ประชาธิปไตยเริ่มต้นได้จากในครอบครัว

ประชาธิปไตยเริ่มต้นได้จากในครอบครัว

หากเราอยากให้สังคมเต็มไปด้วยความเท่าเทียม และปลูกฝังให้เด็ก ๆ เป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย “สถาบันครอบครัว” นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ และเป็นสังคมแรกที่พวกเขาสามารถเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ได้ วันนี้เราเลยนำวิธีเตรียมพร้อม และทำให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เรื่องประชาธิปไตยที่เริ่มต้นได้จากในครอบครัวมาฝากพ่อแม่ผู้ปกครองกัน ซึ่งมีวิธีการดังต่อไปนี้

ขอบคุณภาพจาก pch.vector

  • สนับสนุนให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจสิ่งต่าง ๆ ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างการดูหนัง เล่นเกม เลือกสถานที่ที่จะไปเที่ยวในวันหยุด หรือเรื่องสำคัญ ๆ เช่น การตั้งกฎ หรือข้อตกลงร่วมกันภายในบ้าน เพื่อให้เขารู้สึกว่าเสียงของเขาก็มีความหมาย เพราะได้มีส่วนร่วมในการแสดงออก รวมทั้งได้ฝึกการเจรจาต่อรอง การให้เหตุผล และการรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 
  • ชวนคุยเรื่องความยุติธรรมในชีวิตประจำวัน โดยอาจเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่พบเจอในโรงเรียน เช่น การแซงคิวในโรงอาหาร การแบ่งหน้าที่กันทำงานบ้านระหว่างพี่กับน้อง แล้วลองถามลูกว่ารู้สึก หรือคิดเห็นอย่างไร เมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ การกระทำนี้ส่งผลกระทบต่อใครบ้างและควรทำอย่างไรเมื่อเกิดสถานการณ์ที่ไม่ยุติธรรมขึ้น โดยผลัดกันแชร์ระหว่างเด็ก ๆ และผู้ปกครอง เพื่อให้เขาได้เห็นคุณค่าของความยุติธรรม ได้มุมมองของผู้ใหญ่ และได้ลองฝึกคิดด้วยตัวเองไปพร้อม ๆ กัน
  • ควรให้ลูกได้รับรู้ข่าวสารจากหลายช่องทาง และสนับสนุนให้ตัดสินใจจากการพิจารณาข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่ง เพราะหนึ่งในสิ่งสำคัญของระบอบประชาธิปไตย คือเสรีภาพของสื่อ เช่นเดียวกับในบ้านที่ไม่ควรปิดกั้น หรือจำกัดการรับข้อมูลข่าวสารของเด็ก  ๆ แต่ควรเปิดกว้าง และสนับสนุนให้พวกเขาหาข้อมูลจากหลายแหล่งไม่ว่าจะเป็นหนังสือ นิตยสาร อินเทอร์เน็ต หรือโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อชั่งน้ำหนักก่อนตัดสินใจเชื่อหรือทำบางอย่าง

ขอบคุณภาพจาก brgfx

  • ส่งเสริมให้ลูกกล้าตั้งคำถาม และแสดงความคิดเห็นเมื่อไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะตอนที่เผชิญกับความไม่ถูกต้อง และไม่ยุติธรรม แต่ก็ต้องสอนลูกว่าการถาม หรือแสดงความคิดเห็นควรอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น และรู้จักกาลเทศะ เช่น ไม่พูดแทรกขึ้นมาทันทีที่ไม่เห็นด้วย ไม่กล่าวโจมตีไปที่ตัวบุคคล หรือไม่พาดพิงให้คนอื่นเกิดความเสียหาย เป็นต้น
  • ชี้แนะได้ แต่ไม่ชี้นำ เมื่อคิดเห็นไม่ตรงกัน ควรกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงอย่างสร้างสรรค์ ไม่ควรบังคับขู่เข็ญ หรือสั่งให้ลูกเชื่อ และทำตามด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นผู้ใหญ่กว่าหรือมีอำนาจเหนือกว่า เพราะสุดท้ายการตัดสินใจนั้นจะกลายเป็นการยอมตาม มากกว่าการยอมรับ และแม้ว่าผู้ใหญ่จะอาบน้ำร้อนมาก่อน แต่บางทีเงื่อนไขเรื่องเวลา และสถานการณ์ที่พบเจออาจจะแตกต่างกัน ดังนั้น ควรใช้วิธีการอธิบายเหตุผลของตนเอง และเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้แสดงความคิดเห็น เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองซึ่งกันและกัน โดยให้ความคิดเห็นของเราเป็นการชี้แนะ แทนที่จะเป็นการชี้นำหรือบังคับ
  • สอนให้ลูกรู้จักยอมรับความแตกต่าง และเคารพสิทธิของผู้อื่น โดยเริ่มต้นจากพ่อแม่เองที่ให้ความรักโดยไม่มีเงื่อนไข และยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็น หากสิ่งเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ตัวเขาเองหรือคนอื่นเดือดร้อน เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับลูก รวมทั้งปกป้องสิทธิของลูกในวันที่เขายังไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ เช่น เมื่อเด็ก ๆ ถูกแตะต้องตัว กอดหรือหอม โดยไม่เต็มใจ พ่อแม่ก็ควรปกป้องสิทธิทางร่างกายของลูก เพื่อให้เขารู้ว่าหากไม่เต็มใจก็สามารถปฏิเสธได้เพราะเป็นสิทธิทางร่างกายของตนเอง ซึ่งการเป็นตัวอย่างของพ่อแม่นี้จะทำให้เขาค่อย ๆ เรียนรู้ทั้งการักษาสิทธิของตัวเองและการไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น 
  • พาลูกไปเลือกตั้งด้วย หรือพูดคุยถึงการเลือกตั้งหากมีโอกาส เพื่อเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็นภาพการออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียง และทำหน้าที่ของตนเอง รวมทั้งเล่าให้เด็ก ๆ ฟังว่าทำไมจึงเลือกพรรคนี้ หรือนักการเมืองคนนี้ โดยไม่ได้เป็นการชี้นำ แต่บอกเล่าในเชิงให้ความรู้ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เข้าใจกระบวนการเลือกตั้ง และเห็นความสำคัญของการใช้สิทธิ์ใช้เสียงของตนเอง

