ถึงแม้โควิด-19 จะส่งผลให้หยุดอยู่บ้าน แต่พัฒนาการของลูกต้องไปต่อ

ถึงแม้โควิด-19 จะส่งผลให้หยุดอยู่บ้าน แต่พัฒนาการของลูกต้องไปต่อ

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าสถานการณ์ปัจจุบันจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในสังคม หนึ่งในนั้นคือ “การหยุดอยู่บ้านเพื่อทำงานจากที่บ้าน” 

การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ซึ่งถือเป็นการปรับตัวอย่างมากต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครู นักเรียน และผู้ปกครองในวงกว้าง รวมทั้งเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่มีข้อจำกัดส่วนตัวแล้ว ยิ่งส่งผลต่อการจัดการของผู้ปกครองเป็นอย่างมาก อย่างที่กล่าวในหัวข้อว่า “ถึงแม้โควิด-19 จะส่งผลให้หยุดอยู่บ้าน แต่พัฒนาการของลูกต้องไปต่อ” ในบทความนี้ ผมจึงได้สรุปผลการสนทนาร่วมกับนักการศึกษาพิเศษหลาย ๆ ท่าน ถึงแนวทางในการพัฒนาเด็กที่มีความต้องการพิเศษเมื่อต้องหยุดอยู่บ้านร่วมกับผู้ปกครอง ซึ่งได้ข้อสรุปแนวทางในการช่วยเหลือ ดังนี้ 

1. ผู้ปกครองควรติดต่อผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลเรื่องพัฒนาการของลูกอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถใช้การสื่อสารผ่านทางช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เกี่ยวกับวิธีการช่วยเหลือ หรือปรึกษาเพื่อขอคำแนะนำในการฝึกพัฒนาการของลูกขณะที่อยู่ที่บ้าน เพื่อให้ทราบแนวทางในการฝึกหรือทำกิจกรรม สำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่เคยฝึกกับครูที่โรงเรียน ซึ่งผู้ปกครองสามารถปรึกษากับครูได้โดยตรงเช่นกัน

2. จัดตารางเวลาให้เหมาะสม การจัดตารางเวลาในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของลูก พ่อแม่ผู้ปกครองควรจัดตารางเวลาให้เหมาะสมและถือเป็นการปรับพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องจากช่วงก่อนที่จะหยุดอยู่บ้าน เพื่อให้เด็กได้รู้จักเวลา มีวินัย และมีความพร้อมในการทำกิจกรรม ยกตัวอย่างเช่น เด็กออทิสติกบางราย ถ้าไม่มีการกำหนดเวลาที่ชัดเจน เด็กจะรู้สึกติดขัด และไม่ให้ความร่วมมือในการฝึกกับผู้ปกครอง เป็นต้น 

3. จัดเตรียมสถานที่ และอุปกรณ์สำหรับฝึกพัฒนาการของลูกตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ จากการที่ผู้ปกครองได้ปรึกษาคุณครู นักกิจกรรมบำบัด จิตแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ เบื่องต้นและได้รับคำแนะนำมานั้น ผู้ปกครองควรจัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ให้เหมาะสม หรือใกล้เคียงกับที่เคยใช้ฝึกมา ไม่จำเป็นต้องจัดซื้อใหม่ทั้งหมด แต่นำของใกล้ตัวมาประยุกต์ใช้ได้ตามความเหมาะสมของกิจกรรมต่าง ๆ ที่ใช้ฝึก เช่น ใช้ขวดน้ำดื่ม ผ้าห่ม บัตรภาพ หรือบัตรคำที่มีอยู่ที่บ้าน เป็นต้น 

4. จัดกิจกรรมง่าย ๆ ตามตารางเวลา เมื่อถึงเวลาฝึกพัฒนาการ หรือเวลาเรียนเสริม ตามที่ผู้ปกครองได้วางตารางเวลาไว้ ผู้ปกครองต้องสละเวลาที่กำลังทำงานอยู่ มาเล่น หรือทำกิจกรรมที่กำหนดกับลูก ไม่ควรปล่อยให้ลูกทำกิจกรรมด้วยตนเอง เนื่องจากอาจจะไม่ดำเนินกิจกรรมตามที่กำหนด และที่สำคัญ “ตารางเวลาที่จัดให้ลูกก็เหมือนเป็นส่วนหนึ่งในการจัดเวลาให้ผู้ปกครองเช่นกัน” 

5. บันทึกพฤติกรรรมหลังจากการทำกิจกรรม หลังจากที่ผู้ปกครองได้ทำกิจกรรมร่วมกับลูกแล้ว ควรจัดการบันทึกพฤติกรรมที่เกิดขึ้นทั้งด้านที่มีพัฒนาการ และด้านพฤติกรรมที่แสดงออก หรือผลที่เกิดขึ้นหลังการทำแบบฝึกหัดต่าง ๆ โดยพยายามบันทึกในทันที เพื่อจะได้ไม่ลืมรายละเอียดที่เกิดขึ้นในระหว่างฝึก ผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องบันทึกเป็นทางการเหมือนที่คุณครู หรือผู้เชี่ยวชาญบันทึก แต่สามารถบันทึกสั้น ๆ พอเข้าใจและเก็บไว้ใช้เตือนความทรงจำภายหลังได้

