สร้างสังคมหลากหลาย ให้เด็ก Homeschool

สร้างสังคมหลากหลาย ให้เด็ก Homeschool

เมื่อพูดถึงการทำ Homeschool สิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองมักเป็นกังวล คือ เรื่อง การเข้าสังคม เพราะผู้ที่ไม่ได้คลุกคลีกับการทำ Homeschool มักเข้าใจว่า การเป็นเด็กบ้านเรียน คือ เรียนรู้ด้วยตัวเองอยู่ที่บ้านลำพัง ไม่มีเพื่อน ไม่มีสังคม แต่ในความเป็นจริงแล้ว ครอบครัวก็เป็นหน่วยหนึ่งของสังคม หากสัมพันธภาพในครอบครัวแข็งแรง ก็จะเป็นพื้นฐานการเข้าสังคมอย่างมีคุณภาพให้กับเด็กๆ ต่อไปได้ นอกจากนี้ เด็กบ้านเรียน ยังอาจมีกิจกรรมหลากหลายที่ช่วยพัฒนาทักษะทางสังคม ไม่ได้เรียนรู้อย่างโดดเดี่ยวอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ

ทักษะทางสัมคมเริ่มต้นที่บ้าน

ตั้งแต่แรกเกิดทารกเรียนรู้การเข้าสังคม ผ่านการเฝ้ามอง สังเกตและเลียนแบบสมาชิกในครอบครัว เมื่อเติบโตขึ้น พวกเขาเรียนรู้ที่จะมีปฏิสัมพันธ์ผ่านการสื่อสารรูปแบบต่างๆ ชีวิตในแต่ละวันทำให้เด็กๆ เข้าใจเรื่องการให้คุณค่า และสิ่งต่างๆ ที่เป็นขนบธรรมเนียมของสังคม สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติภายในครอบครัว 

เมื่อเข้าสู่วัยเรียน รูปแบบการเข้าสังคมในโรงเรียนจะต่างไป เด็กๆ ถูกคาดหวังให้ทำตามคำสั่ง ขออนุญาตก่อนพูดหรือลุกออกจากที่นั่ง เข้าแถวและเดินเรียงกันไปตามลำดับ สิ่งเหล่านี้อาจเป็นประโยชน์ในการควบคุมดูแลเด็กที่อยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก แต่คำถามคือ สิ่งเหล่านี้คือทักษะทางสังคมที่ใช้ในชีวิตส่วนใหญ่จริงหรือ?

กลับมาที่เด็กบ้านเรียน พวกเขามีโอกาสได้รับการตอบสนองในฐานะปัจเจกบุคคลมากกว่าเด็กที่อยู่ในระบบโรงเรียนทั่วไป พ่อแม่หรือผู้ทำการสอนเด็กบ้านเรียน สามารถพิจารณาตอบคำถาม ให้คำแนะนำ พูดคุย กับเด็กๆ ได้ตามความสนใจและความสามารถของเด็กแต่ละคน ซึ่งการสื่อสารแบบตัวต่อตัวที่มีคุณภาพ จะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทักษะการเข้าสังคมในขั้นต่อไปได้

ทักษะสังคมของเด็กบ้านเรียน จึงค่อยๆ พัฒนาขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านสถานการณ์ในชีวิตจริง เช่น ฝึกถามตอบคำถามกับพ่อแม่ ฝึกเข้าคิวเมื่อจ่ายเงินซื้อของกับคุณแม่ ฝึกการพูดคุยสื่อสารกับคนหลากหลายวัย เช่น คุยกับเพื่อนที่พบเจอผ่านการทำกิจกรรมกลุ่ม พูดคุยกับผู้ใหญ่ ที่ให้ความรู้หรือทักษะด้านต่างๆ เป็นต้น 

หาเพื่อนวัยเดียวกันให้เด็กบ้านเรียน

เด็กบ้านเรียนก็มีเพื่อนได้ไม่ต่างจากเด็กในโรงเรียนทั่วไปค่ะ เพื่อนๆ ของเด็กบ้านเรียนอาจมาจากพี่น้องที่เรียน Homeschool ด้วยกัน หรืออาจมาจากศูนย์การเรียน กลุ่มบ้านเรียนที่เราไปร่วมกิจกรรมด้วย การหาเพื่อนวัยเดียวกันให้เด็กๆ ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่คุณพ่อคุณแม่อาจต้องพูดคุยสอบถามความสนใจของลูกและหากลุ่มเพื่อนที่มีความสนใจคล้ายๆ กัน ด้วยการพาลูกไปทำกิจกรรมที่เขาสนใจ ลองนึกถึงตัวเราเอง เมื่อหาเพื่อน เราก็อยากพูดคุยกับคนที่มีความสนใจคล้ายกัน เด็กๆ ก็เป็นเช่นนั้นค่ะ 

