หากการศึกษา คือ การเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างที่สำเร็จรูปพร้อมใช้งานไว้เพื่อเด็ก โดยที่เขาเองไม่เคยรับรู้เลยว่าสิ่งนั้นต้องผ่านอะไรมาบ้าง มีปัญหาอะไร จะแก้ปัญหาอย่างไร มีกระบวนการอะไร ใครเกี่ยวข้องบ้าง แล้วทางออกจะเป็นอย่างไร ฯลฯ ซึ่งเขาไม่ต้องรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ที่เป็นโลกแห่งความจริงเลย เมื่อไปโรงเรียนก็ถูกจับเข้าไปอยู่ในห้องแล้วเรียนในสิ่งที่คนอื่นบอกว่า..“ต้องเรียน ต้องทำตาม และต้องฟัง” เน้นเรียน ท่อง จำ สอบ (ธรรมศึกษา คือ คำตอบชัดเจนที่สุด) คอยรับสารจากผู้สอนเพียงฝ่ายเดียว ไม่รู้ว่า.. “ทำไมจึงต้องเรียน” “สิ่งที่เรียนเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงของเขาหรือไม่” “เรียนแล้วเอาไปใช้กับชีวิตจริงได้อย่างไร” สิ่งที่คนอื่นบอกให้เรียน คือสิ่งเดียวกันกับสิ่งที่เขาต้องการอยากรู้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ผมเรียกการศึกษาแบบนี้ว่า “เป็นการศึกษาภาคบังคับ” ที่ขัดกับธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็ก ไม่มีความสุขหรือฉันทะในการเรียนรู้ ไม่ชอบ เบื่อ เกิดการต่อต้าน ด้วยวิธีการต่าง ๆ เด็กกลายเป็นอวิชชา ในที่สุดนำไปสู่ปัญหาทั้งในตนเอง สังคมตามมาในที่สุด

เป็นอันว่า เด็กเรียนจริงแต่เน้นเรียนจำ ทำให้ไม่มีความสุขจากการเรียน เพราะไม่ได้อยากรู้อยากเห็น ซึ่งโดยธรรมชาติมนุษย์จะเรียนในสิ่งที่ตนคิดว่ามีความหมายต่อชีวิตของตนเอง และมีฉันทะชอบใจ พอใจ มีแรงจูงใจใฝ่รู้ให้เรียน งานวิจัยยังระบุว่า คนเราจะเรียนรู้ได้ไม่ดีในสถานการณ์การเรียนรู้ที่มีครูเป็นศูนย์กลาง นั่นคือเป็นการเรียนจากการฟังคำอธิบายของครู แต่จะเรียนรู้ได้ดีและมีความสุขเมื่อตนเองลงมือทำกิจกรรม เรียนรู้จากการปฏิบัติ เพื่อสร้างประสบการณ์ชีวิต และงานวิจัยยังบอกอีกว่า “สมองมนุษย์จะมีสมาธิอยู่ได้ไม่นานในสภาพถูกกระทำที่มีการรับรู้เพียงอย่างเดียว” หากการศึกษาเป็นเช่นที่กล่าวมาน่าจะเป็นการศึกษาที่นำเด็กนักเรียนถอยห่างออกจากความเป็นจริงของชีวิตเอาไปใช้ในชีวิตจริงไม่ได้ จึงไม่น่าใช่การศึกษาที่แท้จริงเพราะ “การศึกษา” หรือ “สิกขา” คือการพัฒนาชีวิตมนุษย์ทั้งชีวิตที่นำไปสู่ ปัญญา คุณธรรม และความสุข การจัดการศึกษาที่ให้เด็กนักเรียนเข้าสู่ความเป็นจริงของชีวิตจึงควรให้เด็กได้ลงมือกระทำจริงได้เรียนรู้จากสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวของเขาเอง เป็นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กนักเรียนให้เกิดปัญญา คุณธรรม และความสุขด้วยกระบวนการทางปัญญาทั้งสามส่วนไม่แยกขาดออกจากกัน คือ การรับรู้ข้อมูล (สุตมยปัญญา) พัฒนาการคิด (จินตามยปัญญา) ลงมือปฏิบัติเพื่อเข้าใจความจริงของชีวิต (ภาวนามยปัญญา) โดยมีครูอาจารย์มีหน้าที่เพียงชี้แนะให้ผู้เรียนสืบเสาะค้นคว้า และปฏิบัติด้วยตนเอง ดังหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ตรัสว่า..“ตุมฺเหหิ กิจฺจํ อาตปฺปํ อกฺขาตาโร ตถาคตา”

