แค่ "ฟัง" อย่างเข้าใจ ก็ช่วยลูกได้ทุกเรื่อง

แค่ "ฟัง" อย่างเข้าใจ ก็ช่วยลูกได้ทุกเรื่อง

การฟังนั้นมีหลายแบบค่ะ หลายคนมองข้ามเรื่องการฟัง เพราะรู้สึกว่าเป็นพฤติกรรมแบบตั้งรับ (Passive) ไม่ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เหมือนการพูด การทำ ที่ดูเป็น Active มากกว่า แต่ถ้าในสังคมนี้มีแต่คนพูด และทำโดยไม่มีใครยอมใคร คงมีแต่ความขัดแย้งแน่นอน

เช่นเดียวกับในครอบครัวเราค่ะ ที่การสื่อสารนั้นต้องสมดุลทั้งสองฝั่ง การฟังนั้นบางครั้งสำคัญพอ ๆกับการพูดเลยทีเดียว และเชื่อไหมคะว่าแค่ “ฟังให้เป็น” ก็สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้

ฟังอย่างเข้าใจต้องฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening)

การฟังนั้นมีหลายระดับค่ะ ในการทำงานเราต้องใช้การฟังแบบหนึ่ง ในครอบครัวเราก็ใช้การฟังอีกแบบ โดยการฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) เป็นการฟังที่เราขอนำเสนอ เพราะเป็นการฟังที่ช่วยแก้ไขปัญหา และข้อขัดแย้งในครอบครัวได้เป็นอย่างดี 

การฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) คือ การฟังสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยไม่ตัดสิน วางความคิดเห็นของตนเองเอาไว้ เป็นการฟังเพื่อคนที่อยู่ข้างหน้า เป็นการฟังเพื่อได้รับรู้ความเข้าใจ และข้อมูล และเท่าทันกรอบความคิด 

บางครั้งการฟังอย่างลึกซึ้งไม่ได้หมายถึงแค่การฟังเนื้อหาเท่านั้น  แต่อาจรวมไปถึงเจตนาของผู้พูด ความรู้สึกของผู้พูดขณะที่กำลังพูด โดยที่เจตนา และความรู้สึกของผู้พูดอาจไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับสิ่งที่เขาพูดออกมาก็ได้เช่นกัน

การฟังอย่างลึกซึ้งเป็นทักษะที่ถูกใช้ในหลากหลายมิติตั้งแต่เรื่องความสัมพันธ์ การเยียวยา   การบำบัด   การเรียนรู้   หรือชุมชน และความขัดแย้ง แต่สิ่งเหล่านี้มีจุดร่วมกัน นั่นคือ การฟังสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

3 ข้อสำคัญ เพื่อฝึกการฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening)

การฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ฝึกที่จะเป็นได้แน่นอนค่ะ ขั้นตอนการการฟังอย่างลึกซึ้งนั้นละเอียดมาก เราขอยก 3 ข้อสำคัญมาให้คุณพ่อ คุณแม่ได้ลองฝึกดูค่ะ

1.เปิดการรับรู้ของตนเอง

คือการเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากประสาทสัมผัสของเรา รวมทั้งความคิดกับความรู้สึกด้วยเช่นกัน การเปิดรับการรับรู้สิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้เราสังเกตสิ่งที่อาจไม่ได้ใส่ใจ หรือไม่ให้ความสำคัญมากในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเมื่ออยู่กับคนในครอบครัวที่เราต้องใช้เวลาร่วมกันเป็นประจำ

2.ตั้งใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า

ธรรมชาติของบางคนอาจพูดในสิ่งที่ไม่ตรงกับใจของตนเอง เมื่อเราฝึกสังเกตการรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ามากขึ้น เราอาจเห็นสิ่งใหม่ ๆ ระหว่างการฟัง และเข้าใจคนที่อยู่ข้างหน้าเราได้มากขึ้น โดยสังเกตุจาก

  • สายตา สังเกตสายตาของผู้พูดว่าเป็นอย่างไร ช่วงเวลาไหนที่มองขึ้นหรือลง
  • ภาษากาย เช่น ภาษามือหรือ ภาษาทางกายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการพูดคุย เช่น การกัดเล็บ ขยับมือ เขย่าขา ระหว่างการพูดคุย
  • น้ำเสียง  ขณะพูดพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น โมโห หรือประชดประชัน บางครั้งอาจน้ำเสียง และเนื้อหาที่พูดอาจไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
  • เนื้อหาที่พูด พูดเกี่ยวกับเรื่องอะไร สื่อความหมายอย่างไร บางครั้งคำที่ใช้อาจมีความหมายไม่ตรงกับความเข้าใจของเรา หรือเนื้อหาที่พูดอาจมีลักษณะการพูดซ้ำ ๆ วนเวียนอยู่กับเรื่องบางเรื่อง อาจจะแสดงถึงความกังวลบางอย่าง 
  • การแสดงออกของใบหน้า การยิ้ม การขมวดคิ้ว การมองไปข้าง ๆ ก้มหน้า เป็นการแสดงออกที่ช่วยทำให้เราได้เข้าใจมากขึ้น