เรียนรู้กาลเทศะเมื่อพบปะผู้ใหญ่

เด็กบ้านเรียน อาจมีโอกาสได้เข้าสังคมกับผู้คนหลากหลายวัยในหลายสถานการณ์ เช่น เรียนรู้การซ่อมเครื่องยนต์กับเพื่อนของคุณพ่อ ฝึกวาดภาพกับเพื่อนรุ่นพี่ ร่วมงานปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ของคุณแม่ เด็กบ้านเรียนจึงมีโอกาสเข้าสังคมและพบเจอผู้คนที่อาวุโสกว่า ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องมารยาทสังคม กาลเทศะและการสื่อสารกับผู้ใหญ่ ไม่ต่างจากเด็กในโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่อาจหาโอกาสให้ลูกฝึกเข้าสังคมกับคนที่อายุมากกว่า ทั้งเรื่องการวางตัว น้ำเสียง กริยาท่าทาง การแต่งตัว ด้วยการพาลูกไปพบเพื่อนๆ ของพ่อแม่ ไปงานเลี้ยง หรือกระทั่งทำกิจกรรมกับศูนย์การเรียน ก็จะได้พบกับครูผู้สอนที่หลากหลาย เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้สังเกตพฤติกรรมของคนรอบตัวเมื่อเข้าสังคม ขณะเดียวกันพ่อแม่ก็เป็นตัวอย่างที่ดีให้เด็กๆ ได้เรียนรู้พฤติกรรมที่เหมาะสม

สร้างประสบการณ์สังคมแห่งการแบ่งปัน

การเป็นอาสาสมัคร หรือจิตอาสา เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เรียนรู้สังคมที่หลากหลายได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นอาสาทำความสะอาดห้องสมุดโรงเรียน อาสาอ่านหนังสือเพื่อคนตาบอด อาสาสมัครทำอาหารเพื่อเด็กยากไร้ ฯลฯ กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแบ่งปันสิ่งที่เราพอทำได้ให้กับผู้ที่ขาดแคลน แต่ยังทำให้ลูกเห็นว่าในสังคมมีความหลากหลายมากไปกว่าสิ่งที่อยู่ในตำราเรียน เมื่อลงพื้นที่สัมผัสจริงๆ ลูกจะได้รับประสบการณ์ชีวิตที่สำคัญ มองเห็นโลกในมุมที่หลากหลาย ซึ่งอาจต่อยอดเป็นความเข้าใจสังคมในบริบทที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นได้

เรียนรู้โลกที่มีมากกว่าผู้หญิงผู้ชาย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาประเด็นเกี่ยวกับ LGBTQ+ หรือกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศเริ่มถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง หลายประเทศทั่วโลก เริ่มแก้กฏหมายเพื่อรองรับสิทธิของกลุ่ม LGBTQ+ เด็กๆ ที่ใช้โซเชียล มีเดีย เป็นประจำ อาจเริ่มเห็นเทรนด์การแต่งตัวที่ไม่จำกัดว่าผู้ชายจะต้องสวมแต่กางเกงเท่านั้น โลกที่เคยถูกจำกัดด้วยการ stereotype เช่น ผู้ชายต้องสวมกางเกง รองเท้าส้นสูงเป็นของผู้หญิงเท่านั้น ศิลปินต้องผมยาว ฯลฯ กำลังจะหมดไป โลกยุคใหม่มีพื้นที่ให้กับความแตกต่างหลากหลายมากขึ้น พ่อแม่จึงจำเป็นต้องก้าวให้ทันกระแสของโลก เพื่อเข้าใจกระบวนการคิดของลูก 

