"6 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับสมองของวัยรุ่น"

"6 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับสมองของวัยรุ่น"

“ วัยรุ่น คือ ขั้นบันไดที่อยู่ระหว่างวัยเด็กกับวัยผู้ใหญ่ ” ขั้นบันไดนี้เกิดการเปลี่ยนแปลง และพัฒนามากมายภายในร่างกาย และจิตใจของมนุษย์(วัยรุ่น) ที่เด่นชัด คือ การเปลี่ยนเเปลงทางสรีระวิทยา เช่น เสียงแตกหนุ่ม ตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขนแขน ขนขา และอื่นๆ ขึ้นตามตัวในวัยรุ่นชาย การเป็นประจำเดือน หน้าอกขยายใหญ่ และอื่นๆ ในวัยรุ่นหญิง ส่วนสมองของวัยรุ่นก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เช่นกัน 

“6 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับสมองของวัยรุ่น” มีดังนี้

1. การเติบโตของสมองของวัยรุ่นหญิง-ชายมีความแตกต่างกัน

โดยเฉลี่ยแล้วเด็กหญิงจะเข้าสู่วัยแรกรุ่นเมื่ออายุ 10-14 ปี ส่วนเด็กชายจะเข้าสู่วัยแรกรุ่นเมื่ออายุ 12-16 ปี สาเหตุที่เด็กหญิงเข้าสู่วัยรุ่นเร็วกว่าเด็กชาย ก็เพราะว่าสรีระของเพศหญิงเติบโตเร็วกว่าเพศชาย เฉลี่ยแล้ว 2 ปี นั่นหมายความว่า เด็กหญิงจะเริ่มสูง และดูเป็นผู้ใหญ่เร็วกว่าเด็กชาย ในที่นี้รวมไปถึงการเติบโตของสมองของเพศหญิงที่เร็วกว่าเพศชายด้วย

2. ขนาดสมองของเราจะไม่โตขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่มากขึ้นของเรา

สำหรับเด็กหญิงขนาดของสมองเติบโตถึงขีดสุด คือ ตอนอายุ 11 ปี ส่วนเด็กชายขนาดสมองเติบโตถึงขีดสุด คือ ตอนอายุ 14 ปี แต่การเติบโตที่รวดเร็วกว่าไม่ได้หมายความว่าเด็กหญิงจะฉลาดกว่าเด็กชาย หรือเด็กชายจะฉลาดกว่าเด็กหญิง

3. การที่สมองเติบโตถึงขนาดที่ใหญ่ที่สุดของมัน ไม่ได้หมายความว่า สมองจะสิ้นสุดการเติบโตทางด้านวุฒิภาวะ 

สำหรับวัยรุ่นชายหญิง ถึงแม้ว่าสมองเติบโตจนมีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา แต่สมองของวัยรุ่นก็ยังไม่พัฒนา และเติบโตเต็มที่ จนกว่าจะถึงช่วงกลางถึงช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไป ส่วนหน้าของสมอง ที่เรียกว่า สมองกลีบหน้าผาก (The prefrontal cortex) เป็นส่วนหนึ่งของสมองส่วนสุดท้ายที่จะเจริญเติบโต สมองส่วนนี้ดูแลรับผิดชอบในการวางแผน จัดเรียงลำดับความสำคัญ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ และการยับยั้งชั่งใจ ซึ่งสิ่งที่จะช่วยให้วัยรุ่นหญิงชายพัฒนาสมองส่วนนี้ขึ้นมา ต้องเริ่มตั้งแต่พวกเขายังเป็นเด็ก พ่อแม่ และผู้ใหญ่ควรให้เด็กลงมือทำงานเพื่อพัฒนาสมองของพวกเขาเรื่อยมา 

 4. สมองของวัยรุ่นมหัศจรรย์มาก เพราะสามารถเรียนรู้ และปรับตัวได้อย่างรวดเร็วกว่าสมองของวัยผู้ใหญ่

สำหรับวัยรุ่น แม้ตลอดวัยเด็กที่ผ่านมาเขาจะไม่เคยมีโทรศัพท์มือถือ หรือ คอมพิวเตอร์เป็นของตัวเองมาก่อน เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของ วัยรุ่นสามารถเรียนรู้เทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว ในเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ในขณะที่ผู้ใหญ่อาจจะต้องใช้เวลาเป็นวันๆ “ยิ่งอายุมากขึ้น การเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ยิ่งช้าลง แต่ไม่ได้หมายความเรียนรู้ไม่ได้” ดังนั้น หากเราไม่ได้มอบเวลาหน้าจอมากมายให้กับวัยรุ่นในวัยเด็กของเขา ก็ไม่ได้หมายความว่าวัยรุ่นคนนี้จะมีทักษะทางเทคโนโลยีที่ต่ำกว่าเพื่อนที่ได้รับโอกาสสัมผัสหน้าจอมากกว่าเขา วัยรุ่นเรียนรู้ทักษะเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว ไม่นานก็จะตามเพื่อนของเขาทันอย่างง่ายดาย 