3.เพิ่มความสนใจ ไม่พูดแทรก และไม่พูดต่อทันที

การถามเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้พูดได้อธิบายเพิ่มเติม และทำความเข้าใจว่า อะไรที่ทำให้เขามีความจริงที่แตกต่างกับเราได้ ช่วยทำให้เราก้าวข้ามกำแพงอคติได้

การฝึกไม่พูดแทรก และไม่พูดต่อทันทีเป็นการฝึกฝนที่ง่ายที่สุด ต้องรู้ตัวได้เร็ว เมื่อเรากำลังจะพูดแทรก และรู้ทันให้หยุด และกลับไปฟังต่อ ให้เราเท่าทันความอยากพูดของตนเอง ไม่ควรจะพูดต่อทันทีที่ผู้พูดพูดจบ โดยหากเรามีสิ่งที่ต้องการพูดบ้างอาจลองนับ 1-10 ในใจช้า ๆ ก่อนที่จะพูดสิ่งที่เราอยากสื่อสาร หรือคำถามที่เราอยากถามออกไป

การฟังอย่างลึกซึ้ง เป็นการฟังที่ทำให้เราสามารถช่วยคนที่อยู่ข้างหน้าเราที่กำลังมีความทุกข์ หรือมีปัญหา โดยสามารถทำได้ง่ายที่สุด และไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไร เป็นเครื่องมือที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังเพราะหากเราได้ฟังอย่างลึกซึ้งโดยไม่ตัดสิน เราจะเข้าใจและหาทางออกได้เสมอค่ะ 

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

สร้างความมั่นใจให้ลูกผ่าน “การฝึกพูดกับตัวเอง”

สร้างความมั่นใจให้ลูกผ่าน “การฝึกพูดกับตัวเอง”

Starfish Academy
Starfish Academy

เมื่อเด็ก ๆ ต้องพูดหน้าชั้นเรียน เตรียมตัวเข้าห้องสอบ หรือลองทำอะไรใหม่ ๆ อาจจะเกิดอาการตื่นเต้นหรือไม่มั่นใจขึ้นมาได้ ซึ่งนอกจากการให้กำลังใจเด็ก ๆ แล้ว อีกวิธีหนึ่งที่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับลูกได้ คือการฝึกให้เขารู้จักพูดกับตัวเอง หรือเรียกอีกอย่างหนึ่ง ...

825 views 23.11.20
สร้างความมั่นใจให้ลูกผ่าน “การฝึกพูดกับตัวเอง”
5 วิธีสานสัมพันธ์กับลูกวัยทีน

5 วิธีสานสัมพันธ์กับลูกวัยทีน

Starfish Academy
Starfish Academy

พ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องดูแลลูกหลานวัยทีน คงมีเรื่องให้กลุ้มใจ ปวดหัวกับพฤติกรรม ความคิดที่เปลี่ยนไปของลูกบ่อยๆ ใช่ไหมคะ? หนูน้อยที่เคยน่ารัก พูดอะไรก็เชื่อฟัง หรืออย่างน้อยๆ หลอกล่อเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจบ้างก็ได้ผล แต่มาตอนนี้เด็กๆ เหล่านั้น เติบโตเป็นตัวขอ ...

1282 views 14.09.20
5 วิธีสานสัมพันธ์กับลูกวัยทีน
ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษในวัยเรียน : ร่วมด้วยช่วยกัน

ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษในวัยเรียน : ร่วมด้วยช่วยกัน

Starfish Academy
Starfish Academy

จากคราวที่แล้วผมได้แนะนำผู้ปกครองให้สังเกตบุตรหลานหลังจากที่ได้รับข้อมูลจากโรงเรียน ดังนี้ 1) เปิดใจรับฟัง 2) สังเกตพฤติกรรมเพิ่มเติม 3) ทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ 4) ตัดสินใจและเปิดใจยอมรับ และ 5) หาแนวทางช่วยเหลือทางการศึกษาร่วมกับครู และนักสหวิ ...

17962 views 13.10.20
ทำอย่างไรเมื่อลูกเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษในวัยเรียน : ร่วมด้วยช่วยกัน