6. ให้ข้อมูลย้อนกลับกับผู้เชี่ยวชาญ หลังจากทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามคำแนะนำของคุณครูหรือผู้เชี่ยวชาญแล้ว ผู้ปกครองควรนำบันทึกพฤติกรรม หรือผลจากการจัดกิจกรรมกับลูก เป็นข้อมูลย้อนกลับกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน และให้คำแนะนำในการจัดกิจกรรมในครั้งต่อ ๆ ไป 

อย่าลืมนะครับว่า การฝึกซ้ำ ๆ เน้นยำ ซ้ำทวน และเพิ่มสิ่งใหม่ เป็นการช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้ดี ถ้าลูกหยุดอยู่บ้านแล้วไม่ได้รับการฝึกเลย จะส่งผลให้พัฒนาการที่กำลังพัฒนานั้นหยุด หรือไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร ในบางรายเมื่อหยุดไปนาน และกลับมาฝึกอีกครั้งเหมือนกับต้องเริ่มฝึกใหม่ทั้งหมด ในการฝึกนี้ผู้ปกครองบางท่านอาจมีทักษะในการช่วยเหลือ และจัดกิจกรรมแก่ลูกเป็นอย่างดี แต่บางท่านยังขาดทักษะ แต่ไม่เป็นไรครับ ผมเชื่อมั่นว่าถ้าทุกท่านติดต่อสื่อสารกับคุณครู หรือผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำ และนำกลับมาใช้ที่บ้าน จะเห็นผลการพัฒนาแน่นอนครับ     

บทความนี้ขอขอบคุณ คุณสุเมธี อินกัณฑ์ นักการศึกษาพิเศษ ประจำคลินิกประกอบโรคศิลปะสาขากิจกรรรมบำบัด คิดส์พลัส สาขาถนนมหิดล จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอย่างสูง ที่ช่วยสะท้อนแง่มุมต่าง ๆ และช่วยสรุปแนวทางการช่วยเหลือจากนักการศึกษาพิเศษในหัวข้อที่เขียนครั้งนี้ร่วมกับผม  

สุดท้ายนี้ ผมขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ท่านผู้ปกครองทุกท่านร่วมฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันครับ

ผู้เขียน


วสันต์ วรรณรัตน์
วสันต์ วรรณรัตน์

อาจารย์วสันต์ วรรณรัตน์ (อาจารย์เบิ้ม) ปัจจุบันทำงาน โปรแกรมวิชาการศึกษาพิเศษ คณะครุศาสตร์และ กรรมการศูนย์บริการนักศึกษาพิการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย การศึกษาจบปริญญาตรี สาขาประถมศึกษา และปริญญาโท สาขาการศึกษาพิเศษ จากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาการศึกษาพิเศษ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีประสบการณ์ทำงานด้านการศึกษาพิเศษ และการจัดการเรียนการสอนเด็กที่มีความต้องการพิเศษ มากกว่า 10 ปีมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนรวม การจัดการเรียนการสอนและเทคนิคการสอนเด็กที่มีความต้องการพิเศษสำหรับครูและผู้ปกครอง และการให้คำปรึกษาเรื่องการดูแลบุตรหลานที่มีความต้องการพิเศษ

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

เรียนยังไงให้รอดในยุคโควิด

เรียนยังไงให้รอดในยุคโควิด

Starfish Academy
Starfish Academy

เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดอยู่ตอนนี้ หลายโรงเรียนก็เริ่มทะยอยเปิดให้เด็กๆ ได้มีการเรียนแบบออนไลน์กันมากขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงคุณพ่อคุณแม่เองช่วงนี้ที่ได้มีเวลาอยู่กับเด็กๆ มากขึ้น จึงทำให้ต้องมีการควบคุมการเรียนของลูกในรูปแ ...

2764 views 13.01.21
เรียนยังไงให้รอดในยุคโควิด
5 กลยุทธ์การสอนออนไลน์สำหรับคุณครูยุค COVID-19

5 กลยุทธ์การสอนออนไลน์สำหรับคุณครูยุค COVID-19

Starfish Academy
Starfish Academy

วันนี้เราจะมาพูดถึงเทคนิคการสอนออนไลน์จากเว็บวารสารวิชาการออนไลน์ Online Learning Journal ที่ได้แบ่งปันเนื้อหาและเรื่องราวจากผู้สอนออนไลน์มากประสบการณ์ จากการที่พวกเขาเข้าใจในการเลือกใช้ หรือหยิบยกสิ่งต่าง ๆ มาใส่ในการสอน การเข้าถึง ...

5460 views 06.05.20
5 กลยุทธ์การสอนออนไลน์สำหรับคุณครูยุค COVID-19
ทำอย่างไรดี เมื่อลูกเป็นเด็กขี้ลืม

ทำอย่างไรดี เมื่อลูกเป็นเด็กขี้ลืม

Starfish Academy
Starfish Academy

เปิดเทอมแล้วเป็นยังไงกันบ้างคะ? หลายๆบ้านคงวุ่นวายกันแน่นอนเพราะเปิดเทอมนี้มีอะไรให้ต้องเตรียมเยอะ แน่นอนว่าปัญหาก็ต้องตามมา อย่างถ้าบ้านไหนมีลูกน้อยขี้ลืม คงจะเหนื่อยไม่น้อย เด็กบางคนถ้าเตือนก็กลับมาจำได้ วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องเมื่อลูกเป็นเด็กขี้ลืมกั ...

2437 views 03.08.20
ทำอย่างไรดี เมื่อลูกเป็นเด็กขี้ลืม