ให้ลูกเรียนรู้และเติบโตด้วย ‘Constructive Feedback’

ให้ลูกเรียนรู้และเติบโตด้วย ‘Constructive Feedback’

เมื่อลูกทำผิด ผู้ปกครองหลายท่านอาจจะลืมตัว มักจะชอบเข้าไปต่อว่า ติเตียน ทำให้ลูกกลัวและไม่กล้าทำสิ่งเหล่านี้อีก ซึ่งการแสดงออกเหล่านี้เป็นการทำร้ายจิตใจ และทำลายความมั่นใจเด็กโดยตรง แต่ถ้าเราไม่ให้ฟีดแบคลูกเลย ก็จะทำให้ลูกไม่ได้เรียนรู้ถึงข้อผิดพลาด วิธีการแก้ไข หรือการรับมือ ซึ่งอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดเดิมได้ในอนาคต 

ขอบคุณภาพจาก pexel 

การให้ฟีดแบคมีหลายรูปแบบ ทั้งการให้ฟีดแบคเชิงบวก (Positive Feedback) ที่จะช่วยทำให้ลูกมีกำลังใจ และเสริมแรงให้ลูกทำพฤติกรรมนั้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการให้ฟีดแบคในเชิงบวกนี้ก็สามารถส่งผลกระทบทางลบต่อลูกได้ด้วย เช่น การขาดความเข้าใจในจุดอ่อน หรือข้อผิดพลาดของตนเองโดยไม่รู้วิธีแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ส่วนการให้ฟีดแบคในเชิงลบ (Negative Feedback) นั้น มักจะทำให้เกิดข้อเสียมากกว่า เพราะเป็นการบั่นทอนกำลังใจ และทำลายความมั่นใจของลูกด้วย

แล้วฟีดแบคแบบไหนที่ดีสำหรับลูก ?

คำตอบคือ ฟีดแบคที่ทำให้ลูกได้พัฒนาตัวเอง ซึ่งเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “Constructive Feedback” คือ การให้ฟีดแบคที่มีทั้งการติในสิ่งที่ผิดพลาด ไปพร้อมกับการชี้แนะแนวทางให้สามารถนำไปปรับปรุงแก้ไขได้ เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นการวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์นั่นเอง โดย Constructive Feedback นี้มีหลักการง่ายๆ คือ

  • แก้ไขในจุดที่ผิด และเสนอทางออก หรือทางช่วยเหลืออื่น ๆ เพราะการมองในจุดที่พลาดและบอกกล่าวเตือนลูกไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพียงแต่ต้องบอกด้วยว่า ผิดอย่างไร มีทางออกแบบไหนได้บ้าง เพื่อให้เขาไม่รู้สึกว่าความผิดพลาด คือความล้มเหลว แต่เป็นเรื่องที่ควรปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้นได้
  • โฟกัสที่พฤติกรรม ไม่โฟกัสไปที่ตัวลูกด้วยการซ้ำเติม หรือใช้คำพูดว่าเพราะลูกเป็นคนแบบนี้ ถึงทำแบบนี้ ซึ่งทำให้เขาเริ่มมองตัวเองลบ และคิดว่าไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ แต่ควรโฟกัสไปที่พฤติกรรมหรือเหตุการณ์นั้น ๆ เป็นหลัก เพื่อให้ลูกเข้าใจว่าการกระทำนี้ดีหรือไม่ดีอย่างไร และมีความหวังที่จะทำให้ดีขึ้นได้ในครั้งต่อไป
  • ไม่ใช้คำพูดเชิงตัดสิน การกล่าวโทษลูกไปก่อน หรือตัดสินว่าลูกไม่ดี ไม่เก่ง ทำผิดพลาด ยิ่งจะทำให้ลูกรู้สึกแย่ และไม่อยากทำสิ่งที่นี้อีก
  • ควบคุมอารมณ์ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการพูดคุยกับลูก โดยผู้ปกครองต้องพยายามใจเย็นและไม่ตักเตือนขณะที่กำลังโกรธ เพราะแน่นอนว่าความโกรธจะทำให้เราไม่สามารถควบคุมอารมณ์และคำพูดของตัวเองได้ จึงแสดงออกไปโดยที่ไม่มีการกลั่นกรองก่อน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจผู้ฟัง และกลายเป็นเรื่องฝังใจของลูกโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจหรือไม่รู้ตัว