5. ความผิดปกติทางจิตหลายอย่างเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่น 

เนื่องจากเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น มีหลายอย่างเปลี่ยนแปลงในตัวของเด็กคนหนึ่ง ทั้งฮอร์โมนที่มีมากขึ้น การต้องรับมือกับภาระที่มีมากมายจนเกือบจะเท่าผู้ใหญ่ ทั้งๆ ที่เขาเพิ่งจะผ่านวัยเด็กมา และการต้องควบคุมตัวเอง ในสภาพแวดล้อมที่มีสิ่งกระตุ้นมากมาย สมองที่คิดรับมือสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามาตลอดเวลา ทั้งยังห่วงเรื่องร่างกายที่เปลี่ยนแปลงกระทันหัน ยิ่งกังวลกับการไม่เป็นที่ยอมรับ เช่น แต่ก่อนฉันไม่เคยต้องกังวลเรื่องกลิ่นตัว ความสูง และกลิ่นปาก เดี๋ยวนี้แค่คุยกับเพื่อน ต้องคอยระวัง หรือ วัยรุ่นหญิง ต้องคอยระวังในวันที่ประจำเดือนมา กระโปรงจะเลอะไหม สิวขึ้นเต็มหน้า กังวลเรื่องความอ้วน ฯลฯ 

นอกจากนั้นแล้ว วัยรุ่นยังเป็นวัยที่ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ต่างๆ ที่คล้ายกับผู้ใหญ่ เช่น การขับขี่ยานพาหนะ การมีใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก การแต่งงาน การเปิดบัญชีธนาคารด้วยตัวเอง และอื่นๆ อย่างไรก็ตาม วัยรุ่นก็ยังไม่มีประสบการณ์เทียบเท่าผู้ใหญ่ พวกเขาทำผิดพลาดได้บ่อยครั้งกับการต้องตัดสินใจที่ขาดประสบการณ์ของเขา ความเครียดมากมายที่ก่อตัวขึ้นมาในวัยรุ่น ส่งผลให้เกิดโรคจิตเวชตามมา เช่น โรคซึมเศร้า (Depression) โรคความผิดปกติในการกิน (Eating disorder) โรควิตกกังวล (Anxiety) และโรคจิตเภท (Schizophrenia) คือ กลุ่มอาการของโรคที่มีความผิดปกติของความคิด ทำให้ผู้ป่วยมีความคิดและการรับรู้ไม่ตรงกับความเป็นจริง 

ดังนั้น พ่อแม่ผู้ใหญ่ที่อยู่กับวัยรุ่น ควรรับฟังเขาให้มาก แสดงการยอมรับในตัวตนที่เขาเป็น หากต้องการช่วยเข้าแก้ปัญหา พ่อแม่ต้องหยุดตำหนิ และลงมือช่วยก่อน ค่อยตามด้วยการสอนอย่างเป็นกลาง 

“สายสัมพันธ์ที่ดี มีผลอย่างมาก” กลับไปสู่สายสัมพันธ์ทุกครั้ง หากคุยกับวัยรุ่นไม่ได้ สำหรับวัยรุ่น “การดุ การด่า การตี” เขาไม่ได้กลัวมันอีกแล้ว แต่ถ้าหากเราให้เกียรติเขา ด้วยการรับฟังด้วยเหตุผล เขาจะให้เกียรติเราด้วยการปฏิบัติต่อเราอย่างมีเหตุผล

 6. วัยรุ่นต้องการการนอนหลับมากกว่าเด็กและผู้ใหญ่

แม้ว่ามันอาจดูเหมือนวัยรุ่นขี้เกียจ แต่หลักวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่า "ระดับเมลาโทนิน (ระดับฮอร์โมนการนอนหลับ) ในเลือดของวัยรุ่นเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติในเวลากลางคืน และลากยาวมาถึงตอนเช้ามากกว่าวัยเด็ก และวัยผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ นี่อาจอธิบายได้ว่าทำไมวัยรุ่นจำนวนมากนอนดึก และมีความยากลำบากในการตื่นนอนในตอนเช้า วัยรุ่นควรนอนประมาณ 9-10 ชั่วโมงต่อคืน แต่วัยรุ่นส่วนใหญ่ไม่ได้นอนหลับเพียงพอ เนื่องจากตารางเวลาที่ขัดกับธรรมชาติของร่างกายวัยรุ่น การนอนหลับไม่เพียงพอในวัยรุ่นสามารถส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้า หรือ การบกพร่องในการควบคุมอารมณ์ได้ ซึ่งนานวันอาจจะส่งผลต่อการเป็นโรคทางจิตได้