โดยเฉพาะเด็ก Gen Z (เกิดปีพ.ศ. 2540 - 2555) และ Gen Alpha (เกิดปี พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป) ที่เปิดกว้างในเรื่องเพศสภาพมาก จนคน Gen ก่อนหน้า อย่างเราๆ อาจไม่เข้าใจ ดังนั้นในฐานะพ่อแม่ของเด็กยุคใหม่ ก็ควรเรียนรู้ไปพร้อมกับลูก ระมัดระวังที่จะไม่ใช้มาตรฐานทางศีลธรรมแบบเดิมๆ ตีตราความหลากหลายทางเพศว่าเป็นสิ่งผิด อย่าลืมว่า คุณกำลังเตรียมลูกให้พร้อมสำหรับโลกแห่งอนาคต สิ่งที่เป็นความเชื่อแบบเดิมๆ จึงอาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป ลองเปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้ความหลากหลายทางเพศ ผ่านสื่อที่เหมาะสม เช่น หนัง Love,Simon (Rated 13+) หรือ The perks of being a wallflowers (Rated 15+) ทั้งสองเรื่องมีตัวละครที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือซีรีย์เกาหลีอย่าง Itaewon Class ก็มีตัวละครที่เป็น Transgender หากกลัวว่าอาจมีเนื้อหาไม่เหมาะสม ก็อาจเปิดดูล่วงหน้า ก่อนเปิดดูกับลูก แล้วลองชวนลูกพูดคุยถึงประเด็นในหนัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งถือเป็นอีกทักษะหนึ่งที่สำคัญในการเข้าสังคม

เมื่ออ่านมาถึงบรรทัดนี้ ครอบครัวของเด็ก Homeschool น่าจะเริ่มคลายความกังวลใจ เพราะเด็กบ้านเรียน ก็มีสังคมหลากหลายได้ไม่ต่างจากเด็กในระบบโรงเรียนทั่วไป เพียงแค่พ่อแม่ผู้ปกครองเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ออกไปเผชิญโลกกว้าง ทำกิจกรรมต่างๆ อย่างเหมาะสม สอดแทรกทักษะการเข้าสังคมไว้ในชีวิตประจำวัน เพียงเท่านี้ เด็กบ้านเรียนก็หมดปัญหาเรื่องเข้าสังคมแบบที่ใครๆ กังวลกันแล้วค่ะ



มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

Self Learning Skill ทักษะจำเป็นของเด็กบ้านเรียน

Self Learning Skill ทักษะจำเป็นของเด็กบ้านเรียน

Starfish Academy
Starfish Academy

เราต่างคุ้นเคยกับการเรียนการสอนในห้องเรียน ที่คุณครูยืนอยู่หน้าชั้น อธิบายบทเรียนที่ถูกออกแบบมาเพื่อนักเรียนทั้งห้อง (แม้ว่าเด็กแต่ละคนจะมีสไตล์และความสามารถในการเรียนรู้ต่างกัน) นักเรียนนั่งฟัง และจดบันทึกสิ่งที่ครูสอน เพื่อนำความรู้ไปทำรายงาน และการสอบ ...

455 views 24.03.21
Self Learning Skill ทักษะจำเป็นของเด็กบ้านเรียน
ชวนลูกเข้าครัวกับ 3 เมนูเด็ดที่เด็กๆก็ทำเองได้

ชวนลูกเข้าครัวกับ 3 เมนูเด็ดที่เด็กๆก็ทำเองได้

Starfish Academy
Starfish Academy

บ้านไหนที่ลูก ๆ เข้าวัยอยากรู้อยากเห็น ในช่วง 3 - 4 ขวบ เด็ก ๆ ก็มักจะมาป้วนเปี้ยนเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ทำอาหารอยู่ในครัวใช่ไหมคะ? อย่าปล่อยโอกาสนั้นให้เสียไปค่ะ เพราะนอกจากลูกจะได้เรียนรู้การทำอาหารง่าย ๆ แล้ว เมนูง่าย ๆเหล่านี้ ยังเป็นการเสริมสร้าง ...

874 views 21.09.20
ชวนลูกเข้าครัวกับ 3 เมนูเด็ดที่เด็กๆก็ทำเองได้
5 วิธี ดูแลสุขอนามัยของลูกในช่วงเรียนออนไลน์

5 วิธี ดูแลสุขอนามัยของลูกในช่วงเรียนออนไลน์

Starfish Academy
Starfish Academy

ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตอนนี้ หลายโรงเรียนต้องปิดโรงเรียนไม่สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ตามปกติเหมือนเดิม เด็กๆจึงต้องเรียนออนไลน์กันอยู่ที่บ้าน ในขณะที่พ่อแม่ผู้ปกครองยังคงดำเนินชีวิตประจำวันตามปกติ แล้วเราจะมีวิธีการ ...

172 views 02.03.21
5 วิธี ดูแลสุขอนามัยของลูกในช่วงเรียนออนไลน์