จากหลักการข้างต้น เราขอยกตัวอย่างวิธีการให้ฟีดแบคลูก เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นอีกนิด เช่น การที่ลูกติดแท็บเล็ตหรือโทรศัพท์มือถือ วิธีการตักเตือนที่ดีคือการชี้ให้เห็นถึงปัญหา และผลกระทบที่ตามมา ไม่ใช่การดุลูก ห้ามลูกเล่น หรือยึดโทรศัพท์ทันทีโดยไม่อธิบายเหตุผล หรือการที่ลูกสอบตกวิชาใดวิชาหนึ่ง อาจไม่ได้เป็นเพราะลูกไม่ฉลาด แต่เกิดจากการเรียนที่ขาดประสิทธิภาพ หรือไม่ใช่วิชาที่ลูกถนัด ดังนั้น ผู้ปกครองควรมีการพูดคุยกับลูก เสนอทางออก และให้กำลังใจลูกสำหรับการสอบครั้งถัดไป เป็นต้น

ขอบคุณภาพจาก pixabay 

การให้ฟีดแบคเพื่อการพัฒนา หรือ Constructive Feedback นี้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงวัยและพัฒนาการของเด็ก โดยผู้ปกครองสามารถเริ่มตั้งแต่ช่วงวัยเด็กเล็ก (อายุ 2-3 ปี) ซึ่งเด็กวัยนี้จะเข้าใจ และสามารถแยกแยะสีหน้า อารมณ์ น้ำเสียงของผู้ปกครองได้แล้ว ดังนั้น เราไม่ควรใช้คำพูดหรือน้ำเสียงในเชิงข่มขู่ให้เด็กกลัว แต่อาจใช้น้ำเสียงที่ใจเย็น และเน้นการแสดงออกทางสีหน้าให้เด็กเข้าใจ จากนั้นเมื่อขึ้นวัยประถม เด็ก ๆ จะเริ่มเข้าใจการให้ฟีดแบคผ่านคำพูดมากขึ้น แต่จะยังไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่เป็นนามธรรม ซึ่งผู้ปกครองอาจจะต้องอธิบายให้เด็กเห็นภาพ หรือเสนอทางที่ชัดเจนที่สุด แต่ไม่ว่าจะเป็นช่วงวัยไหน ก็ควรอยู่บนแกนหลักเดียวกันคือการใช้เหตุผล รับฟังสิ่งที่ลูกคิด ตำหนิในสิ่งที่ผิด ควบคู่ไปกับการให้กำลังใจว่าเขาจะสามารถก้าวผ่านปัญหาและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นได้ 

ขอบคุณข้อมูลจาก

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

ชวนลูกฝึกสมาธิไปกับ “โคริงกะ” การจัดดอกไม้สไตล์ญี่ปุ่น

ชวนลูกฝึกสมาธิไปกับ “โคริงกะ” การจัดดอกไม้สไตล์ญี่ปุ่น

Starfish Academy
Starfish Academy

พอได้ยินคำว่า “สมาธิ” เราคงจะนึกถึงการนั่งหลับตา สังเกตลมหายใจเข้า-ออก แต่การฝึกสมาธินั้นไม่จำเป็นต้องอยู่นิ่ง ๆ เสมอไป ซึ่ง “การจัดดอกไม้” ก็นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้ขยับร่างกายไปพร้อมกับการฝึกสมาธิ แถมได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะชวนม ...

1249 views 13.10.20
ชวนลูกฝึกสมาธิไปกับ “โคริงกะ” การจัดดอกไม้สไตล์ญี่ปุ่น
5 คุณแม่แชร์ประสบการณ์เรียนออนไลน์

5 คุณแม่แชร์ประสบการณ์เรียนออนไลน์

Starfish Academy
Starfish Academy

สถานการณ์ของโรคติดเชื้อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลก ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายในเร็ววัน สำหรับในประเทศไทยตั้งแต่มีการพบผู้ติดเชื้อรายแรกในเดือนมกราคมปี 63 จนถึงตอนนี้ก็ล่วงเลยมานานพอสมควรแล้วที่ประชาชนต้องปรับตัว รับมือกับการใช้ชีวิตแบบ New Nor ...

775 views 22.08.21
5 คุณแม่แชร์ประสบการณ์เรียนออนไลน์
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกของคุณดีขึ้น

คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกของคุณดีขึ้น

Starfish Academy
Starfish Academy

แน่นอนว่าคนที่เป็นพ่อและแม่ ย่อมเข้าใจว่า เรารู้จักลูกของเรามากพอแล้ว แต่เอาเข้าจริงๆ โลกของเด็กยังมีเรื่องราวอีกมากมาย และสิ่งต่างๆที่พ่อแม่อย่างเรา อาจจะยังเข้าไม่ถึง หรือไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้แต่เราก็มีวิธีที่จะทำให้คุณพ่อคุณแม่ทำความรู้จักลูกของเราได้ดีขึ้น ...

1353 views 23.11.20
คำถามที่จะทำให้คุณรู้จักลูกของคุณดีขึ้น