ดังนั้น หากลูกวัยรุ่นของเรานอนดึกมาก แล้วตื่นสาย หรือ ตื่นเที่ยงในวันหยุดของพวกเขา โปรดเข้าใจในสมองของวัยรุ่นด้วย อย่าเข้มงวดกับพวกเขานัก แค่วันจันทร์ถึงศุกร์ที่วัยรุ่นต้องไปโรงเรียนแต่เช้า โดยเฉพาะวัยรุ่นไทยที่ต้องฝ่ารถติดไปโรงเรียน ให้เขาได้นอนเต็มอิ่มในวันหยุดเสาร์อาทิตย์บ้าง

วัยรุ่นก็คือเด็กคนหนึ่งที่อยู่ในร่างผู้ใหญ่ ร่างกายเขาเริ่มเติบโตเต็มที่แล้ว แต่จิตใจของเขาเพิ่งเริ่มเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตแบบผู้ใหญ่ เขาลองผิดลองถูก เขาพัฒนาตัวตน และเขาเรียนรู้ที่จะสร้างอัตลักษณ์ของตนเอง

ในวันที่วัยรุ่นเจอปัญหา และเหนื่อยล้าเต็มที่ เขาจะกลับมาเติมพลังที่บ้านของเขา ดังนั้น พ่อแม่ผู้ใหญ่มีหน้าที่ทำบ้านให้น่าอยู่ แล้วเขาจะกลับมาพักใจกับเราเอง

อ้างอิง

เพจตามใจนักจิตวิทยา

Giedd, J. N. (2015). The amazing teen brain. Scientific American, 312(6), 32-37.

ผู้เขียน


พระประสิทธิชัย ธนปาโล
พระประสิทธิชัย ธนปาโล

พระประสิทธิชัย ธนปาโล พระเบสท์ นักพัฒนาพฤติกรรมเยาวชน วัดลานหินวนาราม จังหวัดกำแพงเพชร, ปริญญาตรี สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช,

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

Starfish Talk คุยสบายๆ สไตล์สตาร์ฟิช : ทำอย่างไร...ให้ใจไม่ (เผลอ) เครียด

Starfish Talk คุยสบายๆ สไตล์สตาร์ฟิช : ทำอย่างไร...ให้ใจไม่ (เผลอ) เครียด

Starfish Academy
Starfish Academy

เรื่องของความเครียด เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องพบเจอ แต่เราจะมีวิธีการดูแลและจัดการความเครียดอย่างไร เพื่อไม่ให้ความเครียดนั้นรุนแรงมากขึ้น และส่งผลกระทบต่างๆ ตามมาในบทความนี้ เราจะนำวิธีการดูแลและจัดการความเครียด จากงาน Starfish Talk L ...

541 views 04.06.21
Starfish Talk คุยสบายๆ สไตล์สตาร์ฟิช : ทำอย่างไร...ให้ใจไม่ (เผลอ) เครียด
วิธีลดอาการหัวร้อนเมื่อลูกดื้อ

วิธีลดอาการหัวร้อนเมื่อลูกดื้อ

Starfish Academy
Starfish Academy

เราเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายคนต้องหงุดหงิด โกรธ หรือที่ภาษาวัยรุ่นเรียกว่า “หัวร้อน” กันบ้างล่ะค่ะ ถ้าวันไหนที่เจ้าตัวเล็กดื้อมากๆ วันนี้เราก็เลยมีวิธีมาลดอาการเกรี้ยวกราดเวลาเจ้าตัวเล็ก ที่อาละวาด เอาแต่ใจ มาบอกกันค่ะ1.หายใจเข้าลึกๆ ดึงสติตัวเองก่อนอยา ...

629 views 22.02.21
วิธีลดอาการหัวร้อนเมื่อลูกดื้อ
เคล็ดลับมองทุกข์ให้เป็นหาสุขให้เจอ

เคล็ดลับมองทุกข์ให้เป็นหาสุขให้เจอ

Starfish Academy
Starfish Academy

ทุกคนเป็นกันไหมคะ ถ้าหากมีคนมาถามว่า ความสุขเราคืออะไร? หรือวันนี้อะไรทำให้ฉันมีความสุข? เราจะรู้สึกว่าตอบยาก หรือต้องขอใช้เวลาคิดหน่อย หรือบางทีก็ตอบอย่างไม่แน่ใจ เพราะบางวันชีวิตเรามักจะเจอเรื่องแย่ๆ โดยเราสนใจ/จำ/รู้สึกกับ เรื่องแย่ๆ มากกว่า ...

4295 views 26.07.21
เคล็ดลับมองทุกข์ให้เป็นหาสุขให้เจอ