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะใช้วิธีการไหน จุดร่วมของทุกแนวทางข้างต้น ก็คือการรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน สนับสนุนให้เด็ก ๆ เป็นทั้งผู้ฟังที่ดี และเป็นผู้ที่กล้าแสดงความคิดเห็น แสดงจุดยืนของตนเองโดยที่ไม่ละเมิดสิทธิของคนอื่น เพราะหัวใจสำคัญของประชาธิปไตยคือการยึดหลักเสียงข้างมาก แต่ยังคงเคารพ และไม่ละเลยเสียงส่วนน้อยนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

“โทษตัวเอง” ความรู้สึกผิดในใจลูก เมื่อพ่อแม่แยกทาง

“โทษตัวเอง” ความรู้สึกผิดในใจลูก เมื่อพ่อแม่แยกทาง

Starfish Academy
Starfish Academy

หลายครั้งเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในครอบครัว หากเด็ก ๆ อยู่ในสถานการณ์ด้วย พวกเขามักจะอดคิดไม่ได้ว่าตัวเอง คือสาเหตุของความขัดแย้งนั้น ยิ่งถ้าหากว่าความขัดแย้ง นำไปสู่การร้างรา ก็ยิ่งมีความเป็นไปได้ว่าเด็ก ๆ จะเริ่มโทษตัวเอง แม้ว่าสาเหตุของการแยกท ...

3237 views 11.11.20
“โทษตัวเอง” ความรู้สึกผิดในใจลูก เมื่อพ่อแม่แยกทาง
เมื่อลูกไม่สบความสำเร็จเรื่องการเรียน พ่อแม่จะรับมืออย่างไร

เมื่อลูกไม่สบความสำเร็จเรื่องการเรียน พ่อแม่จะรับมืออย่างไร

Starfish Academy
Starfish Academy

พ่อแม่ทุกคนก็หวังเล็กๆ ว่าลูกของเรานั้นจะต้องเป็นเด็กที่สมบูรณ์และเพรียบพร้อมในทุกๆ สิ่ง ทั้งสุขภาพร่างกาย จิตใจ รวมไปถึงการเรียน ซึ่งถ้าพูดถึงการเรียนเชื่อเลยว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกคนก็หวังมากๆ ที่จะให้เขากลายเป็นเด็กที่เรียนเก่ง และประสบความสำเร็จด้านการเรี ...

583 views 19.08.20
เมื่อลูกไม่สบความสำเร็จเรื่องการเรียน พ่อแม่จะรับมืออย่างไร
เลี้ยงลูกให้เป็นแชมป์ด้วยวิธีของโค้ชระดับโลก

เลี้ยงลูกให้เป็นแชมป์ด้วยวิธีของโค้ชระดับโลก

Starfish Academy
Starfish Academy

คุณคิดว่าชัยชนะกับความสำเร็จเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ ? วันนี้ เราจะพาไปหาคำตอบกับวิธีสร้างแชมป์ของโค้ชวอโลรี่ คอนดอส ฟิวด์ (Valorie Kondos Field) อดีตหัวหน้าโค้ชทีมยิมนาสติกของมหาวิทยาลัย ULCA ซึ่งตลอด 29 ปี ของการเป็นโค้ช เธอพาทีมไปคว้าแช ...

610 views 27.08.20
เลี้ยงลูกให้เป็นแชมป์ด้วยวิธีของโค้ชระดับโลก