่ไปที่คนอ่านต้องทึ่ง เช่น พบปัญหาใกล้ตัวแล้วเปลี่ยนมาเป็นพลังสร้างสรรค์ ความกล้าลงมือทำเท่าที่วัยรุ่นอย่างเราพอจะทำได้นี้ ช่วยขับเคลื่อนประเด็นสังคมในวงเล็กๆ ให้ขยายวงกว้างออกไปได้ เป็นต้น แล้วการเล่าเรื่องนี่แหละจะเพิ่มคะแนนให้น้องๆ ได้

ถ้ามีผลตอบรับที่สื่อความหมายแทนความรู้สึกจริงของผู้มีส่วนร่วมก็อาจใส่ลงไปด้วย หรือไม่ก็อาจสรุปบทเรียนที่ทำให้เรามีไฟอยากเก่งขึ้นกว่านี้ เหตุผลเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนว่าเราคู่ควรจะเรียนต่อที่นี่ ซึ่งทั้งหมดจะต้องไม่เยิ่นเย้อ ผลงานหรือกิจกรรมละ 1 หน้า รวมภาพและเรื่องแล้ว

เมื่อใส่ข้อมูลและตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนทุกหน้าแล้ว น้องๆ สามารถกดแชร์จากเว็บไซต์ Starfish Labz ของเราไปให้ครอบครัว คุณครู และเพื่อนๆ ช่วยฟีดแบ็กกลับมาได้โดยไม่ต้องเปลืองหมึกพิมพ์สี่สี

อย่าลืมจดคำติชมเก็บไว้กลับมาปรับปรุงให้ดีขึ้น และยิ่งถ้าหาทางเข้าไปสอบถาม ขอคำแนะนำ และคลุกคลีกับรุ่นพี่ในคณะนั้นๆ ได้ หรือผู้ใหญ่ที่ประกอบอาชีพด้านนี้โดยตรง ไม่ว่าจะติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์ หรือสมัครไปร่วมงาน Open House ก็จะช่วยให้น้องๆ ได้ข้อมูลเฉพาะเจาะจง เพื่อนำมาสร้างสรรค์ Portfolio ของเราให้โดดเด่นกว่าคนอื่นๆ

ทั้ง 5 ขั้นตอนคิดเชิงออกแบบเพื่อนำเสนอตัวเองผ่าน Portfolio นี้ ยังสามารถย้อนกระบวนการกลับไปรื้อ เขียน เปลี่ยนเลย์เอาต์ใหม่จนกว่าน้องๆ จะรู้สึกพอใจ และรู้สึกว่ากระดาษ 10 แผ่นนั้นดูมีมูลค่าและคุณค่าเพิ่มขึ้นมาตั้งเยอะ เพราะมีความภาคภูมิใจของเราอัดแน่นอยู่ในนั้นนั่นเอง

Sources:

How to use Design Thinking to build the Perfect Portfolio

www.interaction-design.org/literature/article/how-to-use-design-thinking-to-build-the-perfect-portfolio

The Portfolio: A Case Study in Design Thinking

www.linkedin.com/pulse/design-project-online-portfolio-jared-karp

The Five Stages of Design Thinking

canvas.unl.edu/courses/73802/pages/5-stages-of-design-thinking?module_item_id=1968000

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

สร้างสินค้าแบรนด์ตัวเอง เรื่องง่ายๆ หรือได้แค่ฝัน

สร้างสินค้าแบรนด์ตัวเอง เรื่องง่ายๆ หรือได้แค่ฝัน

Starfish Academy
Starfish Academy

ใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าของกิจการ แต่สำหรับวัยรุ่นอย่างเรา ความคิดนี้จะไกลเกินฝันไปหรือเปล่านะ การทำแบรนด์ของตัวเอง เป็นเรื่องที่จับต้องได้หรือเปล่า และควรเริ่มอย่างไรดี บทความนี้มีคำตอบมาฝากต้องมีทุนเท่าไรถึงสร้างแบรนด์ได้เมื่อพูดถึงการสร้างแบรนด์สินค้าขอ ...

896 views 28.11.21
สร้างสินค้าแบรนด์ตัวเอง เรื่องง่ายๆ หรือได้แค่ฝัน
สวัสดี “คุณความเครียด”

สวัสดี “คุณความเครียด”

Starfish Academy
Starfish Academy

“ ความเครียดเกิดขึ้นได้บ่อยๆ มารู้จักกับความเครียดกัน เพื่อหาวิธีการรับมือ”ในทุกวันนี้ เรามีความเครียดกันในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเครียดเรื่องเรียน เรื่องเพื่อน เครียดเมื่อทะเลาะกับพ่อแม่ เครียดเพราะเหนื่อย และอื่นๆ ดังนั้น วันนี้ จาก Starfish จึงได้จัด w ...

367 views 27.12.21
สวัสดี “คุณความเครียด”
5 เคล็ดลับเรียนออนไลน์ ไม่เสียสมาธิ

5 เคล็ดลับเรียนออนไลน์ ไม่เสียสมาธิ

Starfish Academy
Starfish Academy

ถึงแม้หลายโรงเรียนจะทยอยเปิดเทอมแล้ว แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ไม่ได้เปิดเรียนเต็มรูปแบบ เด็กๆ ยังคงต้องเรียนออนไลน์เหมือนเดิม จนดูเหมือนว่าการเรียนออนไลน์กลายเป็นวิถีชีวิตรูปแบบหนึ่งของเด็กยุคนี้ไปเสียแล้ว แต่กระนั้น แม้ว่าจะเรียนออนไลน์มาครบปี พ่อแม่ผู้ปกค ...

324 views 21.12.21
5 เคล็ดลับเรียนออนไลน์ ไม่เสียสมาธิ