ท่านทั้งหลายต้องทำความเพียรพยายามเอง พระตถาคตเจ้าเป็นแต่เพียงผู้บอกทาง การศึกษาแนวพุทธจึงเป็นทางรอดของระบบการศึกษาไทย เพราะเป็นการเรียนที่เป็นวิถีชีวิตจริง เรียนโดยการดำรงชีวิต (Leaning by Living) พัฒนาชีวิตให้โลภะ โทสะ โมหะ ลดน้อยถอดลงไปให้หมดในที่สุด สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงให้แก่มวลมนุษย์ และสังคมเป็นอย่างมาก การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนามนุษย์ จึงเป็นการจัดการศึกษาแบบองค์รวม

จัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ ไม่ได้แยกส่วนสาระวิชา เน้นการพัฒนามนุษย์ให้ครบทั้งด้านพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา การเรียนต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตจริง เรียนแล้วใช้ประโยชน์ได้จริง เด็กเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา ท้ายที่สุดผลการศึกษาที่ดีก็ตกที่เด็กนักเรียน คือมีปัญญา คือ รู้ความจริงเข้าถึงความจริง มีความดีงาม คือคุณธรรม และมีความสุข ไม่มีทุกข์ ปราศจากสิ่งบีบคั้นเป็นอิสระ การศึกษา หรือ "สิกขา" ย่อมไม่ทำร้ายมนุษย์ การศึกษาที่ดีย่อมทำหน้าที่พัฒนาคนให้มีความเจริญงอกงาม

ผู้เขียน


พระมหานพดล ธมฺมานนฺโท
พระมหานพดล ธมฺมานนฺโท

วิทยากรกระบวนการ ส่วนวางแผนและพัฒนาการอบรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, อาจารย์พิเศษจิตวิทยา คณะศิลปศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, นักธรรมเอก ป.ธ.3, ปริญญาเอก (หลักสูตรการสอน) มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

มาร่วมเรียนรู้กับ Starfish Labz

แหล่งเรียนรู้และชุมชนออนไลน์เพื่อนักการศึกษาและผู้ปกครอง

ลงทะเบียน

บทความใกล้เคียง

"เทคนิคพ่อแม่ในการค้นหาสมรรถนะของลูก" ตอนที่ 3 โดย Starfish Education

"เทคนิคพ่อแม่ในการค้นหาสมรรถนะของลูก" ตอนที่ 3 โดย Starfish Education

Starfish Academy
Starfish Academy

บทบาทของคุณพ่อคุณแม่...ผู้เชื่อมโยงการเรียนรู้จากโรงเรียนสู่โลกของความเป็นจริงการเชื่อมโยงจากโรงเรียนไปถึงพ่อแม่เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าหากโรงเรียนเซ็ตระบบหลักสูตรการเรียนรู้ที่ดี มีมาตรฐานการเรียนการสอน คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถเข้าไปสังเกตว่าเขาเรี ...

915 views 11.11.20
"เทคนิคพ่อแม่ในการค้นหาสมรรถนะของลูก" ตอนที่ 3 โดย Starfish Education
วิธีการเปลี่ยนเป็นโรงเรียนฐานสมรรถนะสไตล์สตาร์ฟิช (Starfish whole school transformation model)

วิธีการเปลี่ยนเป็นโรงเรียนฐานสมรรถนะสไตล์สตาร์ฟิช (Starfish whole school transformation model)

Starfish Academy
Starfish Academy

จากปัญหาของการจัดการศึกษาแบบเดิมที่คุณครูเน้นให้ความรู้กับเด็ก เน้นให้เด็กท่องจำ แต่ไม่มีเครื่องมือให้เด็กนำไปประยุกต์ไปใช้ในชีวิตจริงได้ เป็นหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทุกโรงเรียนจะต้องปรับตัวเพื่อก้าวไปสู่โรงเรียนฐานสมรรถนะ ที่มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ แ ...

587 views 11.11.20
วิธีการเปลี่ยนเป็นโรงเรียนฐานสมรรถนะสไตล์สตาร์ฟิช (Starfish whole school transformation model)
ศึกษานิเทศก์…นิเทศอย่างไรให้เสริมพลังโรงเรียน

ศึกษานิเทศก์…นิเทศอย่างไรให้เสริมพลังโรงเรียน

Starfish Academy
Starfish Academy

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา เวที TEP Learning ได้มีการพูดคุยในประเด็น “ศึกษานิเทศก์…นิเทศอย่างไรให้เสริมพลังโรงเรียน”  ซึ่งจัดขึ้นโดย Starfish Education และได้มีการเชิญตัวแทนศึกษานิเทศก์ (ศน.) คุณครู ผู้อำนวยการโรงเรียน รวมถึ ...

506 views 11.11.20
ศึกษานิเทศก์…นิเทศอย่างไรให้เสริมพลังโรงเรียน